วันที่ 8 ธันวาคม เกิดเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ได้อุบัติขึ้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กำลังพลญี่ปุ่น 1 กรมผสมเดินทางโดยเรือรบทอดสมออยู่ด้านหลังเขาล้อมหมวก เพื่อ เตรียมยกพลขึ้นบกทำการยึดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และกองบินน้อยที่ 5 เพื่อเป็นเส้นทางเดินทัพผ่านเข้าประเทศพม่าทาง ช่องทางด่านสิงขร เวลาประมาณตี 4
ในขณะที่ ร.ต.ศรีศักดิ์ สุจริตธรรม ผู้บังคับหมวดกองร้อยทหารราบและพลทหารจำนวนหนึ่ง กำลังลัดเลาะไปตามชายหาดของอ่าวมะนาวเพื่อลากอวนน้ำตื้น และหาปลาเตรียมสำหรับเลี้ยงรับรองผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพอากาศที่จะมาตรวจราชการที่กองบินน้อย ได้พบเรือจำนวนมากลอยลำอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะหลัก จึงได้รีบนำความไปแจ้งให้กับผู้บังคับการกองบินน้อยที่ 5 ทราบ ซึ่งเป็นเวลาเดียวของข้าศึกได้เข้าประชิดถึงตัวแล้ว จึงทราบว่าเป็นกำลังทหารของญี่ปุ่นพยายามเข้ายึดพื้นที่กองบินน้อยที่ 5 จึงเกิดการสู้รบขั้นตะลุมบอน
กำลังทหารของกองบินน้อยที่ 5 พยายามนำเครื่องบิน 7 เครื่อง บินขึ้นทำการต่อสู้และถูกขัดขวางจากข้าศึก ร.ท.สวน สุขเสริม ผู้บังคับฝูงบินและ พลทหารสมพงษ์ แนวบรรทัด พลปืนหลัง ได้รับบาดเจ็บ มีเพียง พ.อ.อ.แม้น ประสงค์ดี สามารถนำเครื่องบินแบบ “ฮอว์ก 3” ขึ้นบินได้สำเร็จ แต่ไม่สามารถทิ้งระเบิดเพื่อทำลายเรือญี่ปุ่นได้ เนื่องจากสภาพอากาศไม่อำนวย มีเมฆฝนปกคลุม จึงนำเครื่องบินไปลงที่สนามบินบ่อฝ้าย อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ส่วนกำลังภาคพื้นยังมีการสู้รบกันอย่างหนัก
วันที่ 9 ธันวาคม เวลาประมาณ 11.00 น. ผู้บังคับการกองบินน้อยที่ 5 ได้ประเมินสถานการณ์แล้วเห็นว่า เป็นรองฝ่ายญี่ปุ่นในทุกๆ ด้าน จึงสั่งให้เผากองรักษาการณ์และคลังน้ำมัน เพื่อมิให้ข้าศึกใช้ประโยชน์ได้ แล้วรวบรวมกำลังพลที่เหลือพร้อมทั้งครอบครัวไปรวมกันที่เชิงเขาล้อมหมวก ใช้เป็นที่มั่นสำรอง
และให้ส่งเสียงร้องดังศึกก้องประดุจว่าทางราชการได้ส่งกำลังทางเรือมาช่วยเสริมกำลังให้กับกองบินน้อยที่ 5 ทำให้ฝ่ายญี่ปุ่นล่าถอยไปตั้งมั่น เพราะเกรงว่าจะตกอยู่ในวงล้อมของฝ่ายไทย และเวลา 12.00 น. ร.ต.ท.สงบ พรหมรานนท์ พร้อมด้วยบุรุษไปรษณีย์พยายามนำโทรเลขของจอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี และผู้บัญชาการทหารสูงสุดแจ้งกับผู้บังคับการกองบินน้อยที่ 5 ให้ทราบว่า ทางรัฐบาลยินยอมให้ฝ่ายญี่ปุ่นเดินทัพผ่านไปยังประเทศพม่าได้ แต่ทาง ร.ต.ท.สงบถูกกระสุนปืนจากการสู้รบเสียชีวิตทันที
ทางจังหวัดจึงได้สั่งให้บุรุษไปรษณีย์ว่ายน้ำนำโทรเลขจากอ่าวประจวบไปขึ้นที่เชิงบริเวณเขาล้อมหมวก และสามารถส่งโทรเลขได้เป็นผลสำเร็จ เมื่อเวลา 13.00 น. เหตุการณ์สู้รบจึงยุติลง เวลาประมาณ 14.00 น. กำลังพลของกองบินน้อยที่ 5 และฝ่ายญี่ปุ่นได้รวมพลที่สนามบิน เพื่อปรับความเข้าใจซึ่งกันและกัน พร้อมทั้งสำรวจความเสียหายของทั้งสองฝ่าย (ฝ่ายทหารญี่ปุ่นเสียชีวิต 417 คน ในขณะที่ฝ่ายไทยเสียชีวิต 42 คน ประกอบด้วย ทหารอากาศ 38 คน ยุวชน 1 คน ตำรวจ1 คน และครอบครัว 2 คน
