
21 เมษายน 2569 – นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความระบุว่า “ยกฟ้องเพราะไม่มีอำนาจฟ้อง”: เมื่อกระบวนการยุติธรรมปิดประตูตั้งแต่หน้าศาล — บทเรียนจากคดีฟ้อง กกต. กรณีฮั้วเลือก สว.
คำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางเมื่อวันที่ 20 เม.ย. 69 ที่ “ยกฟ้อง” คดีที่ผู้สมัคร สว. บัญชีสำรอง ยื่นฟ้องบอร์ด กกต. ทั้งคณะ และเลขาธิการ มิได้เป็นเพียงการยุติข้อพิพาทรายบุคคล แต่นี่คือ “คำตอบเชิงโครงสร้าง” ที่ตอกย้ำว่า ในระบบกฎหมายไทยปัจจุบัน ประชาชนทั่วไปอาจไม่มีที่ยืนในคดีที่เกี่ยวข้องกับความสุจริตของรัฐ
1.คดีนี้ไม่ได้ตัดสินว่าใครผิด — แต่ตัดสินว่า “ใครพูดได้”
ศาลหยุดการพิจารณาไว้เพียงแค่ประตูหน้าศาล ด้วยเหตุผลทางเทคนิคว่าโจทก์ “ไม่ใช่ผู้เสียหาย” โดยให้เหตุผลว่า หาก กกต. ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ “รัฐเท่านั้นที่เป็นผู้เสียหาย” และต้องให้ “พนักงานอัยการ” เป็นผู้ฟ้อง
ประเด็นที่น่าคิดคือ เมื่ออัยการคือทนายแผ่นดิน และ กกต. คือองค์กรอิสระของแผ่นดิน การผูกขาดอำนาจฟ้องไว้ที่รัฐเพียงฝ่ายเดียวเช่นนี้ ย่อมทำให้ประชาชนเกิดคำถามถึงความโปร่งใส (Check & Balance) ว่าในที่สุดแล้ว “คนของรัฐ” จะกล้าฟ้อง “องค์กรของรัฐ” อย่างเต็มกำลังจริงหรือไม่?
2. ความเสียหายที่ศาลมองไม่เห็น (แต่อยู่ในใจประชาชน)
ศาลวินิจฉัยว่าสถานะ “บัญชีสำรอง” ทำให้ความเสียหาย “ยังไม่แน่นอน” แต่ในโลกของความเป็นจริง การเลือกกันเองของ สว. ที่ถูกครหาว่ามีการ “ฮั้ว” กัน ย่อมทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของสนามแข่งขันไปตั้งแต่นาทีแรกแล้ว
การตีความความเสียหายแบบ Actual Damage (ต้องเกิดผลเสียที่เป็นรูปธรรมชัดเจน) อาจเหมาะกับคดีลักวิ่งชิงปล้นทั่วไป แต่สำหรับคดีเลือกตั้งที่ส่งผลต่อชะตากรรมของประเทศ ความเสียหายควรถูกนิยามให้กว้างกว่านั้น เพราะมันคือการพราก “โอกาสที่เท่าเทียม” ไปจากผู้สมัครทุกคน
3. ช่องว่างของความรับผิด (Accountability Gap)
เมื่อศาลวางหลักว่า:
• ผู้สมัครไม่มีอำนาจฟ้องเอง
• ประชาชนไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง
• อำนาจผูกขาดอยู่ที่รัฐ
เรากำลังเผชิญกับภาวะที่ไม่มีใครสามารถเรียกหาความรับผิดชอบได้ หากกลไกของรัฐเลือกที่จะ “นิ่งเฉย” หรือ “มองไม่เห็น” ความผิดปกติที่เกิดขึ้น
4. ใครโกง? vs ใครปล่อยให้โกง?
ศาลแนะให้ไปฟ้องคนฮั้ว (229 คน) โดยตรง แต่ในทางกฎหมายมหาชน การ “งดเว้นการปฏิบัติหน้าที่” ของเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ต้องคุมกฎนั้นร้ายแรงไม่แพ้ตัวผู้กระทำผิด การตัดความเชื่อมโยง (Causal Link) ระหว่างการนิ่งเฉยของเจ้าหน้าที่กับความเสียหายที่เกิดขึ้น อาจทำให้เกราะคุ้มกันของเจ้าพนักงานของรัฐแข็งแกร่งจนยากจะตรวจสอบ
5. ถึงเวลาทบทวนกติกา: Citizen Suit คือทางออก?
