ผู้เชี่ยวชาญเชื่อ 'เดลตาครอน' เกิดจากความผิดพลาดในห้องแล็บ

ผู้เชี่ยวชาญหลายรายเชื่อว่า ข่าวการกลายพันธุ์ของไวรัสโคโรนาสายผสมระหว่างเดลตากับโอมิครอน ที่เรียกกันว่า "เดลตาครอน" ซึ่งค้นพบในห้องแล็บที่ไซปรัสนั้น น่าจะเป็นผลมาจากการปนเปื้อนในห้องแล็บ และไม่ใช่สายพันธุ์ใหม่ที่น่ากังวล

ข่าวการค้นพบไวรัสโควิดสายผสมปรากฏในสื่อของไซปรัสเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา และกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจไปทั่วโลก แต่รายงานเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 10 มกราคม 2565 อ้างทัศนะของผู้เชี่ยวชาญหลายคนว่า ผลการค้นพบของนักวิจัยไซปรัสที่อ้างว่า ไวรัสเดลตาครอนนี้มีข้อมูลทางพันธุกรรมของสายพันธุ์เดลตาควบคู่กับการกลายพันธุ์บางอย่างของโอมิครอน น่าจะเป็นผลจากการปนเปื้อนในห้องปฏิบัติการทดลอง

ถึงแม้จะมีความเป็นไปได้ที่ไวรัสโคโรนาจะรวมกันทางพันธุกรรม แต่ก็เกิดได้ยาก และนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังวิเคราะห์การค้นพบที่เรียกว่าเดลตาครอนนี้กล่าวว่า มันไม่น่าเป็นไปได้

ทอม พีค็อก นักไวรัสวิทยาจากแผนกโรคติดเชื้อที่อิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน ทวีตว่า ลำดับทางพันธุกรรมของเดลตาครอนในไซปรัสที่สำนักข่าวใหญ่หลายแห่งรายงานนั้น ดูเหมือนจะเป็นการปนเปื้อนอย่างค่อนข้างชัดเจน

ส่วนเจฟฟรีย์ บาร์เร็ตต์ หัวหน้าโครงการความริเริ่มจีโนมิกส์โควิด-19 ที่สถาบันเวลคัมแซงเงอร์ของอังกฤษ กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า การกลายพันธุ์ที่กล่าวถึงนี้เกิดในส่วนหนึ่งของจีโนมที่เสี่ยงต่อการเกิดความผิดพลาดในขั้นตอนการจัดลำดับ และเกือบจะแน่ใจได้ว่า สิ่งนี้ไม่ใช่การรวมกันทางชีวภาพของสายพันธุ์เดลตาและโอมิครอน

นักวิทยาศาสตร์ต่างกระตือรือร้นที่จะต่อสู้กับการบิดเบือนข้อมูลเกี่ยวกับโควิด-19 ที่เกิดขึ้นอย่างมากมาย โดยเฉพาะที่หมุนเวียนในโลกออนไลน์ สัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานที่ไม่ได้รับการยืนยันเกี่ยวกับไวรัส "ฟลูโรนา" หรือ "ฟลูโรวัน" ที่เป็นการผสมระหว่างไข้หวัดและไวรัสโคโรนา สะพัดในโลกออนไลน์เช่นกัน ซึ่งองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ปฏิเสธแล้วเมื่อวันจันทร์

มาเรีย ฟาน เคิร์กโฮฟ นักระบาดวิทยาด้านโรคติดเชื้อของดับเบิลยูเอชโอ ทวีตว่า โปรดอย่าใช้คำอย่างเช่น เดลตาครอน, ฟลูโรนา หรือฟลูโรวัน คำเหล่านี้แสดงถึงการรวมกันของไวรัสหรือสายพันธุ์ต่างๆ แต่สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้น

แม้คนเราจะสามารถป่วยจากไข้หวัดใหญ่และไวรัสโคโรนาในเวลาเดียวกัน แต่ไวรัสทั้งสองไม่สามารถรวมตัวกันได้ และที่ตรงกันข้ามกับโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ เช่นโอมิครอน ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อการแพร่ระบาด การติดเชื้อไข้หวัดใหญ่และไวรัสโคโรนาพร้อมกันนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่

นับแต่เริ่มมีการระบาดของโควิด-19 ไวรัสโคโรนาได้ก่อให้เกิดสายพันธุ์ใหม่อีกหลายสิบชนิด โดยมี 4 สายพันธุ์ที่ดับเบิลยูเอชโอกำหนดให้เป็น "สายพันธุ์ที่น่ากังวล" ได้แก่ แอลฟา, บีตา, เดลตา และโอมิครอน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลจับมือ WHO ผลักดัน 'กระเป๋าสุขภาพดิจิทัล'

รัฐบาลจับมือ WHO ผลักดัน 'Digital Health Wallet' ยกระดับประชาชนเป็นเจ้าของข้อมูลสุขภาพของตนเอง เชื่อมข้อมูลรักษาพยาบาลไร้รอยต่อ รองรับอนาคตสาธารณสุขดิจิทัลระดับโลก

ไขข้อข้องใจ! 'อีโบลา' เข้าข่าย 'โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์' หรือไม่

ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี โพสต์ข้อความเรื่อง "อีโบลา (Ebola) ถือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STD) หรือไม่?" โดยระบุว่า

WHO เรียกร้องให้ประเทศเพื่อนบ้านของคองโก ต่อต้านการระบาดของไวรัสอีโบลาทันที

องค์การอนามัยโลก (WHO) เรียกร้องให้ประเทศเพื่อนบ้านของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโค ดำเนินการ “ทันที” เพื่อต่อต้านการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลา