คุยกับ ดร.เสนาะ อูนากูล “คนของแผ่นดิน”

สังคมโลกวันนี้เปลี่ยนแปลง-สับสนจากหลายเหตุปัจจัย ที่สำคัญที่สุดคือ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี และ ความเคลื่อนไหวของภูมิรัฐศาสตร์ ที่ส่งผลรวมกระทบต่อสังคมโลกมากมหาศาล จะพบว่าโลกวันนี้ไม่ได้ผูกขาดความไว้วางใจกับมหาอำนาจขั้วเดียวอีกต่อไป ภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงที่ก้าวหน้าของเทคโนโลยีได้ขับเคลื่อนปรับตัวทำให้โลกเปลี่ยนไปเป็นโลกหลายขั้วอำนาจ

 สัมพันธ์พันธภาพของแต่ละประเทศมีต่อกันเกิดขึ้นหลากหลายรูปแบบ-หลากหลายมิติ มีทั้งที่พยายามเป็นตัวของตัวเองและพยายามปรับเปลี่ยนขั้วความสัมพันธ์ใหม่ ที่สำคัญคือหลายประเทศพยายามเป็นตัวของตัวเอง-รักษาผลประโยชน์ตามแนวคิดแนวทางของตัวเอง-ไม่ยอมถูกจูงให้อยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เช่นโลกในอดีตที่ผ่านมา!

จะพบว่าอินเดียมีความเคลื่อนไหวจัดวางความสัมพันธ์กับจีน รัสเซีย และอเมริกาต่างมิติกัน-ยึดผลประโยชน์-เสถียรภาพ-ความมีอิสรภาพของประเทศเป็นสำคัญ จีนก็จัดวางตัวเองต่อนานาประเทศในสังคมโลกแตกต่างกัน ส่วนรัสเซียนั้นแน่นอนว่าถึงกับต้องกระโจนเข้าสู่สงคราม หลังถูกอเมริกาและนาโต้ละเมิดข้อตกลงการขยายพันธมิตรจนสั่นคลอนเสถียรภาพและความมั่นคงของประเทศ! ต้องใช้พลังทางการทหารและการจัดการทรัพยากรเข้าสู่การคานอำนาจกับอเมริกาและยุโรป ขั้วอำนาจตรงข้าม!

โดยมีการจัดสัมพันธภาพจับมือกับประเทศต่าง ๆ แต่ละมุมโลกต่างกันไป เช่นกอดคอเป็นมิตรกับกลุ่มทรัพยากรพลังงานโลกอาหรับ ร่วมมือกับเกาหลีเหนือและประเทศสหายสงครามที่มีความคิดใกล้ชิดกันในรูปแบบเฉพาะ ซึ่งจัดระยะต่างไปจากสัมพันธภาพกับประเทศที่ไม่ได้ร่วมกอดคอกันแนบแน่น ฯลฯ เป็นต้น นี่คือตัวอย่างที่เห็นในการจัดปรับตัวทางภูมิรัฐศาสตร์ของประเทศขนาดใหญ่!

ความเป็นโลกหลายขั้ววันนี้ ส่งผลต่อสัมพันธภาพทางเศรษฐกิจ-การค้า และความสนิทใจกับสกุลเงินดอลลาร์ก็มีสถานะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป!

สำหรับบ้านเมืองไทยของจากการปรับตัวระดับโครงสร้างแล้ว ความเคลื่อนไหวการเปลี่ยนแปลงภายในบ้านเมืองเองก็มีการขยับปรับเปลี่ยนหลายเรื่องที่ส่งผลทั้งดีขึ้นและสับสนอลหม่านพอสมควร บางมุมที่เคยหมกซ่อนไว้ในหลืบลึกก็ถูกสังคมออนไลน์ขุดเปิดเปลือยขึ้น เผยให้สังคมได้รับรู้กันแพร่หลาย โดยเฉพาะพฤติกรรมคอรัปชั่นกับขบวนการด้านมืดต่าง ๆ ไม่เว้นแต่ละวัน แถมยังได้ช่วยให้ อาชญากรรมในสังคมวันนี้หลายกรณีได้รับการจัดการถูกที่ถูกทางขึ้น

แม้ระบบราชการและกระบวนการยุติธรรมจะไม่มีประสิทธิภาพเท่าทันโลกที่เปลี่ยนแปลงไปนัก นี่คือผลพวงความเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อวิถีชีวิต-ความเคลื่อนไหวในสังคมบนรอยต่อของโลกใบเก่าของโลกใบใหม่

สัปดาห์ที่ผ่านมาผมมีโอกาสไปคารวะผู้อาวุโส “คนของแผ่นดินดร.เสนาะ อูนากูล อดีตผู้บริหารประเทศที่มีบทบาทสำคัญหลายตำแหน่งในการขับเคลื่อนสร้างความก้าวหน้าใหม่ให้บ้านเมือง ช่วงที่ท่านทำงานสนับสนุน พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อย่างใกล้ชิดจนทำให้เกิดยุคโชติช่วงชัชวาล-เปลี่ยนประเทศสู่ความก้าวหน้าใหม่ยุคทศวรรษ พ.ศ.2520 เป็นต้นมา

