คนกรุงเทพฯ กำลังตื่นตัวเตรียมเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ทำให้เราได้เห็นนโยบายพัฒนาเมืองหลากหลายรูปแบบจากผู้สมัคร จนอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามกับตัวเองว่า อยากให้เมืองที่อยู่พัฒนาไปในรูปแบบไหน อะไรเป็นนโยบายสำคัญที่ผู้ว่าฯ ในฝันควรเริ่มจัดการก่อน และเราเองมีส่วนร่วมสร้างเมืองที่อยากอยู่ได้อย่างไรอีกบ้างนอกเหนือจากการลงคะแนนเลือกผู้ว่าฯ ซึ่งเทคโนโลยีก็เอื้อให้เรามีบทบาทได้มากขึ้นผ่านเครื่องมือใหม่ที่เรียกว่า Civic Crowdfunding
Civic Crowdfunding คือการระดมทุนเพื่อสนับสนุนโครงการที่สร้างประโยชน์ให้กับสังคมส่วนรวม ซึ่งคอนเซ็ปต์นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่เลยในสังคมไทย ที่ในอดีตจนถึงปัจจุบันเรามีสถาบันทางศาสนาเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมเงินบริจาคจากคนในชุมชนเพื่อพัฒนาท้องที่ ตั้งแต่การซ่อมโรงเรียน สร้างศูนย์ชุมชน ตั้งโรงครัวช่วยคนเดือดร้อน เป็นต้น
แต่ด้วยเทคโนโลยีนี้ทำให้การริเริ่มโครงการมาจากใครก็ได้ที่มีไอเดียดีและศักยภาพทำงาน ไม่จำเป็นต้องผ่านศูนย์กลาง ซึ่งเพิ่มจำนวนผู้เล่นและการมีส่วนร่วมของประชาชน ทั้งจากคนทั่วไป วิสาหกิจชุมชน องค์กรประชาสังคม หน่วยงานรัฐ ไปจนถึงบริษัทเอกชน ความหลากหลายนี้ก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ในการแก้ปัญหาเดิมที่มี และทำให้มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นในการพัฒนาเมือง
นอกจากนี้แล้วยังช่วยสร้างธรรมาภิบาลการทำโครงการจากภาคประชาชน ทั้งเรื่องความโปร่งใส ตรวจสอบได้ของโครงการ ที่ต้องมีข้อมูลพื้นฐานก่อนเริ่มระดมทุน จำนวนเงินที่ต้องการใช้ จำนวนเงินที่ได้รับบริจาคไปแล้ว รวมไปถึงอัปเดตผลงานหลังระดมทุนและทำโครงการเสร็จ
เมืองที่เอา Civic Crowdfunding มาใช้อย่างจริงจังคือ มหานครลอนดอนผ่านนโยบาย “Crowdfund London” ซึ่งริเริ่มโดยนายกเทศมนตรีตั้งแต่ปี 2014 และขยายผลต่อช่วงการระบาดโควิด-19 ผ่าน “Make London” ซึ่งได้ร่วมมือกับ Civic Crowdfunding platform “Spacehive” เพื่อเปิดพื้นที่ระดมทุนให้โครงการริเริ่มโดยชุมชนที่จะช่วยให้มหานคร
ลอนดอนสามารถฟื้นตัวหลังโควิด-19 โดย City Hall จ่ายค่า fee ในการระดมทุนให้ และมี matching fund สนับสนุนมากถึง £50,000 ต่อโครงการ ซึ่งจำนวนเงินสนับสนุนขึ้นอยู่กับเขต/แขวงของโครงการ งบประมาณรวมที่ต้องใช้ และจำนวนเงินและจำนวนประชาชนที่ร่วมลงขันกับโครงการผ่าน Crowdfunding
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะนายกเทศมนตรีมหานครลอนดอนอยากได้ไอเดียใหม่ในการพัฒนาเมือง โดยเชื่อว่าคนที่คิดวิธีแก้ปัญหาพื้นที่ตัวเองได้ดีที่สุดก็คือคนที่อยู่ หรือองค์กรที่ทำงานในชุมชน และยังช่วยสร้างความร่วมมือในการแก้ปัญหาในพื้นที่ตอนทำโครงการจริงอีกด้วย
รวมถึงเป็นการทดลองจัดสรรงบประมาณเมืองแบบเปิดตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งตอนนี้มีโครงการเกิดขึ้นแล้ว 177 โครงการ รวมเป็นเงิน £6,820,753 ซึ่งมาจากงบประมาณของมหานครลอนดอน และจากประชาชนอีก 25,871 คน
ถึงจะไม่มีการริเริ่มจากภาครัฐแบบแข็งขันเช่นมหานครลอนดอน ในประเทศไทยมี Civic Crowdfunding platform ชื่อเทใจดอทคอม (Taejai.com) ที่ก่อตั้งมาแล้ว 10 ปี โดยสนับสนุนโครงการไปแล้วกว่า 479 โครงการ จากประชาชนผู้สนับสนุนมากกว่า 150,000 คน รวมเป็นเงินกว่า 250 ล้านบาท มีตัวอย่างโครงการน่าสนใจในการพัฒนาเมืองและแก้ปัญหาชุมชน ที่ทำให้เราได้เห็นศักยภาพของภาคประชาชนและนวัตกรรมในการพัฒนาเมือง
เช่น คลองเตยดีจังปันกันอิ่ม เป็นโครงการที่ช่วยเหลือชุมชนในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระยะแรกในประเทศไทย เดือนเมษายนถึงเดือนกรกฎาคม 2563 เกิดจากการริเริ่มของกลุ่ม Music Sharing/คลองเตยดีจัง ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานเรื่องเด็ก เยาวชน และการศึกษาในชุมชนคลองเตยมาแล้ว 7 ปี
