
บริษัทจากอย่างน้อย 13 ประเทศ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตอาวุธให้กับกองทัพเมียนมา อาวุธเหล่านั้นนำมาใช้เข่นฆ่าประชาชนที่เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมาตั้งแต่หลังรัฐประหารเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564
สำนักข่าวเอพีเผยรายงานของสภาที่ปรึกษาพิเศษต่อกรณีเมียนมาที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ที่ 16 มกราคม 2566 ระบุว่า มีบริษัทต่างๆ จากอย่างน้อย 13 ประเทศทั่วโลก ที่่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตอาวุธให้กับกองทัพเมียนมา ตั้งแต่กองทัพก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือน เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564
จากข้อมูลของสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมืองในเมียนมา หลังรัฐประหารที่ชาวเมียนมาทั่วประเทศเคลื่อนไหวชุมนุมต่อต้านจนนำไปสู่การปราบปรามของทหารและตำรวจ ทำให้พลเรือนเสียชีวิตมากกว่า 2,700 คน โดยมีเด็กเสียชีวิต 277 คน และมีผู้ถูกจับกุมมากกว่า 13,000 คน เชื่อว่าตัวเลขที่แท้จริงน่าจะสูงกว่านี้
รายงานฉบันนี้ระบุว่า มีบริษัทต่างๆ อย่างน้อยใน 13 ประเทศในสหรัฐอเมริกา, เอเชียและตะวันออกกลางที่กำลังสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานทางทหารให้กับกองทัพเมียมา เรียกร้องให้บริษัทเหล่านี้ทบทวนตัวเองว่าสิ่งที่ทำอยู่เป็นการเอื้อต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่
อุตสาหกรรมผลิตอาวุธในประเทศของเมียนมาเติบโตขึ้น เนื่องจากบางประเทศมีมาตรการห้ามค้าอาวุธกับเมียนมา หรือคว่ำบาตรบุคคลหรือบริษัทของเมียนมาที่เกี่ยวข้องกับการค้าหรือผลิตอาวุธ
เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว กระทรวงการคลังสหรัฐประกาศคว่ำบาตรออง โม มยินต์ นักธุรกิจชาวเมียนมาที่มีความใกล้ชิดกับทหารเมียนมา กล่าวหาว่าเขาเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการตกลงซื้ออาวุธให้กับกองทัพเมียนมา โดยกระทำในนามของนักธุรกิจผู้นี้
สหรัฐยังคว่ำบาตรไล้ โม มยินต์ น้องชายของนักธุรกิจผู้นี้ และบริษัท ไดนาสตี อินเตอร์เนชั่นแนล คอมปานี บริษัทการค้าที่นักธุรกิจ 2 คนเป็นผู้ก่อตั้ง รวมถึงเมียว ทิสซาร์ ผู้อำนวยการคนหนึ่งของบริษัท
เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ทางการสหรัฐบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อซัพพลายเออร์เครื่องบินของกองทัพเมียนมา โดยให้เหตุผลว่าเนื่องจากเครื่องบินรบของเมียนมาโจมตีทางอากาศต่อพลเรือน
รายงานของสภาที่ปรึกษาพิเศษต่อกรณีเมียนมา กล่าวว่า ไม่มีบริษัทผลิตอาวุธเอกชนในเมียนมา ดังนั้นบริษัทที่ผลิตอาวุธในเมียนมาทั้งหมดดำเนินการโดยกระทรวงกลาโหมเมียนมาและคณะกรรมการอุตสาหกรรมกลาโหม
รายงานดังกล่าวระบุว่า โรงงานผลิตอาวุธในเมียนมายังคงสามารถใช้เทคโนโลยีที่ได้รับใบอนุญาตและห่วงโซ่อุปทานในการผลิตอาวุธจากต่างประเทศ, การสนับสนุนด้านเทคนิคและการช่วยเหลือด้านอื่นๆ บางครั้งมีการส่งอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบอาวุธไปที่สิงคโปร์และไต้หวันเพื่ออัปเกรดและบำรุงรักษา
คริส ซิโดตี ผู้เชี่ยวชาญของสภาที่ปรึกษาพิเศษต่อกรณีเมียนมากล่าวในถ้อยแถลงเรียกร้องให้รัฐบาลในประเทศที่บริษัทถูกกล่าวหาช่วยเมียนมาผลิตอาวุธสอบสวนในเรื่องนี้ และออกมาตรการจัดการกับบริษัทเหล่านั้น เพื่อไม่ให้กองทัพเมียนมาผลิตอาวุธมาเพื่อใช้โจมตีพลเรือนอย่างไม่เลือกหน้า บริษัทที่ได้กำไรจากความทุกข์ทรมานของชาวเมียนมาต้องรับผิดชอบ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เกิดแผ่นดินไหวขนาด 1.6 แม่สรวย เชียงราย ไม่กระทบประชาชน
กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา สรุปสถานการณ์แผ่นดินไหวในประเทศและใกล้เคียง (ช่วงวันที่ 18 - 19 มิ.ย. 69) ตรวจพบเหตุการณ์แผ่นดินไหว ขนาด 3.4, 4.0 มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเวียดนาม
'แผ่นดินไหวเมียนมา' ขนาด 4.7 'แม่ฮ่องสอน-เชียงใหม่' รับรู้แรงสั่นสะเทือน
กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 03.07 น. เกิดเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 4.7 ความลึก 5 กิโลเมตร ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา
หนีตายจ้าละหวั่น! ไฟไหม้แคมป์คนงานกลางดึก วอด 7 คูหา
เกิดเหตุไฟไหม้แคมป์คนงานก่อสร้าง ใกล้กับบิ๊กซี มินิมาร์ท บ้านบางโจ อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งแรงงานส่วนใหญ่เป็นชาวเมียนมา ต่างพากันอพยพออกมาจากที่เกิดเหตุ
ไทย-เมียนมา บูรณาการแพลตฟอร์ม-แชร์บิ๊กดาต้า สกัดหมอกควันข้ามแดนยั่งยืน
วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมาย ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เป็นประธานในพิธีเปิดและเข้าร่วมการประชุม
ไขข้องใจ! ทำไมแผ่นดินไหวเมียนมา สะเทือนถึง กทม.
ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อธิบายถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 5.3
ตึกสูง กทม. สะเทือน! แผ่นดินไหวเมียนมา ขนาด 5.3
กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่าเมื่อเวลา 09.05 น. เกิดเหตุแผ่นดินไหว ใกล้ชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศเมียนมา ขนาด 5.3 ลึก 10 กิโลเมตร โดยจุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากกลุ่มรอยเลื่อนสะกาย

