'ทรัมป์' ชม 'สี จิ้นผิง' กับบทเรียนจีนแก้ไขปัญหาความยากจนของคนในชาติได้สำเร็จ

15 พ.ค.2569 - นายกมล กมลตระกูล นักวิชาการอิสระ โพสต์บทความเรื่อง บทเรียนจีนแก้ไขปัญหาความยากจนของคนในชาติได้สำเร็จ มีเนื้อหาดังนี้

อะไรที่ดี ทำยาก ไม่ได้ประโยชน์เข้าตัว นักการเมืองไทย รัฐบาลไทยไม่ทำหรอกครับ เพราะไม่ใช่รสนิยมของเขา

ออกกฏหมายยกประเทศให้ต่างชาติง่ายกว่า ฟรีปลดล็อกให้เข้ามาประกอบธุรกิจสำคัญ ฟรีวีซ่า ฟรีซื้อที่ดิน 99 ปี ฟรีถือครองอาวุธสงคราม ฟรีครอบครองเกาะ และชายหาด ฟรีเปิดโรงเรียน ฯลฯ

ในกรณีจีน แม้ว่ายังมีคนหลงยุคจำนวนไม่น้อยที่ยังแชร์ หรือโพสต์ให้ร้ายจีนอย่างสม่ำเสมอ หรือบางส่วนบางคนอาจจะรับเงิน รับทุนมาโพสต์ โดยยกความผิดพลาดในอดีตมาตอกย้ำซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยไม่ศึกษาปรัชญาการทำงาน ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนว่าตั้งอยู่บนหลักการ “ค้นหาสัจจะ จากสภาพความเป็นจริง” คือไม่นั่งเทียนทำงาน แต่ทำไปด้วย สรุปบทเรียนไปด้วย ไม่ปกปิดความผิดพลาด เป็นการซื้อความรู้

แน่นอนว่าประเทศที่มีประชากร พันกว่าล้านคน ย่อมมีสีเทาในสัดส่วนที่เป็นแสนเป็นล้าน ย่อมไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แม้จะถูกประหารชีวิตไปมากแล้ว แต่ก็หนีมากบดานเป็นสแกมเมอร์ในไทย ในเขมร ในพม่าจำนวนมาก

ขอกลับเข้าหัวข้อ ดีกว่า เดี๋ยวจะยาวกว่านี้อีกเท่าตัว แค่นี้ก็คงหาคนอ่านจนจบยากแล้ว ?
กระแสจีนกลับมาอีกครั้งเมื่อประธานาธิบดีทรัมป์เดินทางมาประชุมซัมมิตกับจีนอย่างเป็นทางการเมื่อ 2 วันที่แล้ว พร้อมหยอดคำหวานชมประธานาธิบดี ฉี จิ้นผิง อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน
ปรากฏการณ์เกิดขึ้นได้เพราะ เพราะจีนประสบความสำเร็จในการพัฒนาประเทศด้วยระบอบกึ่งสังคมนิยมจนกลายเป็นประเทศมหาอำนาจทั้งทางเศรษฐกิจและทางการทหารเทียบเท่ากับอเมริกาแล้ว

ข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ที่ไม่มีใครปฏิเสธ หรือบิดเบือนได้ คือ จีนประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาความยากจนได้มากที่สุดอย่างที่โลกใบนี้ไม่เคยมีประเทศไหนทำได้

คนที่เคยอ่านหรือเคยดูหนังสารคดีจะตระหนักรู้ได้ว่า จีนในยุคราชวงศ์ชิงยากจนค่นแค้นอดอยากขนาดไหน ถึงกับต้องอพยพเสื่อผืนหมอนใบออกไปทำงานทั่งทุกภูมิภาคในโลก รวมทั้งที่ประเทศไทย ซึ่งเป็นที่แจ้งเกิดเจ้าสัวจำนวนมากที่มีความขยันหมั่นเพียร มีวิริยะอุตสาหะ ทั้งการทำงานและการเรียนรู้

