
24 ธ.ค.2568- นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า
ยังจำได้ไหม…คดีฮั้วเลือก สว. อยู่ที่ไหน
และแสงที่ปลายอุโมงค์ จะสว่างขึ้นอีกครั้งได้หรือไม่
-------
เมื่อวานนี้ (วันอังคารที่ 23 ธันวาคม 2568) สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับ คดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา ในลักษณะที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
สื่อส่วนหนึ่งพาดหัวข่าวว่า
“ศาลอาญาคดีทุจริตฯ สั่ง กกต. แจง 10 ข้อ คดีฮั้วเลือก สว. ก่อนนัดฟังคำสั่ง 27 ม.ค. 2569”
ขณะที่สื่ออีกส่วนหนึ่งพาดหัวข่าวหลักว่า
“ศาลอาญาคดีทุจริตฯ รับฟ้อง สว.สำรอง ฟ้อง กกต. ประวิงเวลาสอบฮั้วเลือก สว.”
แต่เมื่ออ่านต่อไป จะพบพาดหัวข่าวรองว่า ศาลมีคำสั่งให้ กกต. ชี้แจงข้อเท็จจริงและส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องภายในวันที่ 23 มกราคม 2569
และนัดฟังคำสั่งว่า จะรับคดีไว้พิจารณาหรือไม่ ในวันที่ 27 มกราคม 2569
ผู้เขียนมีข้อสังเกตและความเห็นดังต่อไปนี้
1)การอ่านเพียง “พาดหัวข่าวหลัก” โดยไม่พิจารณาเนื้อข่าว ย่อมทำให้ผู้อ่านเข้าใจผิดได้ว่า ศาลมีคำสั่งรับฟ้องคดีนี้ไว้พิจารณาแล้ว ทั้งที่ในความเป็นจริง ยังอยู่ในขั้นตรวจคำฟ้อง ศาลยังมิได้มีคำสั่งรับคดีไว้พิจารณาแต่อย่างใด
2) คดีนี้เป็นคดีที่ สว.สำรอง เป็นโจทก์ ฟ้อง กกต. จำนวน 7 คน และเลขาธิการ กกต. ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง (คดีหมายเลขดำ อท.185/2568) ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง
3) คดีดังกล่าวมีที่มาจากการสืบสวนไต่สวนของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง คณะที่ 26 ของสำนักงาน กกต. ซึ่งปรากฏว่า เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 ได้สรุปสำนวนและเสนอความเห็นให้ดำเนินคดีแก่ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสิ้น 229 ราย
ประกอบด้วย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 138 ราย กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยและเครือข่าย จำนวน 91 ราย พร้อมทั้งเสนอให้ดำเนินการ ยุบพรรคภูมิใจไทย
4) แต่เมื่อเวลาผ่านไป 5 เดือนเศษ ประเทศได้เดินทางผ่านเหตุการณ์ทางการเมืองสำคัญหลายประการ
*ตั้งแต่ช่วงที่พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยมีพรรคประชาชนสนับสนุน แต่ไม่เข้าร่วมรัฐบาล
*ความล้มเหลวในการแก้ไขวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
*การที่นายกรัฐมนตรีทูลเกล้าฯ ยุบสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568
*จนถึงการกำหนดวันเลือกตั้ง สส. ใหม่ เป็นการเลือกตั้งทั่วไป ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
แต่ผลงานของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง คณะที่ 26
กลับยังไม่สามารถเดินทางจาก กกต. ไปถึงศาลฎีกา เพื่อสอย สว. 138 คน และยังไม่สามารถเดินทางจาก กกต. ไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณายุบพรรคภูมิใจไทยได้
แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ซึ่งเคยปรากฏ ดูจะค่อย ๆ ริบหรี่ลงตามกาลเวลา
คำถามสำคัญที่ยังคงค้างคาอยู่คือ
เรายังจะมีหวังเห็นแสงที่ปลายอุโมงค์ดวงใหม่
สว่างขึ้นมาอีกครั้งหรือไม่
และหากมี…จะเกิดขึ้นเมื่อใด
นักวิชาการอิสระ
24/12/68
#ฮั้วเลือก สว. #นายกฯ อนุทิน #พรรคภูมิใจไทย #ยุสภา #กกต. #เลขาฯ กกต.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกาเปิดบรรทัดฐานบทจบคดีฮั้ว สว.
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
'นักวิชาการอิสระ' ถามเลือกตั้งล่วงหน้าได้ แต่ลงประชามติล่วงหน้าไม่ได้ ควรแก้ไขหรือไม่
หลายคนสงสัย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา หลายคนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ล่วงหน้า แต่กลับไม่มีบัตรลงประชามติให้กา ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญระดับชาติเหมือนกัน
อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาวิพากษ์ชำแหละปมแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราคุ้มค่าจริงหรือ!
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ชัด ‘คดีฮั้ว สว.’ อั้งยี่-ฟอกเงิน ต้องรอเกมตัดสินจาก กกต.
ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า สารตั้งต้นคดีฮั้ว สว.ปี 2567 แยกเป็นคดีหลักและคดีสาขา สำนวนที่ กกต.รับไต่สวน เป็นคดีหลัก ส่วนคดีอาญาฐานร่วมกันกระทำอั้งยี่ สมคบกัน
อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาสรุปให้ง่ายๆ 8 ก.พ.ไปลงประชามติเรื่องอะไร!
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
ดร.ณัฏฐ์ ชำแหละคดีฮั้ว สว. ศึกสองค่าย ‘สว.น้ำเงิน’ กับ ‘กกต.’ ใครเกมก่อน
ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชนชื่อดัง ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า คดีโกงการเลือก สมาชิกวุฒิสภา ปี 2567 หรือที่เรียกว่า “คดีฮั้ว สว.” แบ่งเป็น 2 ส่วน

