ใบไม้...พึ่งเริ่มผลิบาน
ถูกผลาญพราก..ทำลายย่อยยับ
ในยามที่เจ้ากำลังหลับใหล
มันเป็นโศกนาฏกรรม
เป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่
ที่โลกทั้งใบได้รับรู้
ขอให้ทุกดวงวิญญาณ
โบยบินสู่สุคติด้วยเทอญ...
เหตุการณ์ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.อุทัยสวรรค์ จังหวัดหนองบัวลำภู ที่สิบตำรวจเอกปัญญา คำราบ ที่ถูกให้ออกจากราชการเมื่อ 20 มกราคม 65 ด้วยข้อหากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง จากกรณีมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 หรือยาบ้าไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย “ปัญญา” เคยเป็นตำรวจอยู่ที่สถานีตำรวจภูธรนาวัง จังหวัดหนองบัวลำภู มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด-มักดื่มสุราก่อความเดือดร้อนรำคาญให้กับผู้อื่นบ่อยครั้ง จนไม่ค่อยจะมีใครยุ่งด้วย!
เมื่อ 6 ตุลาคม เวลาราว 12.50 น. ที่ผ่านมา อดีตตำรวจนายนี้ก่อเหตุร้ายใช้รถกระบะวีโก้สี่ประตู สีขาว ทะเบียน 6 กธ 6499 ขับไปกราดยิง-ไล่ฟัน-ทำร้ายผู้คนในเหตุการณ์จนมีผู้เสียชีวิต 38 ราย บาดเจ็บอีก 10 คน จากนั้นตามไปยิงภรรยา-ลูกติดภรรยาและยิงตัวเองตายตามในเวลาต่อเนื่องกัน ผู้เสียชีวิตถูกนำส่งชันสูตร-เพื่อส่งคืนให้ผู้ปกครองและญาติ ส่วนผู้บาดเจ็บนำส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลนากลาง โรงพยาบาลหนองบัวลำภู และโรงพยาบาลอุดรธานี เหตุการณ์ครั้งนี้กลายเป็นโศกนาฏกรรมที่โลกทั้งใบรับรู้ มีการส่งสาสน์แสดงความเสียใจถึงประเทศไทยมากมาย ทั้งจากเลขาธิการสหประชาชาติ ผู้นำประเทศ และทูตานุทูตหลายประเทศ ซึ่งพระเจ้าอยู่หัว ร.10 และพระราชินี ได้ทรงโปรดเกล้าฯ รับผู้บาดเจ็บจากโศกนาฏกรรมครั้งนี้ ไว้ในพระอุปถัมภ์ทั้งหมด
ความน่าประหวั่นพรั่นพรึงของสังคมวันนี้มากมายหลายมูลเหตุ โดยเฉพาะจากการเสพยาบ้านั้นเป็นสาเหตุที่สร้างความรุนแรงและอาชญากรรมในบ้านเมืองมาโดยตลอด ผู้เสพจะถูกฤทธิ์ยาทำลายความสำนึกรับผิดชอบ-เกิดสภาวะอารมณ์เลื่อนไหลไปกับความรู้สึกหลอน หวาดระแวง กระตุ้นแรงเก็บกดให้สร้างอาชญากรรมแบบต่างๆ ขึ้น ก่อความสูญเสียในทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น!
สังคมที่ผันผวนเปลี่ยนแปลงสับสนวันนี้นั้น มีการก่อรูปของการรู้คิดให้ผู้คน-แต่ละคนแต่ละกลุ่มต่างกัน “กระบวนการรู้คิด” จะสัมพันธ์กับเจตคติและอคติของคนแต่ละคนอย่างมีนัยสำคัญ กรณีนี้ การรู้คิดถูกบ่มเพาะจากครอบครัวสู่สังคมและจากการงาน ก่อรูปขึ้นแบบเบี่ยงเบน-สร้างความเก็บกด อันเกิดจากพฤติกรรมส่วนตัวและการมีปฏิสัมพันธ์กับสังคมแวดล้อม รวมทั้งจากการงาน-การถูกอบรมบ่มเพาะแบบตำรวจ ที่คลุกคลีกับความรุนแรง การแสวงประโยชน์ การเผชิญกับปัญหาแต่ละวัน (จากปัญหาของตัวเองและครอบครัวด้วย) เมื่อเอาสมการ ตำรวจบวกยาเสพติด + สภาพปัญหาครอบครัว + การรู้คิดที่สั่งสมมา จึงนำสู่การก่ออาชญากรรมที่เป็นโศกนาฏกรรมครั้งนี้ขึ้นได้ไม่ยาก!
