รัฐบาลยูเครนระบุเมื่อวันอาทิตย์ว่า มี "หลักฐาน" ว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลังการโจมตีไซเบอร์ครั้งใหญ่ ที่ทำให้เว็บไซต์ของหน่วยงานราชการสำคัญของยูเครนใช้การไม่ได้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะไมโครซอฟท์เตือนว่าการเจาะระบบครั้งนี้อาจเลวร้ายกว่าที่คิด

รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม 2565 กล่าวว่า ความตึงเครียดระหว่างยูเครนกับรัสเซียขณะนี้อยู่ในระดับสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา รัฐบาลยูเครนกล่าวหารัสเซียว่าวางกำลังทหารจำนวนมากไว้ตามแนวชายแดนเพื่อเตรียมการรุกราน โดยนักวิเคราะห์บางคนกลัวว่า การโจมตีไซเบอร์อาจเป็นการโหมโรงก่อนการโจมตีทางทหาร
เมื่อวันศุกร์ รัฐบาลสหรัฐก็กล่าวหารัสเซียว่า ส่งมือก่อวินาศกรรมหลายรายที่ได้รับการฝึกฝนเรื่องวัตถุระเบิด เข้ามาก่อสถานการณ์ที่อาจใช้เป็นข้ออ้างเพื่อการรุกรานยูเครน
คำแถลงของกระทรวงการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของยูเครนเมื่อวันอาทิตย์กล่าวว่า หลักฐานทั้งหมดล้วนชี้ว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลังการโจมตีไซเบอร์ "มอสโกกำลังทำสงครามลูกผสมอย่างต่อเนื่อง" คำแถลงกล่าว พร้อมกับเรียกร้องชาวยูเครนอย่าได้ตื่นตระหนก โดยยืนยันว่าข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนได้รับการคุ้มครอง
คำแถลงกล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการโจมตีไม่ใช่เพียงเพื่อขู่ขวัญผู้คนในสังคม แต่ยังต้องการทำให้สถานการณ์ในยูเครนไม่มีความมั่นคง หยุดการทำงานของภาครัฐ และทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจที่ชาวยูเครนมีต่อทางการ
ก่อนหน้านั้น รัฐบาลรัสเซียยืนกรานปฏิเสธคำกล่าวหานี้ โดยบอกว่าไม่มีหลักฐาน ดมิตรี เปสคอฟ โฆษกประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน กล่าวกับซีเอ็นเอ็นว่า รัสเซียไม่เกี่ยวข้องอะไรด้วยกับการโจมตีไซเบอร์เหล่านี้ ยูเครนโทษรัสเซียทุกเรื่อง แม้แต่เรื่องสภาพอากาศเลวร้ายในประเทศของพวกเขา
รัฐบาลยูเครนกล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า ตรวจพบเบาะแสเบื้องต้นว่าหน่วยความมั่นคงของรัสเซียอาจอยู่เบื้องหลังการโจมตีไซเบอร์ โดยหน่วยความมั่นคงเอสบียูของยูเครนเผยว่า การโจมตีเริ่มขึ้นในช่วงเช้าของวันศุกร์ เป้าหมายคือเว็บไซต์รัฐบาลรวม 70 แห่ง
เว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศที่โดนโจมตี มีข้อความขึ้นเป็นภาษายูเครน, รัสเซีย และโปแลนด์ว่า "จงกลัวและคาดหวังสิ่งเลวร้ายที่สุด"
หน่วยความมั่นคงยูเครนกล่าวว่า สามารถกู้การใช้งานของเว็บไซต์ได้เกือบทั้งหมดภายในไม่กี่ชั่วโมง โดยได้รับผลกระทบน้อยมาก
