
8 พ.ค. 2569 – รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ “กัมพูชามั่ว…ไทยอย่ารั่วตาม!” โดยระบุว่า
จากกรณีนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา โพสต์ระบุจะใช้กลไกการไกล่เกลี่ยภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) ซึ่งอยู่ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS) ภายหลังประเทศไทยประกาศถอนตัวจากการเจรจาภายใต้กรอบ MOU44 ต่อมานายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงคำพูดของนายฮุน มาเนตว่า “อย่างน้อยสองประเทศก็จะไปอยู่บนพื้นฐานกฎเกณฑ์เดียวกัน” นั้น ผู้เขียนขออธิบายเรื่องดังกล่าวโดยสังเขป
Compulsory Conciliation เป็นหนึ่งในกลไกที่ประเทศซึ่งเป็นภาคีของ UNCLOS สามารถเลือกใช้ได้ โดยคณะกรรมการผู้ไกล่เกลี่ย (Conciliation commission) ที่ได้รับมอบหมายจากองค์การสหประชาชาติ (UN) จะดำเนินการพิจารณาหาข้อตกลงเพื่อยุติข้อพิพาททางทะเลระหว่างรัฐภาคี จวบจนปัจจุบัน ติมอร์เลสเตเป็นเพียงประเทศเดียวที่ริเริ่มกระบวนการ Compulsory Conciliation ในการหาข้อยุตินิยามของเขตแดนทางทะเลกับประเทศออสเตรเลีย
ติมอร์เลสเตมีความจำเป็นต้องใช้ Compulsory Conciliation เนื่องจากประเทศออสเตรเลียปฏิเสธการเจรจาแบบทวิภาคี ประกอบกับระยะเวลาดังกล่าว ในปี 2545 เป็นช่วงก่อนที่ติมอร์เลสเตจะได้รับเอกราชจากอินโดนิเซีย ดังนั้น ติมอร์เลสเตในขณะนั้นจึงมีความอ่อนแอจนไม่มีทางเลือกมากนัก น่าสนใจว่า ประเทศออสเตรเลียถอนตัวจากการใช้กลไกของศาลระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาททางทะเลกับติมอร์เลสเต
สำหรับประเทศไทย การที่รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยกเลิกการเจรจาภายใต้กรอบของ MOU44 ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี อย่างไรก็ดี ปัญหาข้อพิพาทเรื่องเขตแดนทางทะเลระหว่างไทย-กัมพูชา ต้องแก้ไขโดยการใช้ “กลไกทวิภาคี” ภายใต้กรอบของ UNCLOS โดย “ยึดผลประโยชน์ชาติเป็นที่ตั้ง” เท่านั้น ดังเช่นการแก้ไขปัญหาข้อพิพาททางทะเลระหว่างอินโดนิเซียและมาเลเซีย ฯลฯ หาใช่การนำประเทศไทยเข้าไปสู่กลไก Compulsory Conciliation หรือการตัดสินโดยศาลระหว่างประเทศ แต่อย่างใด เพราะอธิปไตยเหนือดินแดนของประเทศไม่ใช่เรื่องที่ต้องให้องค์กรระหว่างประเทศ หรือคณะกรรมการใดๆ มาตัดสิน ประกอบกับประเทศไทยไม่ได้อยู่ในภาวะอ่อนแอกว่ากัมพูชา จนทำให้ต้องตัดสินใจใช้ Compulsory Conciliation แบบติมอร์เลสเต
นอกจากนี้ รัฐบาลไทยและคนไทยต้องมีความชัดเจนว่า “เกาะกูด” คือดินแดนที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย มิใช่พื้นที่ทับซ้อนทางทะเลที่ต้องตกเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาทวิภาคีระหว่างไทย-กัมพูชา!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ ชง 'ปปง.-ปปท.' สอบกลุ่มถูกโยงโกงท้องถิ่น ย้ำไม่ใช่แค่ 'ทองเจือ' เพียงรายเดียว
‘อนุทิน’ ย้ำไม่ใช้ตำแหน่งป้องใคร หลัง’ทองเจือ’ถูกโยงโกงสอบท้องถิ่น มั่นใจ จากนี้บล็อกโกงสอบท้องถิ่นได้
นายกฯบิน 3 ประเทศ พร้อมร่วมประชุม UNGA81 ที่สหรัฐ
นายกฯบินโตเกียว ประชุมขับเคลื่อนหน่วยงานตัวแทนประเทศไทยในญี่ปุ่น ก่อนเดินทางต่อสหรัฐฯ ร่วม UNGA81 เผย เจรจาภาษีมะกัน ทุกอย่างยังอยู่ในกรอบ ย้ำ ไทยได้อัตราภาษีที่ต้องการแล้ว แต่ต้องหาข้อสรุปเพิ่มเติม ระบุ “ศุภจี” มั่นใจปิดดีลได้ ไม่ต้องแก้เนื้องาน เผย หากมีโอกาสต้องคุย”ทรัมป์“ อยู่แล้ว
‘อนุทิน’ ไม่หวั่นขยายปม สว.เคลื่อนไหวการเมือง
“อนุทิน” ไม่หวั่น มีการขยายปม สว.เคลื่อนไหวการเมือง ลั่น ทุกอย่างต้องยึดตามกฎหมาย ย้ำ ภท.ไม่เกี่ยวข้อง
นายกฯลั่นพร้อม 'เต็มทีม' รับมือ ‘เขมร’ เคลื่อนไหวเรื่องชายแดน
นายกฯ ลั่น “เต็มทีม” หากเขมรใช้เวที UNGA81 หยิบเรื่องชายแดนเคลื่อนไหว ระบุ กต.มั่นใจในสิ่งที่ดำเนินการ
ทร.ชี้ไทย-เขมรส่อรอบ3
วุฒิสภาจัดเสวนา เกาะกูดสู่ความมั่นคงชายแดน ทหารดีใจ สว.ประสานอนุมัติงบสร้างถนนบนเกาะกูด ใช้ขนปืนใหญ่ข่มกัมพูชา "บิ๊ก ทร." ชี้ในฐานะมุมมองนักการทหารเชื่อว่ามีโอกาสปะทะแนวชายแดนรอบใหม่ เพราะเขมรค่อนข้างสูญเสียเยอะ มีการเสริมเขี้ยวเล็บวันใดวันหนึ่งอาจจะฮึดขึ้นมาอีกรอบ
ทหารเรือจับตาชายแดนตราด ชี้มีโอกาสปะทุอีกรอบ ลั่นพร้อมโต้กลับ
“ผบ.กก.รฝ.1” เผยสถานการณ์ชายแดนยังต้องเฝ้าระวัง ประเมินฝ่ายตรงข้ามอยู่ระหว่างเสริมขีดความสามารถ และมีโอกาสที่สถานการณ์จะปะทุขึ้นอีก ย้ำกองทัพเรื