ในปีนี้กองทัพอากาศได้เตรียมจัดงาน "สดุดีวีรชน 8 ธันวาคม 2484" เพื่อสดุดีวีรกรรมของเหล่าวีรชนทหารอากาศ ที่เสียสละปกป้องเอกราชอธิปไตยจากผู้รุกรานด้วยความกล้าหาญ สมควรที่จะได้รับการยกย่องสรรเสริญ โดยจัดกิจกรรมขึ้นระหว่างวันที่ 9-12 ธันวาคม 2564 กองบิน 5 ได้จัดให้มีกิจกรรมทางประวัติศาสตร์ในพื้นที่ของพิพิธภัณฑ์อุทยานประวัติศาสตร์กองบิน 5 เช่น การจัดแสดงนิทรรศการ การรับชมภาพยนต์-สารคดีทางประวัติศาสตร์ กิจกรรมเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยโอกาสนี้กองบิน 5 งดการเก็บค่าธรรมเนียมในการเข้าชมพิพิธภัณฑ์อุทยานประวัติศาสตร์กองบิน 5
“บิ๊กป้อง” พล.อ.อ.นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของพิพิธภัณฑ์และประวัติศาสตร์ จึงได้อนุมัติงบประมาณในการปรับปรุงอาคารพิพิธภัณฑ์หลังที่ 3 โดยมีแนวคิดในการคืนโครงสร้างและสถาปัตยกรรมกลับไปในช่วง 80 ปีที่แล้ว และมีการตกแต่งภายในรวมถึงสื่อจัดแสดงใหม่ เน้นการดึงอารมณ์และความรู้สึกของผู้เข้าชมให้เข้าไปอยู่ในช่วงเหตุการณ์วีรกรรม
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมพิเศษที่เราจัดขึ้นเป็นครั้งแรก คือ การจัดตั้งกองรักษาการณ์ เพื่อสดุดีความกล้าหาญของวีรชน ที่ทำการสู้รบต่อเนื่อง 33 ชั่วโมง โดยกองรักษาการณ์นี้จะเริ่มจัดตั้งขึ้นในเวลาตีสาม หรือเช้าตรู่ของวันที่ 8 ที่เป็นเวลาโดยประมาณของการเริ่มสู้รบกันระหว่างทหารไทยและทหารญี่ปุ่น และจะประจำการต่อเนื่องจนถึงเที่ยงวันของวันที่ 9 ซึ่งเป็นเวลาโดยประมาณของการตกลงสงบศึกของทหารทั้ง 2 ชาติ
อีกทั้งมีการจัดการแข่งขันไตรกีฬาทัพฟ้า รำลึก 80 ปี สงครามมหาเอเชียบูรพา กองบินน้อยที่ 5 หรือ RTAF HERO TRIATHLON 2021 โดยการแข่งขันไตรกีฬาทัพฟ้าครั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการควบคุมและป้องกันโรคโควิด-19 จึงไม่ได้เปิดการแข่งขันเต็มรูปแบบ แต่เราจะเชิญนักไตรกีฬาระดับต้นๆ ของประเทศ มาร่วมทดสอบสนามการแข่งขัน เพื่อยกระดับสนามไตรกีฬาของกองบิน 5 สู่มาตรฐานสากล และรองรับการจัดการแข่งขันไตรกีฬาระดับนานาชาติได้ในอนาคต
โดยการจัดงานครั้งนี้ กองทัพอากาศมุ่งหวังให้ประชาชนรุ่นหลังได้รับรู้ถึงความเสียสละของวีรชนในเหตุการณ์ครั้งสำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยใช้พื้นที่ท่องเที่ยวอันเป็นหมุดหมายของนักเดินทางที่เข้ามาพักผ่อนที่อ่าวมะนาว กองบิน 5 จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นธงนำ ซึ่งหลายจุดในย่านนั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของ “นักรีวิว” ที่สืบเสาะหา UNSEEN เพิ่มโจทย์ท้าทายในการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย และทำกิจกรรมได้หลากหลาย
จากความร่วมมือของคนในพื้นที่ หน่วยราชการ และภาคเอกชนในจังหวัด หลังจากรัฐบาลมีนโยบายในการเปิดประเทศ กองทัพอากาศจึงมองว่า พิธีในครั้งนี้จะสร้างการรับรู้ในหลายมิติให้ประชาชนได้เดินทางมายังอ่าวมะนาวมากขึ้นด้วย.
