‘จตุพร’ ลั่น! ถ้าไทยยังไม่ได้ดินแดนคืนทั้งหมด สันติภาพย่อมเกิดขึ้นมาไม่ได้

23 ธ.ค. 2568- นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยระบุว่า การเจรจาหยุดยิงสงครามไทย-กัมพูชาเพื่อให้เกิดสันติภาพย่อมทำได้เมื่อไทยได้ดินแดนทั้ง 28 จุดที่กัมพูชารุกล้ำครอบครองไว้กลับคืนมา

“ใครจะเจรจา (หยุดยิง) ก็ตาม ถ้ายังมีแม้แต่จุดเดียวที่กัมพูชาไม่ถอน (การรุกล้ำและครอบครอง) ออกไปก็จบไม่ได้ ดังนั้น จึงไม่มีคำว่า เราได้ดินแดนส่วนใหญ่แล้ว ซึ่งไม่ใช่ เพราะที่ชิงแผ่นดินคืนนั้นเป็นดินแดนไทย จึงอ้างส่วนใหญ่ไม่ได้ ไทยต้องได้กลับคืนมาทุกตารางนิ้ว”

อีกทั้งประเมินว่า การสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชาจะจบก่อนปีใหม่ย่อมเป็นไปได้ แต่ตนยังไม่เชื่อ ถ้าจะหยุดยิงกันจริงแล้ว ไทยต้องเอาดินแดนกลับคืนมาทั้งหมดด้วย หากกัมพูชายังไม่ถอยออกจากแผ่นดินไทยก็ต้องรบกันต่อไป ดังนั้น การประชุมระดับทวีภาคี GBC วันที่ 24 ธ.ค.นี้ ไทยต้องตัดสินใจให้รอบคอบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสงครามครั้งที่สามขึ้นมาอีก

อย่างไรก็ตาม ภายใต้สงครามขณะนี้ สิ่งที่ต้องการเห็นคือ คนไทยต้องไม่คิดเป็นอื่นและดูเบาเรื่องบูรณภาพแห่งดินแดน หรือไม่รู้สึกรู้สาว่า สาเหตุสงครามที่เกิดขึ้นมาจากการปล่อยปละละเลยจนหมักหมมปัญหากันไว้ โดยยอมให้กัมพูชาเข้ามายึดครองในเขตพื้นที่ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์ และเข้ามาตั้งบ้านเรือน ค่ายทหารในดินแดนของไทยแท้ๆ จนกัมพูชารู้สึกเป็นเจ้าของ ซึ่งเป็นความผิดพลาดมายาวนาน

นายจตุพร กล่าวว่า ที่ผ่านมาสงครามไม่เกิดขึ้นเพราะไทยยอมเสียดินแดน ถ้าไม่ยอมแล้ว การละเมิดกว่า 600 ครั้ง หรือกัมพูชารุกดินแดนไทยทั้ง 28 จุดจะไม่ยอมเกิดขึ้น ดังนั้น การปล่อยให้รุกเข้ามาทั้ง 28 จุดจึงเป็นบทเรียนที่แพงที่สุดของไทย ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้นอีกในอนาคต

“การเรียกร้องให้จบกันไปภายใต้ไทยเสียดินแดนนั้น เป็นการจบเพื่อพักรบเท่านั้น แต่จะเกิดสงครามไทย-กัมพูชาครั้งที่สามกันอีก ดังนั้น ถ้าสิ้นปียังไม่จบ ก็ต้องรบกันต่อปีหน้าอยู่ดี โดยต้องไม่จบภายใต้เงื่อนไขไทยเสียเปรียบเหมือนเดิม แม้เรารบได้คืนปราสาทตาควาย และเนิน 350 แต่ต้องได้ทุกพื้นที่ของไทยกลับคืนมา 100 %”

พร้อมทั้งกล่าวว่า เมื่อไทยได้ดินแดนครบทั้ง 28 จุดที่เป็นปัญหากลับคืนมาแล้ว คงไม่มีใครขัดข้องในเรื่องสันติภาพ การเจรจาหยุดยิงจึงมีความเป็นไปได้ แต่ถ้าไทยยังไม่ได้ดินแดนคืนทั้งหมดแล้ว สันติภาพย่อมเกิดขึ้นมาไม่ได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การเจรจา GBC ในวันที่ 24 ธ.ค.นี้ ย่อมมีความเป็นไปได้ที่จะหยุดยิง โดยให้กัมพูชาถอยไปจากดินแดนไทย แต่ก็ยากที่จะเกิดขึ้น เพราะฮุนเซนจะอยู่ในฐานะผู้แพ้ไม่ได้ ซึ่งจะทำให้ตำแหน่งทางการเมืองล่มสลายและคงไม่มีแผ่นดินอยู่เช่นกัน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดีเอสไอ พบพิรุธคลังน้ำมันสุราษฎร์ มี 2 ล้านลิตร แต่ขายน้อยลงผิดปกติ

“ดีเอสไอ" เปิดชื่อ 6 บริษัทผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ จ.สุราษฎร์ฯ หลังบางบริษัทฯ มีความผิดปกติ พบมีน้ำมันคงคลังในเดือน มี.ค.69 อัตรา 2 ล้านลิตร คงคลังเพิ่มขึ้นเป็นล้านลิตร แต่ขายออกเพียงแสนลิตร ต่างจากสถิติเดือน ก.พ. รับ-ขายน้ำมันหลักล้านลิตรเท่ากัน ระบุ “ตำรวจสุราษฎร์ธานี-พาณิชย์จังหวัด” อยู่ระหว่างสอบสวนบริษัทฯ ที่พบความผิดปกติ แย้ม หากพบความผิด “ดีเอสไอ” พร้อมรับร้องทุกข์กล่าวโทษ ก่อนประมวลเรื่องชงบอร์ดคดีพิเศษ “คดีอั้งยี่-ฟอกเงิน บริษัทคลังน้ำมัน”

ECHO CHAMBER สะเทือนไทย! นักวิชาการเตือนอย่ารีบเชื่อข่าวพลังงานในโลกออนไลน์ ชี้บิดเบือนเยอะ

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น อาจารย์ภาควิชาการบริหารและจัดการเมือง วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ให้ความเห็นต่อสถ

รักชนก-สส.ปชน. เรียกร้อง 'จุลพันธ์' รมว.แรงงานคนใหม่ สางปัญหา 4 ข้อเร่งด่วน

สส.พรรคประชาชน นำโดย น.ส.รักชนก ศรีนอก พร้อมด้วย น.ส.ธนพร วิจันทร์, นายเซีย จำปาทอง และ นายสหัสวัต คุ้มคง ร่วมแถลงข่าวเสนอข้อเรียกร้องต่อ รมว.แรงงานคนใหม่ 4 ข้อ เพื่อแก้ปัญหาให้พี่น้องแรงงานผู้ประกันตนอย่างเร่งด่วน

'สาทิตย์' ชำแหละ 7 ปี คทช.ไร้ผลงานเป็นรูปธรรม

'สาทิตย์' ชำแหละ 7 ปี คทช. ไร้ผลงานเป็นรูปธรรม พบคนไทย 75% ยังไร้ที่ดินทำกิน จี้ 'อนุทิน' แสดงวิสัยทัศน์กล้าเดินหน้าโฉนดชุมชน-ธนาคารที่ดินหรือไม่

สส.ปชน.ยื่นร่างแก้ไขกม.รับราชการทหารฝันปีนี้จับใบดำ-ใบแดงปีสุดท้าย!

'พรรคประชาชน' ยื่นร่างแก้ พ.ร.บ.รับราชการทหาร จับตาพลทหารโดนดึงเป็นทหารรับใช้-ถูกซ้อม หวังปี 69 เป็นปีสุดท้ายจับ ใบดำ-ใบแดง