จีนสามารถลดคนออกจากความยากจน (Extreme poverty) ราว 800 ล้านคนในรอบ 40 ปี (ประมาณปี 1980-2020) ซึ่งคิดเป็นกว่า 75% ของการลดความยากจนทั่วโลก
ผลลัพธ์ความสำเร็จเชิงประจักษ์จากสถิติการลดความยากจนหลัก ๆที่อ้างอิงได้ตามรายงานของธนาคารโลก มีดังนี้

• ตามมาตรฐานธนาคารโลก (International poverty line ประมาณ 1.90 ดอลลาร์/วัน): ลดลงเกือบ 800 ล้านคน (หรือราว 770 ล้านคนตามเส้นความยากจนของจีน)
ความยากจนลดจากระดับสูง (เช่น 66% ในปี 1990) เหลือต่ำกว่า 1% ในปัจจุบัน (ใกล้ 0% ในบางตัวชี้วัดปี 2020 เป็นต้นไป)

• ปี 1978-2018/2020: คนจนในชนบทลดจากประมาณ 770 ล้านคน (อัตราสูงถึง 97.5%) เหลือ 16.6 ล้านคนหรือต่ำกว่า และจีนประกาศ “ขจัดความยากจนขั้นรุนแรง (Absolute poverty)” หมดสิ้นในปี 2020

• ช่วง 2012-2020: ภายใต้ “Targeted Poverty Alleviation” ลดคนจนได้ราว 98-100 ล้านคน (จาก 98.99 ล้านคนในปี 2012 เหลือใกล้ศูนย์)

จีนจึงเป็นประเทศที่ลดความยากจนได้เร็วและมากที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่
อันที่จริง ตัวเลขของธนาคารโลกเก่าไปแล้ว ตัวเลขปัจจุบันนั้น คนจีนโดยรวมมั่งคั่งขึ้นมีจำนวนมหาศาลจนกลายเป็นนักท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของทุกประเทศ

กลยุทธ์หลักที่นำไปสู่ความสำเร็จ คือ
ความสำเร็จมาจาก 2 เสาหลัก ตามรายงานธนาคารโลก คือ: การเติบโตทางเศรษฐกิจแบบวงกว้าง + การช่วยเหลือแบบเจาะจงเป้าหมาย

1. การปฏิรูปเศรษฐกิจและการพัฒนาแบบขยายวงกว้าง (Broad-based economic growth) มีดังนี้
• การเปิดประเทศปฏิรูปตั้งแต่สมัยเติ้ง เสี่ยวผิง (1978) นำไปสู่ความเติบโตทางเศรษฐกิจสูงอย่างต่อเนื่อง (อุตสาหกรรม การผลิต การส่งออก)
• ช่วยเพิ่มผลผลิตการเกษตร การย้ายถิ่นจากชนบทสู่เมือง (Urbanization) เพื่อหางานทำและมีการสร้างงานจำนวนมากมารองรับ ทำให้มีรายได้ส่งกลับไปที่ครอบครัวที่ชนบท ความยากจนในชนบทจึงลดลง
• รัฐลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานมหาศาล (ถนน ไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต) โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทตะวันตก
• การพัฒนาอุตสาหกรรมและการค้า ช่วยให้รายได้เฉลี่ยสูงขึ้น คนจำนวนมากมีโอกาสทางเศรษฐกิจสูงขึ้น