บทเรียนจากคดีนี้ชี้ให้เห็นว่า หากศาลไม่ตีความกฎหมายปัจจุบันแคบจนเกินไป ก็อาจถึงเวลาต้องขยายเรื่อง Standing (สิทธิในการฟ้องคดี) ในกฎหมายให้กว้างขึ้น เหมือนในหลายประเทศที่มีระบบ Citizen Suit หรือการอนุญาตให้ “ผู้มีส่วนได้เสียในฐานะพลเมือง” สามารถฟ้องคดีสาธารณะได้ เพื่อไม่ให้อำนาจการตรวจสอบถูกรวมศูนย์ไว้ที่หน่วยงานของรัฐเพียงอย่างเดียว
บทสรุป
คำพิพากษาของศาลชั้นต้นในคดีนี้ไม่ได้บอกเราว่าการเลือกกันเองเพื่อเป็น สว. ครั้งที่ผ่านมาสุจริตหรือไม่… แต่มันบอกเราว่า หากคุณสงสัยในความไม่โปร่งใส คำตอบจากกระบวนการยุติธรรมในวันนี้คือ “คุณไม่มีสิทธิถาม”
ในระยะสั้น ระบบอาจเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่สะดุด แต่ในระยะยาว ระบบที่ปิดกั้นการมีส่วนร่วมของประชาชนตั้งแต่หน้าประตูศาล จะยังคงได้รับความเชื่อมั่นจากสังคมได้จริงหรือ? เพราะความยุติธรรมที่เข้าถึงไม่ได้… ก็แทบไม่ต่างอะไรกับความอยุติธรรม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดชื่อ 25 สว.สำรอง 17 กลุ่ม ใครบ้างมีสิทธิเลื่อนขึ้น หาก 26 สว.พ้นตำแหน่ง
เปิดบัญชี 25 สว.สำรอง 17 กลุ่ม หลัง กกต.มีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา 26 สว.ในคดีเลือก สว. พบชื่อ “ศรีวราห์-คำรบ-นุชนารถ-ณพลเดช”
เคารพเสียงข้างมาก หนูกระตุกสังคม/ปูดสว.น้ำเงินเติมเสียง
“อนุทิน” เมินเสียงวิจารณ์คำวินิจฉัย กกต.ปมฮั้ว สว. ลั่นรัฐบาลไม่เกี่ยว ชี้หลักประชาธิปไตยต้องเคารพเสียงข้างมาก
กกต.เตรียมแจง 3 สำนวน 'สว.ส้ม-ไอลอว์' ยันยังไม่ถึงมือชุดใหญ่
คนใกล้ชิด กกต. เผยกระแสข่าว 3 สำนวนเกี่ยวกับการเลือก สว. ที่พาด
ทิ้งบอมบ์! ปูดสภาสูงปีก 'น้ำเงิน' ลุยเติมเสียงดูด สว. เข้าก๊วน
ระเบิดลงวุฒิสภา! ปูดสภาสูงปีกน้ำเงินเดินเกมเติมเสียงดูด สว. เข้าก๊วน เชื่อคนอยากได้ตำแหน่งยังไปวิ่งเต้นที่เขากระโดง-ซอยรางน้ำ เหตุแม้ยื่นสอย 26 คน แต่ยังคุมเบ็ดเสร็จ
'โอฬาร' ชี้ กกต.ไม่ใช่ 'บุรุษไปรษณีย์' ต้องกลั่นกรองหลักฐานก่อนส่งศาล คดี สว.ใช้กระแสตัดสินไม
รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวถึงบทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภาว่า ภายหลังประกาศรับรองผลการเลือก สว.แล้ว กกต.ไม่ใช่ผู้วินิจฉัยความผิดขั้นสุดท้าย เพราะอำนาจตัดสินเป็นของศาลฎีกา แต่ในขณะเดียวกัน กกต.ก็ไม่ใช่ “บุรุษไปรษณีย์” ที่มีหน้าที่รับทุกข้อกล่าวหาแล้วส่งต่อไปยังศาลโดยไม่ตรวจสอบหรือกลั่นกรอง
ดีเอสไอลากไส้กกต. พิรุธไม่รับหลักฐานสำคัญ ลุยคดีอั้งยี่-ฟอกเงินฮั้วสว.
“อนุทิน” อุบแจงผลสอบจาก ตร. ปมมีชื่อ "ทองเจือ" เอี่ยวโกงสอบ บอก "กกต." แถลงมติคดีฮั้ว สว.ไม่มีนักการเมือง

