11 พฤศจิกายน 2568 - นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กล่าวถึงกรณีพลโทบุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยมีผู้บังคับบัญชารายหนึ่งสั่งให้หยุดยิงในช่วง 6 ชั่วโมงแรกสงครามชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า การขัดคำสั่งโดยชอบของผู้บังคับบัญชา ในภาวะศึกสงคราม ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก
เมื่อวันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ในพิธีรับรางวัลเชิดชูนักสู้ผู้กล้า ณ พุทธสถานปฐมอโศก อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ได้เกิดประเด็นสำคัญจากการให้สัมภาษณ์ของ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งตอบคำถามของพิธีกรถึงเหตุการณ์ปะทะระหว่างไทยและกัมพูชา เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 โดยคำตอบของ พล.ท.บุญสิน ทำให้สามารถอนุมานได้ว่า ในช่วง 6 ชั่วโมงแรกของการปะทะนั้น ได้มีคำสั่งอย่างหนึ่งที่ทำให้ พล.ท.บุญสิน เข้าใจว่าเป็น “คำสั่งให้หยุดยิง” และในขณะนั้น พล.ท.บุญสินได้ปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว เพื่อความชัดเจนต่อสังคมและเพื่อประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดินด้านความมั่นคง จึงจำเป็นต้องตรวจสอบว่า
1. มีคำสั่งดังกล่าวจริงหรือไม่ ผู้บังคับบัญชาท่านใดเป็นคนสั่ง
2. หากมี คำสั่งนั้นเป็นคำสั่ง “ให้หยุดยิง” ตามที่ พล.ท.บุญสินเข้าใจหรือไม่ และด้วยเหตุผลใดถึงมีคำสั่งเช่นนั้น
3. หรือแท้จริงแล้วเป็นคำสั่งประเภทใดและด้วยเหตุผลใด คำสั่งนั้นจึงถูกส่งลงมาในช่วงเวลาดังกล่าว
เหตุผลที่ต้องมีการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ ก็เพราะว่า หากคำสั่งนั้นเป็นคำสั่งที่มิชอบ ผู้บังคับบัญชาผู้ออกคำสั่งก็ย่อมต้องมีความรับผิดทางกฎหมาย แต่หากคำสั่งนั้นเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย การที่ พล.ท.บุญสิน ซึ่งอยู่ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา ขัดขืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งโดยชอบ และไม่ได้รายงานเหตุผลความจำเป็นทางยุทธการ ณ ขณะเผชิญสถานการณ์ แต่กลับนำมาเปิดเผยในภายหลัง แม้ว่าการขัดคำสั่งนั้น อาจถือได้ว่าเข้าข่ายการขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา และเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะศึกสงคราม การที่ผู้ใต้บังคับบัญชาตัดสินใจทำตามดุลยพินิจส่วนตัว แม้จะสำคัญไปเองว่าทำด้วย “เจตนาดี” ก็ถือเป็นเรื่องใหญ่ และอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศได้อย่างร้ายแรง
หากเทียบเคียงกับกรณีเมื่อครั้งสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงมอบหมายให้ “พระราชมนู” คุมกำลังพล 10,000 นาย เข้ารบหยั่งเชิงกับทัพหน้าพระเจ้าเชียงใหม่ ซึ่งมีกำลังประมาณ 60,000 นาย
ขณะนั้นทัพหลวงของสมเด็จพระนเรศวรและสมเด็จพระเอกาทศรถจำนวน 30,000 นายกำลังเคลื่อนทัพตามมา เมื่อได้ยินเสียงการปะทะ พระองค์จึงวางกลศึก โดยให้กองทัพแบ่งกำลังไปซุ่มอยู่ตามป่าจิกทั้งสองด้าน เพื่อเตรียมตีกระหนาบ จากนั้นทรงแต่งม้าเร็วถ่ายทอดคำสั่งให้พระราชมนูแกล้งแพ้และทำทีเป็นถอยร่นลงมา เพื่อหลอกล่อให้ข้าศึกไล่ตามเข้ามาในพื้นที่ซุ่มโจมตี
