นพ.สรณ สู้กลับ ฟ้องศาลปกครอง แต่ยกแรกวืด วัดใจ”อนุทิน”ยื้อหรือเดินหน้า?

ความพยายามของ”นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) “ในการยื้อเก้าอี้ประธานกสทช.เอาไว้ให้นานที่สุด ด้วยการใช้กลไกทางกฎหมายผ่านการฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลาง ที่ยื่นฟ้องคณะกรรมการสรรหาฯ กสทช.ไปเมื่อ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา พบว่ายกแรก ผลออกมาไม่ได้ตามที่ต้องการ

โดยเมื่อ 4 ส.ค. ที่ผ่านมา คำฟ้องดังกล่าว ที่นพ.สรณ มีสถานะเป็นผู้ฟ้องคดี ที่ขอให้ศาลปกครองกลางมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครองและขอบรรเทาทุกข์ชั่วคราวโดยเร่งด่วนและขอให้ศาลออกนั่งพิจารณาคดีและไต่สวนโดยเร่งด่วนแล้วนั้น

ผลปรากฏว่า ศาลปกครองกลางเห็นว่าคำขอเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาในกรณีนี้ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสั่งโดยเร่งด่วน จึงมีคำสั่งยกคำร้อง ส่วนความคืบหน้าในคดี ยังไม่ออกคดีหมายเลขแดง ยังอยู่ในกระบวนการแต่งตั้งองค์คณะตุลาการศาลปกครองเจ้าสำนวนของอธิบดีศาลปกครองกลางเพื่อพิจารณาคดีตามกระบวนการพิจารณาคดีศาลปกครองว่าจะรับฟ้อง หรือไม่รับฟ้อง และศาลจะพิจารณา หรือมีคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราว ก่อนการพิพากษาของผู้ฟ้องคดีต่อไปต่อไป

ด้านท่าทีจากฝ่ายรัฐบาล ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง เพราะ”อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี”ตามกฎหมายจะต้องเป็นคนรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งกรรมการกสทช. โดยหลังคณะกรรมการสรรหาฯ มีมติว่านพ.สรณ ขัดคุณสมบัติการเป็นกสทช. ก็ทำให้หลายฝ่ายเรียกร้องให้นายกฯอนุทิน หลังรับเรื่องจากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาแล้ว จะต้องนำชื่อนพ.สรณ ขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้พ้นจากตำแหน่งกสทช.ที่จะทำให้พ้นจากการเป็นกสทช.ด้วย

โดยมือกฎหมายรัฐบาล “ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี-อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา-อดีตกรรมการร่างรธน.ปี 2560 กล่าวถึงกรณีการนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ ให้ นพ.สรณ พ้นจากตำแหน่งประธานกสทช.ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนที่จะดำเนินการต่อไป

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีสามารถนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ ได้เลยหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลทำได้เพียงเท่านั้น ไม่สามารถดำเนินการอย่างอื่นได้

ส่วนกรณีที่ นพ.สรณ ยื่นเรื่องคัดค้านต่อศาลปกครองกลาง โดยอ้างว่ามติดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะส่งผลให้การนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ ชะงักหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า

“ตามกฎหมาย กสทช. ได้กำหนดเรื่องผลของการฟ้องคดีไว้แล้วว่าการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองไม่มีผลให้กระบวนการต้องหยุดลง ก็ต้องทำตามกฎหมาย ยืนยันเราไม่ได้ช่วยใคร เพราะตำแหน่งประธาน กสทช. คณะกรรมการสรรหาเป็นผู้คัดเลือกและเสนอให้วุฒิสภา (สว.) ให้ความเห็นชอบ ก่อนส่งให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ ตามกฎหมาย ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้น นายกรัฐมนตรีมีหน้าที่เพียงนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ เท่านั้น ส่วนจะถูกหรือผิด รัฐบาลไม่เกี่ยว และไม่ได้ดึงเรื่อง แต่เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลที่จะต้องตรวจสอบให้ถูกต้องก่อนนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ เพราะไม่อยากให้เกิดความผิดพลาดเป็นครั้งที่ 2 สำหรับเรื่องลักษณะนี้ ต้องทำให้มั่นใจที่สุด ซึ่งเมื่อหารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกา ก็ได้รับเหตุผลในทำนองดังกล่าว บางคนบอกว่าผมช่วย บางคนก็ว่าผมแกล้ง ผมก็งง ทั้งที่ทำตามกฎหมาย”