ในช่วงระลอกแรกของการระบาดนั้น ชุมชนคลองเตยได้รับผลกระทบอย่างหนัก เพราะมีนโยบายปิดเมืองแบบปัจจุบันทันด่วน ทำให้หลายครัวเรือนในชุมชนต้องตกงานและขาดรายได้ทันที กลุ่มคลองเตยดีจังเห็นว่าปัญหานี้จะนำไปสู่การขาดแคลนอาหาร และเข้าใจถึงความหลากหลายของครัวเรือนในชุมชนที่มีความต้องการและทรัพยากรที่ต่างกัน เช่น บ้านที่อยู่ไม่กี่คนอาจจะต้องการข้าวกล่อง
ในขณะที่ครอบครัวใหญ่พอมีหม้อหุงข้าวเอง อาจจะต้องการกับข้าวเพื่อมาแบ่งกินกันในครอบครัว ครัวเรือนที่มีคนแก่ติดเตียงต้องการอาหารอ่อน ครัวเรือนมีเด็กเล็กต้องการนม เป็นต้น จึงออกแบบโครงการที่คิดว่าตอบสนองต่อบริบทและสถานการณ์ในชุมชนมากที่สุดในรูปแบบคูปองแลกอาหาร เพื่อแจกจ่ายให้ประชาชน 6,178 คน ซึ่งนอกจากได้ช่วยคนในชุมชนแบบไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เข้าถึงช่วยเหลือทุกคนในชุมชน รวมประชากรแฝงและแรงงานข้ามชาติที่มักจะตกหล่นและถูกมองข้ามจากภาครัฐแล้ว ยังทำให้ร้านค้าขายของได้เกิดการหมุนเวียนรายได้ในชุมชนอีกด้วย
สวนวัดหัวลำโพงรุกขนิเวศน์ เป็นโครงการที่ริเริ่มโดยกลุ่ม We!Park-We Create Park แพลตฟอร์มที่กระตุ้นให้เกิดการสร้างพื้นที่สาธารณะสีเขียวอย่างมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยสวนแห่งนี้เป็น 1 ใน 4 พื้นที่นำร่องที่จะเปลี่ยนพื้นที่เศษเหลือจากการพัฒนาเมืองให้เป็นพื้นที่สาธารณะสีเขียวของคนกรุงเทพฯ จากการใช้พื้นที่ว่างในซอยหน้าวัดหัวลำโพงที่เอกชนบริจาคให้ กทม.พัฒนาเป็นสวนสาธารณะขนาดย่อม (Pocket Park) กลุ่ม We!Park เริ่มจากชวนคนในชุมชนใกล้เคียงมาร่วมออกแบบการใช้พื้นที่ร่วมกันจนกลายเป็นคอนเซ็ปต์ “สวนข้างบ้าน”
โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากทาง กทม. เพื่อสร้างส่วนงานหลักของภูมิทัศน์พื้นที่ และระดมทุนเพิ่มจากประชาชนในส่วนที่อยู่นอกกรอบงบประมาณรัฐ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมเพิ่มจากกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในละแวกพื้นที่ รวมถึงประชาชนที่อยากเห็นเมืองพัฒนาไปในทิศทางที่ให้ความสำคัญของพื้นที่สาธารณะสีเขียวได้ร่วมเป็นเจ้าของดูแลสวนด้วยกัน โดยเงินที่ระดมทุนได้ถูกใช้ในการจัดซื้อเครื่องเล่น ชุดโต๊ะ-เก้าอี้ และอุปกรณ์ตกแต่งสวน
จากตัวอย่างข้างต้น การมีเครื่องมือที่เอื้อให้ประชาชนสามารถระดมทุนเพื่อเริ่มทำโครงการพัฒนาเมือง/ชุมชน เชื่อมคนลงแรงและลงขันเงิน สร้างการเข้าถึงทรัพยากรที่ทำให้ประชาชนสามารถคิดและลงมือด้วยตัวเองได้ นอกจากจะช่วยผลักดันการเปลี่ยนแปลงจากรากหญ้า (bottom-up development) แล้ว ยังทำให้เกิดนวัตกรรมสังคมใหม่ๆ และสร้างการมีส่วนร่วมของพลเมืองอีกด้วย ซึ่งปัจจัยทั้งหมดนี้จะช่วยสร้างความยืดหยุ่นยั่งยืน (resilience and sustainability) ให้กับการพัฒนาเมืองในยุคแห่งความผันผวนนี้ได้ในระยะยาวอีกด้วย
อ้างอิง
- Make London: https://www.spacehive.com/movement/mayoroflondon/
- เทใจดอทคอม: https://taejai.com
- คลองเตยดีจังปันกันอิ่ม: https://taejai.com/th/d/punkan_im/
- We!Park: https://taejai.com/th/d/wepark/
-ขอบคุณภาพ ภาพจาก Facebook Page “Sarakadee Magazine” วันที่ 29 มีนาคม 2565
'เอด้า จิรไพศาลกุล' กรรมการมูลนิธินโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมาภิบาล
CEO เทใจดอทคอม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ความฉ้อฉลทางจิตวิญญาณ .. ภัยร้ายของมนุษยชาติ!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ผลพวงจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ สะท้อนเหตุปัจจัยภาคสังคมหลายประการ ที่ทุกฝ่ายต้องศึกษาพิจารณาเพื่อความเข้าใจในสภาพธรรมทางสังคม ที่สะท้อนภาวะผลกรรมในองค์รวมของ กระแสจิตวิญญาณมหาชน..
