'ชูวิทย์' เตือน 'พรรคส้ม' เลือกเงียบไม่ควรตอบโต้ทหาร ระวังจะเข้าตัว ไม่ได้เป็นรัฐบาลอีก

4 ม.ค.2569-นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเรื่อง “ทหารมีไว้ทำไม?” เนื้อหาระบุว่า เจ้ากรมข่าวทหารบกระบาย “ทหารดีต้องอดทนให้ ด้อม-ติ่ง ด้อยค่า สวนกลับถูกถามเคยไปรบหรือไม่ ลั่น..ทุกตำแหน่งคือฟันเฟือง พูดพลาดขอโทษกันไม่เสียหาย”

เจ้ากรมข่าวทหารบกโพสต์ในเฟสบุ๊คส่วนตัวว่า “วาทกรรมด้อยค่าต่างๆ ที่บั่นทอนความรู้สึกทหารทั้งกองทัพ โดยพยายามอธิบายว่าหมายถึงนายพลบ้าง หมายถึงทหารไม่ดีบ้าง แล้วทหารที่เหลือเขาต้องมานั่งยอมให้นักการเมือง ด้อม ติ่ง มาใช้วาทกรรมด้อยค่าพวกเขา ปรามาสกองทัพว่ารบที่ไหนก็แพ้ วันนี้ก็พิสูจน์แล้วว่าเราทำหน้าที่กันสมบูรณ์แบบ มีใครขอโทษหรือเปลี่ยนวาทกรรมที่ดูถูกปรามาสกองทัพไปบ้างหรือยัง หรือจะปล่อยให้เงียบไปกับสายลม”

นอกจากนั้นยังพูดอีกว่า “การใช้คำพูดที่สร้างความแตกแยกขึ้นในกองทัพเป็นสิ่งที่ต้องเคลียร์กัน ทหารไปรบคราวนี้มีตั้งแต่พลทหารยันนายพล ถ้าถามว่านายพลนายพันตายบ้างรึยัง?

คำตอบคือ ผู้จัดการไปเดินขายของเป็นฝ่ายการตลาดเองมั้ย? การออกไปทำหน้าที่ ทุกคนมีหน้าที่ต่างกัน ตายแทนกันได้ เราต้องการความเชื่อใจกัน  การรบที่ผ่านมาทั้ง 2 ยุทธการ และ 2 ยุทธบริเวณนั้น คนที่ผ่านมาจะเข้าใจดีว่าแนวหน้าทำงานกันอย่างไร เราไม่ทิ้งกันอย่างไร เพราะความแตกแยกในกองทัพคืออันตรายอย่างยิ่งต่อการทำภารกิจต่างๆ” นั่นคือคำพูดของ พล.ท.ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก

ที่สื่อถึงความรู้สึกจากประโยค “ทหารมีไว้ทำไม?“  ส่วน รังสิมันต์ โรม แห่งพรรคประชาชน ตอบโต้ทันที เพราะอยู่ในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง โดยบอกว่า “พรรคประชาชนไม่เคยเหมารวม แต่ต้องย้ำให้ชัดเจนว่า กองทัพมีไว้เพื่อป้องกันประเทศ ไม่ใช่ให้ใครนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว

คนที่ก่อรัฐประหารร่ำรวยขึ้น เครือข่ายมั่งคั่ง ชีวิตสุขสบาย ขณะที่ประเทศจมอยู่กับการคอร์รัปชั่นและการทุจริต สภาพเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่เราควรยอมรับหรือปล่อยให้เกิดขึ้นอีกต่อไป เราเกลียดรัฐประหาร แต่เราไม่เคยเกลียดกองทัพ ดังนั้นขอให้หยุดปลุกปั่น สร้างความเข้าใจผิด และยุติปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่มุ่งด้อยค่าพรรคประชาชนได้แล้ว”

พรรคประชาชนกำลังย้อนพบกับ ”วาทกรรมนโยบาย“ ที่เคยหาเสียงไว้ ในภาวะสงครามชายแดน ไทย-เขมร และกระแส ”ชาตินิยม” ที่ยังไม่จางหายจากความรู้สึกของประชาชน ยิ่งเป็นช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย จึงมีความพยายามของพรรคส้มในการชี้แจงจาก ”ไอซ์ รักชนก“ ในแนวทางเดียวกับธนาธรว่า ”มีทหารไว้รบ ไม่ใช่ไปตัดหญ้า ซักกางเกงในให้เมียนายพล“  วลีต่างๆ ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างพรรคส้มกับทหารหนักไปอีก  

ทั้งนี้เพราะนโยบายของพรรคส้มในการ “รื้อโครงสร้างระบบการเมือง กองทัพ นายทุน“ เป็นเรื่องใหญ่ที่นำเสนอต่อสังคม จากบรรดาอาจารย์ นักวิชาการ ผ่านนักการเมืองในการหาเสียงเลือกตั้ง จนทำให้ได้รับคะแนนล้นหลามในการเลือกตั้งที่ผ่านมา

ธนาธร ผู้นำจิตวิญญาณบอกว่า  “เลือกตั้งรอบนี้ ขอโอกาสเราเป็นพรรคหลักในการเมืองพรรคเดียว ถ้าเราทำไม่ได้ 4 ปี ข้างหน้าท่านไม่ต้องเลือกเราอีกเลย”

สำหรับประชาชนที่กำลังตัดสินใจ ไม่สามารถเอาประเทศเป็นเดิมพันให้ลองได้ มันไม่ใช่บริษัทจำกัดที่ให้คนมาลองงาน หากทำไม่ดี 4 เดือน เลิกจ้างให้ออก คุณธนาธรเอาไปบอกผู้ถือหุ้นบริษัทได้ แต่กับประเทศชาติมันไม่ใช่ หากจะคิดแบบเดียวกันได้ประชาชนต้องมั่นใจ เชื่อใจ ไว้วางใจ ไม่ใช่ที่ทดลองงานสำหรับมือใหม่ หากไม่ดีก็จะไป ไม่ต้องเลือกอีก ”บริษัท ผลกำไรคือเงิน แต่ประเทศชาติ ผลกำไรคือความมั่นคง“ หากให้เลือก ผมเชื่อว่าประชาชนเลือกความมั่นคง หรือหากให้ประชาชนเลือก ”พรรคที่ต้องไปเสี่ยงดวงกับทหาร“ ยังไงประชาชนก็ต้องเลือกทหาร

แต่มันไม่ได้มี ”พรรคทหาร“ ให้ประชาชนเลือก ทหารเป็นสถาบันที่อยู่กับประเทศตลอดไป จึงไม่ใช่คู่แข่งของพรรคส้มแต่อย่างใด  ตรงกันข้ามกับพรรคการเมือง ที่มีอยู่และสลายไปตามกาลเวลาสถานการณ์  หากผมเป็นพรรคส้มจะเลือกเงียบ ไม่ไปตอบโต้ทหารในภาวการณ์นี้ เพราะมันมีแต่เสียกับเสีย  หาเสียงเอาพองาม นำเสนอเรื่องปากท้องประจำวันของคนที่เดือดร้อนดีกว่า

อย่าไปตอบโต้ทุกเรื่องเหมือนฝ่ายค้านในสภา มันจะเข้าตัวเอานะครับ บางเรื่องต้องยอมรับ เพื่อเดินต่อไปยังเป้าหมายข้างหน้า

พรรคส้มพูดว่าจะทำ ”การเมืองใหม่“ แต่ยังใช้วิธีของ “การเมืองเก่า” อยู่  เรื่องที่อันตรายต่อความขัดแย้งของคนในสังคมไทย

อย่าไปทำเลยครับ เดี๋ยวจะไม่ได้เป็นรัฐบาลอีก

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปชน. จี้ 'บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์' ตั้งเงื่อนไขทำ 'อีไอเอ' โครงการใหญ่ใช้ไฟเกิน 10 เมกะวัตต์

'กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ' เรียกร้อง 'บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์' เร่งกำหนดทำอีไอเอให้ชัด ขนาดใหญ่ใช้ไฟเกิน 10 เมกะวัตต์ ก่อนมีบริษัทปล่อยผีฉวยโอกาสช่วงสูญญากาศ หวั่น กระทบคนพื้นที่

'ทั่นโรม' จี้คุ้ยเส้นทางการเงินเครือข่ายสแกมเมอร์หลังพ่อมะกันขึ้นบัญชีดำ!

'โรม' จี้รัฐบาลเร่งสอบสาวไส้เส้นทางการเงิน -คดีความเครือข่ายแสกมเมอร์ในไทย หลัง 'วรภัค' จ่อถูกแบล็กลิสต์มะกัน – หวั่นกระทบภาพลักษณ์-ความน่าเชื่อถือประเทศไทย

มีแต่พระเอก! โรมซัดอย่าโยงพรรคในคดีฮั้วเพราะไม่มีใครนิยามตัวเองเป็น สว.ส้ม

'โรม' อัดยับวาทกรรมตีตรา ชี้ไม่มี สว.คนไหนนิยามตัวเองเป็น 'สว.สีส้ม' ซัดเป็นพฤติกรรมเบี่ยงประเด็นหวังลากคนอื่นเข้าคลองในลักษณะ 'ถ้าผมชั่ว คุณก็ต้องชั่วเหมือนผม'

'รังสิมันต์' ฉุน 'ไชยชนก' เบี้ยวแจง กมธ.รอบที่ 6

'โรม' ฉุน 'ไชยชนก' เบี้ยวแจงปมสินบน 40 ล้าน-ส่งตัวแทนเป็นครั้งที่ 6 ถามเข้าใจปัญหาจริงหรือไม่ หรือยกเมฆมาพูดลอยๆ ลั่นถ้าไม่มีหลักฐานเท่ากับโกหกกลางสภา

'อ.อัจฉราวดี' เชียร์ 'พลพีร์' ซัดพรรคส้มปั่นคดีฮั้ว สว. หวังล้มรัฐบาล ไม่ใช่เพื่อความยุติธรรม

อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล วิปัสสนาจารย์ชื่อดัง ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต ในฐานะโหวตเตอร์พรรคภูมิใจไทยให้เลือกชนะเลือกตั้ง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า รู้เช่นเห็นชาติพรรคส้มมานาน