ด้าน”นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ที่ปรึกษาประธานกมธ.พัฒนาการเมือง -ที่เป็นหนึ่งในคนที่ออกมาเคลื่อนไหวตรวจสอบ นพ.สรณ”ย้ำว่า โดยหลักของกฎหมาย หากศาลปกครอง รับคำร้อง และมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว การที่นายกรัฐมนตรีจะทูลเกล้าฯ ก็ต้องชะลอไว้ก่อน แต่หากในทางตรงข้าม ศาลปกครอง ไม่สั่งคุ้มครองชั่วคราว นายกรัฐมนตรีสามารถยื่นทูลเกล้าฯ ปลด นพ.สรณ ได้ทันที เพราะผลสรุปของคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 1 ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธ์ เป็นประธาน ได้พิจารณาแล้ว เมื่อวันที่ 3 ส.ค.69 ที่ผ่านมา โดยเห็นด้วยกับ คณะกรรมการสรรหา กสทช. ว่า มีอำนาจในการพิจารณาคุณสมบัติ นพ.สรณ และเห็นว่าคำวินิจฉัยของกรรมการสรรหาฯ เป็นที่สุด ตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่1 เคยตีความไว้ ดังนั้น คงต้องรอดู ว่านายกรัฐมนตรี จะยื่นทูลเกล้าฯ เลยหรือไม่ หรือต้องรอดูคำสั่งศาลปกครอง ซึ่งคาดว่าไม่น่าเกินสัปดาห์นี้จะรู้ผล

สำหรับกรณีที่ นพ.สรณ ได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลางนั้น พบว่าคำฟ้องดังกล่าว มีความยาว 92 หน้าโดยมีสาระสำคัญระบุว่า ขอฟ้องคดีต่อคณะกรรมการสรรหากสทช.ที่มีคำวินิจฉัยว่าผู้ฟ้องคดี(นพ.สรณ) มีลักษณะต้องห้ามในการเป็นกสทช. ตามคำวินิจฉัยที่ 1/2569 โดยผู้ฟ้องคดีเห็นว่า คำวินิจฉัยดังกล่าวมีผลกระทบโดยตรงต่อสถานภาพของผู้ฟ้องคดีในฐานะประธานกรรมการกสทช. อันเป็นตำแหน่งที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแล้ว และย่อมมีผลกระทบต่อเกียรติยศ ชื่อเสียง สิทธิในการดำรงตำแหน่งตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ฟ้องคดีอย่างร้ายแรง

นพ.สรณ ระบุไว้ในคำฟ้องต่อไปว่า ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าคำวินิจฉัยที่ 1/2569 ดังกล่าว เป็นการใช้อำนาจทางปกครองที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และขัดต่อพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ รวมถึงขัดต่อพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539(พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ) และขัดต่อหลักนิติธรรม เพราะคำวินิจฉัยดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่ชอบด้วยข้อเท็จจริง เนื่องจากผู้ถูกฟ้องคดีไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะพิจารณาหรือวินิจฉัยประเด็นคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้ฟ้องคดีในการดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ กสทช.