ทว่า เมื่อม้าเร็วไปแจ้งคำสั่งครั้งแรก พระราชมนูไม่ยอมปฏิบัติตาม อ้างว่ายังมีกำลังพอสู้ได้ จึงไม่ถอย ม้าเร็วจึงถูกส่งไปแจ้งเป็นครั้งที่สอง แต่ก็ยังได้รับการปฏิเสธ
จนครั้งที่สาม สมเด็จพระนเรศวรทรงพิโรธเป็นอย่างมาก ถึงขั้นรับสั่งว่า “ถ้ามันไม่ถอย ก็ให้ตัดหัวมันมา”
เมื่อได้รับคำสั่งเด็ดขาด พระราชมนูจึงจำต้องถอยทัพลงมา ข้าศึกเกิดความชะล่าใจและไล่ตามลงมา ตามอุบายที่สมเด็จพระนเรศวรทรงวางไว้ ทำให้ทัพไทยสามารถโอบกระหนาบตีจนฝ่ายเชียงใหม่แตกพ่าย เสียหายหนัก และสามารถจับเชลย รวมถึงยึดช้าง ม้า และอาวุธได้อย่างมากมาย
เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างสำคัญที่ชี้ชัดว่า “การขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาในภาวะสงคราม แม้ว่าจะกระทำด้วยเจตนาที่ดีก็ตาม ก็เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้โดยเด็ดขาด”
ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมาธิการการทหารจึงจำเป็นต้องสืบสวนหาข้อเท็จจริงในกรณีนี้ให้กระจ่าง เพื่อจะได้จัดทำข้อเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อให้การบริหารราชการด้านความมั่นคงของชาติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ให้เกิดความคลาดเคลื่อนที่อาจสร้างความเสี่ยงต่อประเทศชาติในอนาคต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ไอติม' ยังคาใจ! 'นายกวิทยา' รับ 4 เรื่อง ปฏิเสธ 3 รวมถึง 'ทำเพื่อข้างบน'
'พริษฐ์' ยังข้องใจคำชี้แจงของ 'วิทยา' นายกเทศมนตรีโพนสา ถึง 4 เรื่องที่ยอมรับ กับ 3 สิ่งที่ปฏิเสธ โดยเฉพาะประเด็น 'ทำเพื่อข้างบน'
เดือด! 'เพนกวิน' ซัด 'รองหน.ปชน.' ทัศนคติต่อสิทธิมนุษยชนแย่มาก คำพูดเหมือนพวกผู้นำเผด็จการ
เพนกวิน ซัด อาจารย์ต้น-วีระยุทธ ทัศนคติต่อสิทธิมนุษยชนแย่มาก เป็นคำพูดที่พวกผู้นำเผด็จการ ทั้งในอดีตและปัจจุบันชอบพูดกัน
‘หนู’ไม่กลัวซักฟอก คุยลั่น!ถามอะไรมาตอบได้หมดยืนยันเสียงรัฐบาลเข้มแข็ง
"อนุทิน" เกทับซักฟอกไม่ใช่ข่าวใหม่ รู้อยู่แล้วว่าฝ่ายค้านมีสิทธิ์ยื่นปีละครั้ง คุยลั่นตอนนี้ไม่มีพรรคร่วมรัฐบาล มีแต่รัฐบาลของประชาชนชาวไทย ไม่ต้องเก็งข้อสอบเพราะทำงานทุกวัน ปฏิเสธไม่เกี่ยวฮั้ว สว. เป็นเรื่องของรัฐธรรมนูญ ยันรัฐบาลเข้มแข็ง "เท้ง" ชี้รัฐบาลที่เข้าสู่อำนาจแบบไม่ถูกต้องพยายามใช้อำนาจต่อเติมกำแพงให้หนาขึ้น
'ไอติม' จับตา กกต. ส่อเป่าคดีฮั้ว สว. 31 ส.ค.นี้ ปชน. เตรียมเปิดหลักฐานทิ้งทวน
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวสรุปพร้อมเปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินของฝ่ายค้าน ในการติดตามคดีการฮั้ว สว.บนเวทีผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน ว่า คาดว่า กกต.จะมีการลงมติในวันจันทร์ที่ 31 ส.ค. นี้ ซึ่งฝ่ายค้าน ก็จะจัดกิจกรรมในวันที่ 29-30 ส.ค. เพื่อเป็นการทิ้งทวน
นายกฯหนู ลั่นถามอะไรมาตอบได้หมด ไม่ต้องรอซักฟอก
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่าจะมีการยื่นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยประชุมสภาหน้าแน่นอน กังวลหรือไม่ โดยนายอนุทินย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า
'เท้ง' โวยลั่นการเมืองไทยไม่เห็นหัวประชาชน องค์กรอิสระยังถูกตั้งคำถาม
“เท้ง” เปิดเวทีผู้นำฝ่ายค้านพบประชาชน ชำแหละปัญหาเชิงโครงสร้าง อัดอำนาจรัฐไม่เคยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ตั้งคำถามกลไกตรวจสอบถ่วงดุล-ที่มาองค์กรอิสระ