2. กลยุทธ์แก้ไขความยากจนแบบเจาะจงเป้าหมาย (Targeted Poverty Alleviation - TPA) โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2013 ภายใต้ประธานาธิบดีฉี จิ้นผิง ริเริ่ม มีดังนี้ :
• มุ่งเจาะเป้าหมายชัดเจน 6 ด้าน (Six Precisions): ระบุหาคนจน ครัวเรือน และหมู่บ้านอย่างแม่นยำด้วยระบบข้อมูลใหญ่ (Big data) และการสำรวจ (ปี 2014 ระบุ 89.6 ล้านคน 128,000 หมู่บ้าน)
• มาตรการ 5 แผนหลัก (Five Batches): พัฒนาอุตสาหกรรมท้องถิ่น การย้ายถิ่นฐาน การชดเชยระบบนิเวศ การศึกษา และสวัสดิการสังคม
• ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ (Cadres) สำรวจครัวเรือนยากจนโดยตรงเพื่อเจาะหาสาเหตุของปัญหาความยากจนของแต่ละครัวเรือนเพื่อให้ความช่วยเหลือได้อย่างตรงจุด ไม่เหวี่ยงแหงบประมาณแบบประชานิยม
• ผสมผสานการพัฒนา ทั้งด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ถนน รถไฟ ท้องถิ่น ขยายเส้นทางรถไฟฟ้าความเร็วสูงให้เข้าถึง น้ำประปา ไฟฟ้า อินเตอร์เนต โรงเรียนฝึกอาชีพ โรงเรีย ศูนย์ดูแลสุขภาพ โรงพยาบาล (Infrastructure, education, health, vocational training) + การช่วยเหลือโดยตรง (เงินอุดหนุน สินเชื่อ)
• ทุกภาคส่วนของสังคมทั้งหมดมีส่วนร่วม : บริษัทเอกชน ภาครัฐ และจับคู่ จังหวัด (province )ร่ำรวยกับ จังหวัด (province )ยากจนให้หนุนช่วยกัน ให้บริษัทในเมืองใหญ่ส่งงานมาให้ชาวบ้านทำ

3. ปัจจัยสนับสนุนอื่น ๆ:
• การทุ่มลงทุนด้วยงบประมาณสูง (เพิ่มขึ้นหลายเท่า) + การตรวจสอบและ Accountability เข้มงวด (ผลงานผู้นำท้องถิ่นผูกกับ target ความยากจน)
• การพัฒนาการศึกษา สุขภาพ และการลดช่องว่างระหว่างเมือง-ชนบท
• หลังปี 2020 แผนเปลี่ยนไปสู่การฟื้นฟูชนบทให้มั่งคั่ง “Rural Revitalization” เพื่อป้องกันการกลับไปจนใหม่ (consolidation)

สรุป
ความสำเร็จของจีนไม่ได้มาจากนโยบายเดียว แต่เป็นการผสมผสานระหว่าง การเติบโตเศรษฐกิจที่ครอบคลุม กับ การแทรกแซงของรัฐแบบแม่นยำและต่อเนื่อง การลองผิดลองถูกมาตั้งแต่ยุคแรกที่ปฏิวัติสำเร็จใหม่ๆ และยังขาดประสบการณ์ แต่มีความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขลดปัญหาความยากจนและความล้าหลังของประเทศให้ได้ ภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่มุ่งมั่นสูงและมีระบบจัดการที่ดี
อย่างไรก็ตาม ปัญหาหาบางส่วนยังมีเหลือรอการแก้ไขอยู่ เช่น ความเหลื่อมล้ำ ช่องว่างเมือง-ชนบท และการรักษาผลลัพธ์ไม่ให้ถดถอยในยุคเศรษฐกิจชะลอตัว
ข้อมูลส่วนใหญ่มาจากรายงานธนาคารโลก เว๊บไซด์ ของรัฐบาลจีน CGTN และแหล่งวิเคราะห์นานาชาติ ซึ่งถือว่ามีความน่าเชื่อถือสูงในตัวเลขมหภาคนี้

( 2 )
กลยุทธ์สู่ความสำเร็จ
กลยุทธ์ Targeted Poverty Alleviation (TPA) หรือ (จิงจุน ฟูพิน) คือ นโยบายแก้ไขความยากจนแบบตรงจุด (precision-targeted) ที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เสนอครั้งแรกในปี 2013 (ระหว่างเยือนหมู่บ้าน Shibadong มณฑลหูหนาน) และเริ่มนำมาใช้อย่างเป็นทางการในปี 2014 เป็นหัวใจสำคัญของการขจัดความยากจนขั้นรุนแรง (absolute poverty) จนสำเร็จในปี 2020
กลยุทธ์นี้เน้น ความแม่นยำ มากกว่าการช่วยเหลือแบบกว้าง ๆ ก่อนหน้านี้ โดยแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ (root causes) แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ครัวเรือน และบุคคล