ทว่า ในวันอาทิตย์ บริษัท ไมโครซอฟท์ เตือนว่า การโจมตีไซเบอร์อาจทำลายและส่งผลกระทบต่อองค์กรจำนวนมากกว่าที่หวั่นเกรงในตอนแรก บริษัทจะยังคงวิเคราะห์มัลแวร์หรือซอฟท์แวร์ประสงค์ร้ายตัวนี้ต่อไป และเตือนว่า มัลแวร์ตัวนี้อาจทำให้โครงสร้างทางดิจิทัลของรัฐบาลใช้การไม่ได้
โพสต์ในบล็อกของไมโครซอฟท์กล่าวว่า มัลแวร์ตัวนี้ ซึ่งถูกออกแบบมาให้ดูเหมือนกับแรนซัมแวร์หรือซอฟท์แวร์เรียกค่าไถ่ แต่ไม่มีกลไกในการกู้คืนค่าไถ่ มีเจตนาเพื่อทำลายล้าง และถูกออกแบบมาเพื่อทำให้อุปกรณ์เป้าหมายใช้การไม่ได้ มากกว่าที่จะเรียกค่าไถ่
ไมโครซอฟท์ยังไม่สามารถระบุตัวคนร้ายได้ แต่พวกเขาเตือนว่า จำนวนองค์กรที่ได้รับผลกระทบอาจมากกว่าที่คาดไว้ในตอนแรก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นักวิชาการชี้ภาพ 'ปูตินสวมกอดอนุทิน' สะเทือนเวทีโลก ตอกย้ำสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย 130 ปี
นักวิชาการรัฐศาสตร์ ม.รังสิต มองภาพประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน สวมกอดนายอนุทิน ชาญวีรกูล ระหว่างเ
นักวิชาการชี้ภาพกอดผู้นำไทย-รัสเซีย สะท้อนมิตรภาพ 130 ปี ตอกย้ำความสัมพันธ์แน่นแฟ้นสองประเทศ
ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นวาระครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์คู่เจรจาระหว่างอาเซียนกับรัสเซีย โดยผู้นำและผู้แทนระดับสูงจากประเทศสมาชิก
'นายกฯหนู' ดึงข้อศอก 'ฮุน มาเนต' ย้ำจุดยืนไทย เจรจาได้แต่ห้ามบังคับ
'อนุทิน' เผยดึงข้อศอก 'ฮุน มาเนต' คุยปมชายแดน ย้ำไม่ต้องการขัดแย้งกัน พร้อมเจรจาตามกรอบ แต่บังคับเมื่อไหร่หยุดทันที ลั่นไม่พูดเรื่องเปิดด่าน คำต้องห้ามเดี๋ยวคนไทยโกรธตาย
'อนุทิน-ปูติน' ชื่นมื่น! ขยายร่วมมือ 4 ด้าน ฉลองมิตรภาพ 130 ปี
ชื่นมื่น! นายกฯ หารือประธานาธิบดีปูติน เน้นย้ำมิตรภาพยาวนาน 130 ปี มุ่งขยายความร่วมมือเศรษฐกิจ พลังงาน และการเชื่อมโยงประชาชน
โดรนถล่มมอสโกป่วน! ‘อนุทิน’ ปลอดภัย กลับไทยตามกำหนด
ยูเครนเปิดฉากโจมตีด้วยโดรนครั้งใหญ่ในกรุงมอสโก ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้หลายจุดและกระทบระบบคมนาคม ขณะที่ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ ซึ่งอยู่ระหว่างร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย ที่เมืองคาซาน ยังปลอดภัยดี และมีกำหนดเดินทางกลับประเทศไทยตามแผนเดิม
นายกฯ เสนอ 3 ข้อ วางทิศทางความร่วมมืออาเซียน-รัสเซีย
นายกฯ เสนอ 3Rs Regionalism Resilience Relevance ในเวทีอาเซียน-รัสเซีย วางทิศทางความร่วมมืออาเซียน-รัสเซีย รับมือความท้าทายโลก สร้างความมั่นคง-โอกาสแห่งอนาคตเพื่อประชาชน

