
15 ก.พ. 2569 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” ระบุว่า น้ำเงินผสมพันธุ์แดง มวลชนผิดหวัง
นับว่าเป็นอีกครั้งหนึ่งของการจัดตั้งรัฐบาล ที่มวลชน กองเชียร์ ผู้สนับสนุน รู้สึกกระอักกระอ่วนใจมากที่สุด ที่เห็นพรรคการเมืองที่ตัวเองสนับสนุน และเลือกเข้ามา หวังจะเป็นรัฐบาล และต่อสู้ทางการเมืองกับพรรคการเมืองอีกขั้วหนึ่ง เช่นเดียวกับการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ที่มีการจัดรัฐบาลข้ามขั้ว พรรคเพื่อไทยตระบัดสัตย์ กระโดดทิ้งพรรคก้าวไกล ฉีกเอ็มโอยู เพื่อจับมือจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองที่มาจากคณะรัฐประหาร ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ประกาศบนเวทีหาเสียงว่า จะไม่จับมือกับคณะรัฐประหารอย่างแน่นอน แต่ในที่สุดก็มาร่วมกันเป็นรัฐบาล ถึงทำให้มวลชนทั้ง2ฝ่ายผิดหวัง รู้สึกสับสน และหาคำตอบไม่ได้ว่า ทำไมพรรคการเมือง2ขั้ว ที่แข่งขันกันอย่างเข้มข้น ไม่ต่างอะไรกับน้ำกับน้ำมัน แต่ในที่สุดก็มาจับมือกันจัดตั้งรัฐบาลได้
ในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน หลังการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้เห็นภาพการจับมือการจัดตั้งรัฐบาล ของพรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทย ทั้ง2พรรคนี้แข่งขันกันมา และมีปัญหากันระหว่างการร่วมรัฐบาล มีการยึดกระทรวงมหาดไทยกลับคืนมา มีการออกแถลงการณ์ถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เป็นการชิงความได้เปรียบทางการเมือง ในกรณีคลิปหลุด ระหว่างอังเคิ่ลกับหลาน คือระหว่างสมเด็จฮุนเซนกับนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และระหว่างการรณรงค์หาเสียง ก็มีการโจมตีพาดพิงกันในประเด็นต่างๆ รวมไปถึงคดีที่ดินเขากระโดง คดีฮั้วส.ว. และในส่วนของพรรคเพื่อไทย ก็ถูกโจมตีเรื่องคลิปอังเคิ่ล และที่ดินอัลไพน์
แต่ในที่สุดหลังจากผลการเลือกตั้งออกมา พรรคภูมิใจไทยได้เชิญพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาล ทำให้มวลชนผู้สนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ที่เป็นกลุ่มอนุรักษ์นิยมขวาจัด หรืออนุรักษ์นิยมสุดขั้ว ที่เสนอแนวทางเลือกตั้งอย่างมียุทธศาสตร์ให้เทคะแนนเลือกพรรคภูมิใจไทย เพื่อเอาชนะพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนให้ได้ แต่ในที่สุดทั้ง2พรรค ก็มาจับมือกันจัดตั้งรัฐบาล สร้างความผิดหวังให้กับมวลชนฝ่ายอนุรักษ์นิยมสุดขั้ว หรือที่เรียกกันว่าขวาจัดได้ไม่น้อย
ในขณะเดียวกันมวลชนของพรรคเพื่อไทยก็ลำบากใจ หรือไม่เห็นด้วยที่จะให้พรรคเพื่อไทย มาจับมือจะตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย แต่นั่นเป็นความเห็น เป็นความรู้สึกของมวลชนทั้ง2ฝ่าย แต่เหนือสิ่งอื่นใด ทั้งหมดคือประโยชน์ทางการเมืองของพรรคการเมืองทั้ง2พรรค และเชื่อว่าจะเห็นภาพร่วมรัฐบาล3พรรคจับมือกัน คือพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรค เพราะทั้ง3พรรคนี้ ต้องยอมรับความจริงว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมา ได้ลงทุนด้านทรัพยากร กระสุนดินดำเป็นจำนวนมาก พรรคการเมืองหนึ่งพรรคการเมืองใด ตกขบวนไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาล ทำให้ขาดทุนทางการเมือง ที่ได้ลงทุนไปในการเลือกตั้งที่ผ่านมา
จึงจำเป็นต้องจับมือกัน และจะเห็นภาพพรรคร่วมรัฐบาล3พรรคจับมือกัน คือภูมิใจไทย เพื่อไทย กล้าธรรม และพรรคเล็กพรรคน้อย ที่หวังจะโหนรถไฟขบวนสุดท้าย เพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมืองเช่นเดียวกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปูด 'อส.ถลาง' โยงบัญชีม้า จี้คุ้ยเส้นเงินถึงตัวใหญ่
"เฉลิมพงศ์" สส.ภูเก็ต เผย กรณีด่านตรวจยา อส.อำเภอถลาง พบข้อมูล “บัญชีม้า” รับเงิน รัฐต้องสาวเส้นเงินถึงผู้รับผลประโยชน์
'พิกุลทอง' ของขึ้น! ฉะพรรคส้ม พวกคุณคือของปลอม
นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “พวกคุณคือของปลอม" ระบุว่า
สีน้ำเงิน ยังคุมสภาสูง เดิมเกมดูดสว.เติมเสียง
หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มีมติส่งคำร้องไปศาลฎีกาฯ และดำเนินคดีอาญาผู้เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วสว.จำนวน 77 รายชื่อ โดยมีสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันรวมอยู่ด้วย 26 รายชื่อ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองและข้อกฎหมายตามมามากมาย
สางปม'โกง-ขายชาติ'ลดเงื่อนไข บริหารสมดุลเครือข่าย'สีน้ำเงิน'
ไม่รู้ว่ามีแรงฮึดจากไหน สัปดาห์ที่ผ่านมา นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวกลางวงข้าราชการกระทรวงมหาดไทยในประเด็นร้อนที่เกี่ยวพันกับข้อกล่าวหาเรื่อง ทุจริต-โกงชาติ
'โจ มณฑานี' ประกาศแบก 'อนุทิน' เต็มตัว ลั่นใครไม่เลือก เจ้เลือก!
“โจ มณฑานี” ประกาศจุดยืนหนุนนายกฯ และรัฐบาลแบบเต็มกำลัง สวนเสียงเชียร์
'โฆษกภท.' ลั่น ไม่หนักใจแต่แรก มั่นใจไม่มีส่วนเกี่ยวข้องฮั้วสว.
ที่รัฐสภา น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย ให้