1. Six Precisions — ความแม่นยำ 6 ด้าน (แกนหลักของ TPA)
สี จิ้นผิง เสนอในปี 2015 เพื่อให้การทำงานแก้ไขที่ตรงจุด ดังนี้:
1. Precise identification of the poor — ระบุคนจนให้ถูกต้อง (ใครคือคนจนจริง)
2. Precise arrangement of projects — วางแผนโครงการให้ตรงกับความต้องการ
3. Precise use of funds — ใช้เงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส
4. Precise household-based measures — ใช้มาตรการเฉพาะสำหรับแต่ละครัวเรือน
5. Precise dispatching of officials — ส่งเจ้าหน้าที่ (first secretaries) ลงพื้นที่ตามสภาพหมู่บ้าน
6. Precise evaluation of outcomes — ประเมินผลงานให้ชัดเจนและรับผิดชอบ
วิธีปฏิบัติ: สร้างระบบทะเบียนข้อมูลใหญ่ระดับชาติ (national poverty registration system) ตรวจสอบบ้านต่อบ้าน ระบุสาเหตุความจน (เช่น ขาดที่ดิน ขาดฝีมือ ขาดโครงสร้างพื้นฐาน) และอัปเดตข้อมูลแบบ dynamic (เพิ่ม-ลดตามสถานการณ์)

2. Five Batches — มาตรการ 5 ชุดหลัก
ใช้มาตรการที่เหมาะสมตามสาเหตุความจนของแต่ละกลุ่ม:
1. Boosting production and employment (พัฒนาการผลิตและสร้างงาน) — ส่งเสริมอุตสาหกรรมท้องถิ่น การเกษตรสมัยใหม่ E-commerce โรงไฟฟ้าโซลาร์ ท่องเที่ยว ฯลฯ สร้างงานและรายได้ในพื้นที่
2. Relocation (ย้ายถิ่นฐาน) — ย้ายคนจากพื้นที่ที่อยู่ไม่ได้ (ภูเขา หุบเขา ห่างไกลภัยพิบัติ) ราว 9.6 ล้านคน พร้อมสร้างบ้านใหม่ โครงสร้างพื้นฐาน และงานใหม่
3. Ecological compensation (ชดเชยระบบนิเวศ) — จ้างคนจนเป็น forest rangers ฟื้นฟูป่า ปลูกป่า เปลี่ยนที่ดินทำกินเป็นป่า/ทุ่งหญ้า พร้อมรับค่าชดเชย ( นโยบายของประเทศไทยทำตรงกันข้าม)
4. Education (การศึกษา) — ช่วยเหลือเด็กเรียนฟรี ทุนการศึกษา โรงเรียน internet ป้องกันความจนข้ามรุ่น ( นโยบายของประเทศไทยทำตรงกันข้าม)
5. Social assistance (สวัสดิการพื้นฐาน) — เงินอุดหนุน ประกันสุขภาพ เบี้ยยังชีพ สำหรับคนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้( นโยบายของประเทศไทยทำตรงกันข้าม)