ข้อมูล : กองทัพอากาศ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทอ. แจงนายกฯ ยังไม่ได้ร่วมบินเครื่องบินขับไล่ F-16 ที่นครราชสีมา
กองทัพอากาศ ชี้แจงตามที่มีข่าวเกี่ยวกับการที่กองทัพอากาศมีแนวคิดเชิญ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นนักบิน ร่วมทำการบินกับเครื่องบินขับไล่แบบที่ 20/ก (F-16) เพื่อให้ได้รับประสบการณ์ตรงและเข้าใจถึงขีดความสามารถของกองทัพอากาศนั้น
ระเบียบใหม่ตะวันออกกลาง อิหร่าน คือชาติมหาอำนาจ
สงครามตะวันออกกลางที่เป็นการสู้รบกันระหว่าง สหรัฐอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่าน ถึงขณะนี้ก็ยังไม่แน่ชัดว่า หลังจากนี้ จะกลับมาเปิดฉากสู้รบ-ปะทะกันอย่างหนักอีกหรือไม่
ดร.เอนก เตือนสังคมศาสตร์ไทย ไร้รากเหง้า ระวังกลายเป็น 'ศาสตร์ไร้จิตวิญญาณ'
ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ชวนสังคมศาสตร์ไทยกลับมาศึกษารากเหง้าตัวเอง ชี้ใช้ทฤษฎีตะวันตกได้ แต่ต้องรู้ประวัติศาสตร์-วัฒนธรรม-ภูมิปัญญาไทยให้พอกัน เตือนหากเอาแต่เป็
เราจะมีนายกฯ เป็นวีรบุรุษของชาติ.. ..ได้อย่างไร!?
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา มีคำกล่าวว่า
ปมเสี่ยง จุดสลบ รัฐบาลสีน้ำเงิน-อนุทิน
แม้รัฐบาล "อนุทิน ชาญวีรกูล" หรือ "อนุทิน 2" จะเป็นรัฐบาลมาแค่ 3 เดือนกว่า แต่เห็นชัดว่าเจอหลายปมร้อนการเมืองโหมเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นช่วงหลายวันที่ผ่านมา
สู่พรรษาปี ๒๕๖๙ .. ณ วัดป่าฯ สกลนคร!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เข้าถึง วันเข้าพรรษาปีพุทธศักราช ๒๕๖๙ ตรงกับ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๙ พระภิกษุ-สามเณร และชาววัด ต่างมีกิจอันสำคัญยิ่งที่ถือปฏิบัติสืบกันมา ได้แก่ การแสวงหาที่พักจำพรรษา.. ซึ่งปีที่ผ่านมาได้รับนิมนต์ไปพักอยู่จำพรรษาที่ วัด DVMP (Dhamma Vinaya Monastery of Pune - India) ที่ศรัทธาชาวพุทธอินเดียสร้างถวาย ด้วยมูลค่าที่มากกว่า ๑๐๐ ล้านบาท ไม่นับรวมราคาที่ดินที่ถวายโดยเศรษฐีที่ดินอินเดียชาวฮินดู ตั้งอยู่ในนครปูเน่ รัฐมหาราษฏระ บนทำเลที่เหมาะควรต่อการเป็น สัปปายสถาน