บทสะท้อน... กระแสจิตหมู่... ภาคสังคม .. สู่การเลือกตั้ง!! .. ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ..
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. กำลังจะเข้าสู่ วันแห่งสันติภาพ.. ที่ผ่านกระบวนการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย โดยอ้างอิงเสียงประชาชนเป็นใหญ่ หมายถึง อำนาจในการปกครองที่มาจากปวงชน.. อันเป็นที่มาของคำถามว่า อะไรคืออำนาจ, อะไรคือหน้าที่.. และ หน้าที่กับอำนาจ จะใช้สัมพันธ์กันอย่างไรให้เกิดประโยชน์ เป็นไปเพื่อ สันติภาพของมนุษยชาติแท้จริง... ดังที่จะได้มีการใช้อำนาจ (อธิปไตย) ผ่านหน้าที่ตามสิทธิในการเลือกตั้งตามระบอบ ให้อำนาจและหน้าที่แก่ประชาชนใช้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่จะเกิดมีขึ้นในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ นี้ ในประเทศของเรา..
ธรรมชาติโดยธรรม ของผู้นำ ผู้แทน ผู้ปกครอง!
เจริญพร สาธุชน ผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เรื่องการเลือกผู้นำตามระบอบประชาธิปไตย ที่ประเทศในโลกตะวันตกพากันเห่อ.. คลั่งไคล้.. จนแพร่ระบาดมาสู่เอเชีย แผ่ไปทั่วบ้านเล็กเมืองน้อย ที่อนุวัตไปตามกระแส โลกาธิปไตย จริงๆ แล้ว มิใช่เป็นเรื่องใหม่ นับตั้งแต่เกิดการอุบัติขึ้นของสังคมมนุษยชาติ
เสียงสะท้อน-ข้อเสนอนโยบาย จากภาคประชาชนถึงพรรคการเมือง
ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งที่พรรคการเมืองต่างๆ ออกมาแสดงวิสัยทัศน์และนำเสนอนโยบายต่างๆ ต่อประชาชน เพื่อหวังผลคะแนนเสียงเลือกตั้ง รวมถึงการส่งตัวแทนพรรคไปร่วมเวทีดีเบต-นำเสนอนโยบายตามเวทีต่างๆ ที่จัดขึ้นหลายแห่ง
อย่าเลือกคน Gen Im เป็นผู้แทนอย่างเด็ดขาด!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เมื่อพิจารณาลงไปในกระแสสังคมปัจจุบันที่อยู่ภายใต้อำนาจโลกธรรมอันมี เทคโนโลยีไอที เป็นใหญ่ ที่ชาวโลกมีความภาคภูมิใจให้เพลิดเพลินในการเข้าไปเชยชมยึดติด.. จึงกลายเป็น วัตถุกาม ของมารที่มีไว้ล่อหลอกให้สัตว์ทั้งหลายเข้าไปรักใคร่ ใหลหลง ผูกมัดรัดยึด ก่อเกิดความเศร้าหมองเร่าร้อน ด้วย อิทธิฤทธิ์ของมารา ที่ใช้มายา.. เป็นเครื่องมือ..
เจาะสนามเลือกตั้งขอนแก่น กระแส-กระสุนวัดกันเดือด!
กลายเป็นอีกสนามเลือกตั้งที่คอการเมืองต่างเฝ้าจับตามองและหมายมั่นปั้นมือที่จะคว้าเก้าอี้สำคัญของ จ.ขอนแก่น มาให้ได้ ดูได้จากการโหมโรงหรือการลงพื้นที่หาเสียงจากทุกพรรคการเมืองที่ล้วนต่างขนขุนพลชั้นนำระดับประเทศมาพบปะ มาปราศรัย มาลงพื้นที่เพื่อช่วยผู้สมัคร สส.เขตของตนเอง แม้กระทั่งบางพรรคจะไม่มีตัวผู้สมัครเขต แต่ก็มาขอคะแนนเสียงเพื่อลงคะแนนให้กับ สส.บัญชีรายชื่อกันแทบทุกวันกันเลยทีเดียว