3. ระบบการจัดการและการมีส่วนร่วม
• โครงสร้างนำ: ศูนย์กลางวางแผนใหญ่ มณฑลรับผิดชอบ overall เทศบาลและอำเภอปฏิบัติ (Top-down with local flexibility)
• ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่: ส่งทีมงานกว่า 255,000 ทีม และเจ้าหน้าที่กว่า 3 ล้านคน ไปอยู่หมู่บ้านจน (first secretaries) แต่ละครัวเรือนมี “ผู้ติดต่อช่วยเหลือ” โดยตรง
• Pairing system: จับคู่มณฑลร่ำรวยกับมณฑลจน บริษัทรัฐและเอกชนเข้าร่วม (Mobilize whole society) จ้างงาน ส่งงานให้ทำ( นโยบายของประเทศไทยทำตรงกันข้าม)
• ด้านการเงิน: จัดสรรงบประมาณมหาศาล + เงินกู้รายย่อย(Microloans) Microfinance + การตรวจสอบเข้มงวด
• ** Accountability**: ผลงานของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นผูกกับการเลื่อนตำแหน่ง หากทำไม่สำเร็จมีโทษ
ผลลัพธ์และลักษณะเด่น
• ช่วยคนจนราว 98-100 ล้านคน (2012-2020) → ประกาศขจัด absolute poverty สำเร็จปี 2020
• เน้น “พัฒนา” อย่างยั่งยืน(Development-oriented) ไม่ใช่เพียงแจกเงิน แบบประชานิยม เน้นให้คนจนมี “Bood-forming ability” ความสามารถสร้างรายได้เอง
• ใช้เทคโนโลยีข้อมูลใหญ่ (Big data) และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
หลังปี 2020 จีนเปลี่ยนไปสู่ Rural Revitalization (ฟื้นฟูชนบท) เพื่อป้องกันการกลับไปจนใหม่ (Prevent relapse into poverty)
กลยุทธ์ TPA ถือเป็นนวัตกรรมสำคัญของจีนที่ผสมผสาน การนำของรัฐแบบเข้มแข็ง + ความยืดหยุ่นตามท้องถิ่น + การมีส่วนร่วมกว้างขวาง ซึ่งได้รับการยอมรับจากธนาคารโลกและองค์กรระหว่างประเทศว่าเป็นหนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดในประวัติศาสตร์การลดความยากจนสมัยใหม่ และเป็นแบบอย่างของโลก ดูน้อยลง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เจาะรหัส 100 ปีของ 'สี จิ้นผิง' ถึง 'โดนัลด์ ทรัมป์' ยุทธศาสตร์เปลี่ยนขั้วอำนาจโลก

ณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม โพสต์เฟซบุ๊ก · หัวข้อ [วิเคราะห์ยุทธศาสตร์] เมื่อ "คำทักทาย" แฝงด้วย "คำขู่": เจาะรหัส 100 ปีของ สี จิ้นผิง ถึง โดนัลด์ ทรัมป์ มีเนื้อหาดังนี้

เปิดรายงานศึกษา สศช.-จุฬาฯ ค่าฟื้นฟูระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อมสูงกว่ารายรับจาก 'แลนด์บริดจ์'

นายกมล กมลตระกูล นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความ เรื่อง ค่าฟื้นฟูระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อมสูงกว่ารายรับจากแลนด์บริดจ์ มีเนื้อหาดังนี้

'นักวิชาการ' ยกตัวอย่างมาตรการรัฐบาลสิงคโปร์ ช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤต

นายกมล กมลตระกูล นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อตวามผ่านเฟซบุ๊กว่า ตัวอย่าง รัฐบาลที่มีความรับผิดชอบต่อประชาชน เช่น สิงค์โปร์ รัฐบาลช่วยเหลือประชาชนในยามเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจจากสงครามในตะวันออกกลาง

ASW โชว์แกร่ง Q1/2569 กวาดยอดขาย 6,854 ล้านบาท

ASW โชว์แกร่ง Q1/2569 กวาดพรีเซล 6,854 ล้านบาท โซนรังสิต-ภูเก็ตดันยอดพุ่งทยอยโอนครึ่งปีแรกอีก 6 โครงการ ย้ำการเงินแข็งแกร่ง เตรียมจ่ายปันผลยีลด์สูง7%

'นักวิชาการ' วิเคราะห์เสถียรภาพรบ.ใหม่ในการเมืองเก่า ไม่อาจต้านการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง

นายกมล กมลตระกูล นักวิชาการอิสระ เผยแพร่ บทวิเคราะห์: เสถียรภาพของรัฐบาลใหม่ในระบบการเมืองเก่า มีเนื้อหาดังนี้

CCP ตั้งเป้าปี69รายได้โต 10%ตุนแบ็คล็อก1,800ล้าน

CCP เผยทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จับมือพันธมิตรพัฒนาวัสดุทดแทนคอนกรีต-ลดคาร์บอน ทุ่มงบ 70 ล้านเสริมประสิทธิภาพการผลิต พร้อมรักษาแบ็คล็อกไม่ต่ำกว่า 1,800 ล้านบาท ตั้งเป้ารายได้เติบโต 10%