คำฟ้องระบุต่อไปว่า ผู้ถูกฟ้องคดี(คณะกรรมการสรรหาฯ) ขาดความเป็นกลางในการพิจารณาวินิจฉัยประเด็นคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้ฟ้องคดีในการดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ กสทช. อีกทั้งยังดำเนินการโดยไม่โปร่งใสและไม่เป็นธรรม ละเว้นที่จะรับฟังและไม่ยอมพิจารณาข้อคัดค้านตามตัวบทกฎหมายรวมทั้งไม่ชี้แจงให้ผู้ฟ้องคดีทราบในทุกประเด็นที่ได้มีการคัดค้านและสอบถาม  แม้ผู้ฟ้องคดีจะมีหนังสือคัดค้านและขอทราบข้อเท็จจริงไปหลายครั้ง โดยผู้ถูกฟ้องคดีไม่สามารถชี้แจงและอธิบายข้อกฎหมายให้เชื่อมั่นได้ว่าผู้ถูกฟ้องคดีมีอำนาจหน้าที่ที่จะวินิจฉัยตามมาตรา 8 และมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯและไม่สามารถให้ความเชื่อมั่นได้ว่ามีความเป็นกลางอย่างแท้จริง อีกทั้งผู้ถูกฟ้องคดีไม่พยายามที่จะแสวงหาข้อเท็จจริงให้เป็นที่ยุติกลับเร่งรัดสรุปโดยเลือกที่จะรับฟังแต่พยานหลักฐานที่สนับสนุนว่าผู้ฟ้องคดีกระทำผิด ทั้งที่ได้มีการทักท้วงไปหลายครั้ง

 “ด้วยเหตุดังกล่าว คำวินิจฉัยที่ 1/2569จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่ชอบด้วยข้อเท็จจริง ชอบที่ศาลจะพิจารณามีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้เพิกถอนคำวินิจฉัยดังกล่าวของผู้ถูกฟ้องคดีเสียทั้งสิ้นโดยให้มีผลย้อนหลังในการเพิกถอนนับแต่วันที่มีคำวินิจฉัยดังกล่าวเสมือนไม่มีคำวินิจฉัยดังกล่าวมาตั้งแต่ต้น”คำฟ้องระบุไว้ตอนหนึ่ง

สุดท้าย ปมปัญหาเก้าอี้ประธานกสทช.ของนพ.สรณ จะจบอย่างไร และการทำงานของกสทช.จะเดินหน้าไปได้หรือไม่ หากนพ.สรณ ยังไม่ยอมถอย ตลอดจน อนุทิน นายกฯ จะตัดสินใจเรื่องนี้อย่างไร หากมีหนังสือจากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ที่ส่งมติกรรมการสรรหาฯ ที่ชี้ว่านพ.สรณ ต้องพ้นจากตำแหน่งส่งมาถึงมือนายกฯ แล้ว อนุทิน จะชะลอเรื่องไว้ก่อนเพื่อรอให้คดีในชั้นศาลปกครองจบหมดหรือจะนำชื่อนพ.สรณ ขึ้นทูลเกล้าฯเลย บอกเลยปมร้อนเรื่องนี้ ห้ามกระพริบตา!!!

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อดีตสว.ชี้เปรี้ยง'อนุทิน'ต้องรีบทูลเกล้าฯปลดนพ.สรณ

อดีตสว.ชี้เปรี้ยง อนุทินต้องรีบทูลเกล้าฯปลดนพ.สรณ เตือนหากคิดแบก โดนคดีอาญา-ผิดจริยธรรม เชื่ออดีตเลขาฯปธ.กสทช.ชิงลาออกด่วน เพราะได้สัญญาณพิเศษ

‘หมอสรณ’กินแห้ว! ศาลปค.ไม่รับฟ้อง

“หมอสรณ” แห้ว! ศาลปกครองกลางไม่รับวินิจฉัย ปมขอเพิกถอนมติคณะกรรมการสรรหาฯ ที่ฟันพ้นตำแหน่ง เนื่องจากมีลักษณะต้องห้ามและขาดคุณสมบัติมาตั้งแต่ต้น

ไร้จิตสำนึก! ภคมนอัด 'หมอสรณ' ยื้อเก้าอี้ประธาน กสทช.

'ภคมน' ซัด ไม่เห็นจิตสำนึก 'หมอสรณ' ยื้อนั่งประธาน กสทช. เหน็บให้เหตุผลแบบศรีธนญชัย อ้างกลัวผิดม. 157 ทั้งที่ไม่มีคุณสมบัติตั้งแต่แรก จี้ 'นายกฯ' เลิกแบก ยื่นโปรดเกล้าฯปลดพ้นตำแหน่งได้แล้ว