หากพิจารณาข้อเท็จจริงกรณีที่ฆาตกรยาบ้าอดีตตำรวจนายนี้ทำลงไป จะพบแรงจูงใจของการกระทำที่เป็น “แรงขับเบื้องหลัง” และ “ความปรารถนารากฐาน” ที่ขับเคลื่อนการกระทำที่เกิดขึ้น มันก่อรูปจากเรื่องราวที่เต็มไปด้วยทัศนคติมุมมองทางด้านลบ-การบ่มเพาะความรุนแรง-การไล่ล่าล้างแค้น-การบ่มเพาะความคับข้องใจ-ความก้าวร้าว ซึ่งสอดรับกับงานการศึกษาวิจัยของฮอบแลนด์ และโรเบิร์ต เซีย ที่มีการศึกษาวิจัยถึงความคับข้องใจ ความก้าวร้าว และการกดขี่ไว้หลายมิติ จนมีความโกรธและความหมกมุ่นอย่างไร้สติเป็นตัวเหนี่ยวนำสู่การกระทำที่เลวร้ายนี้
แน่นอนว่าโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นนี้ได้สะท้อนถึงความป่วยไข้ของสังคมและผู้คนด้วย! ความรุนแรงกรณีนี้ก่อรูปขึ้นจากการหล่อหลอมจากการเลี้ยงดูในครอบครัว การดำรงชีวิตในสังคม-หน้าที่การงานที่เก็บกดบีบคั้น โดยเฉพาะบางอาชีพและอาชีพตำรวจที่มีการหล่อหลอมปลูกฝังเจตนคติ-มโนทัศน์แบบตำรวจ ที่แต่ละวันโลกแวดล้อมและกฎระเบียบที่ครอบงำอยู่ จะเปลี่ยนปรับให้ตัวตนของคนหลุดออกจากสำนึกความเป็นมนุษย์แท้ๆ ยิ่งมีพฤติกรรมกระทบกระทั่งกับเพื่อนร่วมงาน-การงาน-ระบบงานด้วย ก็จะยิ่งสั่งสม-เก็บกดความรู้สึกด้านลบ-ด้านรุนแรงให้บ่มในความคิด-จิตใจตลอดมา ครั้นเมื่อถูกไล่ออกจากราชการ “ปัญญา” จึงมีประโยคที่หลุดจากปากว่า “จะฆ่าตำรวจทั้งโรงพักเลย ที่ทำให้ออกจากราชการ!” จนได้ลงมือกระทำการอันเหลือเชื่อ กลายเป็นฆาตกรที่สร้างโศกนาฏกรรมอย่างวิปริตผิดธรรมดาขึ้น!
เรื่องนี้เป็นเรื่องน่าเวทนาทั้งเหยื่อและผู้กระทำการ ถึงเวลาที่สังคมต้องร่วมมือกันลดสภาวะเชิงลบลง สร้างการเรียนรู้ร่วมและถอดบทเรียนกรณีนี้ผ่านสื่อสร้างการเรียนรู้สาธารณะขึ้นร่วมกัน ขณะที่แต่ละสาขาวิชาชีพต้องตระหนักสร้างความรับผิดชอบร่วม-ไม่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เลวร้ายเยี่ยงนี้เกิดขึ้นอีก ผู้คน-สังคมต้องมีส่วนร่วมกระตุ้นสร้างจิตสำนึกสาธารณะ-สร้างความรู้เท่าทัน สอดส่อง-ดูแล-ช่วยลดความรุนแรงในสังคมลงให้ได้ ไม่เช่นนั้นโศกนาฏกรรมเยี่ยงนี้ จะวนเวียนปรากฏขึ้นอีกอย่างไม่อาจปฏิเสธได้!!!.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ความบังเอิญ .. ที่ไม่บังเอิญ “ณ ภูทอก .. หลวงปู่จวนฯ”
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา เช้าวันพระในวันจันทร์ที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๙ เป็น “วันอัฏฐมีบูชา”.. ได้เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจโครงการร้อยใจไทย สืบสานราชธรรมฯ ถวายเป็นพระราชกุศล แด่ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”.
'ดร.เอนก' แพร่บทความ 'ใครเป็นพวกหัวรุนแรงถอนรากถอนโคน : เมืองไทยในรอบกว่าสิบปี'
ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยแพร่บทความ
ภาวะผกผันระหว่างบ้านเมือง-ศาสนา ในกระแสสติอ่อนล้า .. ของสังคม!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ติดตามข่าวสารรอบด้านที่เชื่อมสัมพันธ์กันทั้งทาง บ้านเมืองและฝ่ายศาสนา.. ได้เห็นปรากฏอาการ “โลกล้ำ-ธรรมล้น” อันเป็นไปตามสมัยวัตถุนิยม ที่แสดงถึง ภาวะอ่อนล้าของสติ สัมปชัญญะ โดยมวลรวมของภาคสังคม.. อันน่าศึกษายิ่ง
ภัยร้าย .. ต่อศาสนา ปัญหา .. เสพติดเทคโนโลยี!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ภายใต้กฎเกณฑ์ธรรมชาติ จึงได้เห็น ความเปลี่ยนแปลงในความดำรงอยู่.. อันดำเนินไปตามเหตุปัจจัย.. ที่สะท้อนความเป็นจริงว่า.. ทุกอย่างเป็น.. ธรรม ธรรม.. เป็นไปตามเหตุปัจจัย..
“เมื่อโลกล้ำ.. ธรรมล้น..” ... กาลโกลาหลจึงบังเกิด!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา... นับว่า วิถีโลก เข้าสู่กาลโกลาหลเต็มตัว เมื่ออำนาจเทคโนโลยียุคไอทีผลักดันสังคมเข้าสู่กระแสดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ.. จึงได้เห็น กาลโกลาหลในกระแสสังคมดิจิทัล ที่แม้แต่ ศาสนจักร ยากจะปฏิเสธ
'ดร.เอนก' แนะพึ่งพากันอย่างรู้แจ้ง ชี้ทางสว่าง '2 ผู้นำมหาอำนาจ'
ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เขียนบทความเรื่อง "เมื่ออาเซียน ยุโรป และผองชาติอำนาจอื่นๆ ต้องร่วมแก้ปัญหาให้ พญาอินทรีและพญามังกร"