 วันนี้ท่านเรียกตัวเองว่า ชายชราจากปากช่อง เนื่องเพราะท่านไปใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านพักปากช่องเป็นส่วนใหญ่ และช่วงวัยท่านก็กว่า 90 ปีไปแล้ว แต่สติปัญญา ความจำ ความคิด และการเท่าทันโลกนั้นยังแม่นยำสดใสอยู่เช่นเดิม

ท่านอาจารย์เสนาะชี้ถึงหลักการมองความเปลี่ยนแปลงและการปรับตัวของบ้านเมืองที่ต้องคำนึงถึง Global Mega Trend ที่จับกระแสโลกเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ เพื่อไม่หลุดออกจากความก้าวหน้าของโลกใบใหม่ที่กำลังขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและการปรับตัวทางภูมิศาสตร์อย่างรุนแรงต่อเนื่อง กล่าวคือ

หนึ่ง ความเท่าทันในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิตอล ที่มีทั้งโอกาสและการทำลายล้างด้วยพลังของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจะต้องเร่งสร้างคนและสังคม-ยกระดับความรู้ทักษะ-ปรับเปลี่ยนความรู้ทักษะที่เป็นสมรรถนะโดยรวมให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ที่ต้องวเร่งปรับการศึกษาทั้งในและนอกระบบให้ต่อเนื่องเท่าทันการเปลี่ยนแปลงยุคดิจดิทัล

สอง ข้อพิจารณาถึงมิติของภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐกิจ ที่เกิดจากการเติบโตเบ่งบานของจีนที่ต้องติดตามและสร้างสัมพันธ์ที่ดี และการปรับจากโลกที่เปลี่ยนจากขั้วอำนาจเดียวเป็นหลายขั้ว ที่นำสู่การปรับตัวเปลี่ยนแปลงของการค้าและระบบเงินตรา ที่จะมีผลทางเศรษฐกิจสังคมและการเติบโตของประเทศ

สาม ประเด็นการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ ที่เป็นฉันทามมติของประชาคมโลกที่มีความสำคัญ จะต้องจัดการในเรื่องพลังงานสะอาด การสร้างฐานเศรษฐกิจแบบ BCG (กลุ่มเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจนำกลับมาใช้ใหม่-เศรษฐกิจสีเขียว) ซึ่งจะต้องปรับทิศทางการพัฒนาให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

สี่ ข้อพิจารณาถึงสภาวะโรคระบาดขนาดใหญ่ ที่ต้องจัดระบบดูแลป้องกันรักษาอย่างดี การก้าวสู่สังคมสูงวัย การปรับตัวเรื่องของการแพทย์-การสาธารณสุขใหม่ เพื่อสร้างยุทธศาสตร์สุขภาพยุคใหม่ในการดูแลคุณภาพชีวิตผู้คน-สุขอนามัยการมีชีวิตที่ดี

และห้า การเติบโตของเมือง ในการจัดการขบวนการเปลี่ยนแปลงเป็นเมืองที่ขยายตัวขึ้น ต้องส่งมรรคผลในแง่ของโอกาสการเข้าถึงโอกาสความเสมอภาคเท่าเทียมของการอยู่ร่วมกัน โดยมรรคผลของการเปลี่ยนแปลงเติบโตของบ้านเมืองต้องตกถึงผู้คนเป็นสำคัญ เพื่อเป็นฐานที่แข็งแกร่งรับการเติบโต-ปรับ ปรับตัวเคลื่อนไหวในกระแสเศรษฐกิจสังคมของประเทศ

เป็นข้อสรุปจากบทสนทนาวันนั้น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ระเบียบใหม่ตะวันออกกลาง อิหร่าน คือชาติมหาอำนาจ

สงครามตะวันออกกลางที่เป็นการสู้รบกันระหว่าง สหรัฐอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่าน ถึงขณะนี้ก็ยังไม่แน่ชัดว่า หลังจากนี้ จะกลับมาเปิดฉากสู้รบ-ปะทะกันอย่างหนักอีกหรือไม่

ดร.เอนก เตือนสังคมศาสตร์ไทย ไร้รากเหง้า ระวังกลายเป็น 'ศาสตร์ไร้จิตวิญญาณ'

ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ชวนสังคมศาสตร์ไทยกลับมาศึกษารากเหง้าตัวเอง ชี้ใช้ทฤษฎีตะวันตกได้ แต่ต้องรู้ประวัติศาสตร์-วัฒนธรรม-ภูมิปัญญาไทยให้พอกัน เตือนหากเอาแต่เป็

ปมเสี่ยง จุดสลบ รัฐบาลสีน้ำเงิน-อนุทิน

แม้รัฐบาล "อนุทิน ชาญวีรกูล" หรือ "อนุทิน 2" จะเป็นรัฐบาลมาแค่ 3 เดือนกว่า แต่เห็นชัดว่าเจอหลายปมร้อนการเมืองโหมเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นช่วงหลายวันที่ผ่านมา

สู่พรรษาปี ๒๕๖๙ .. ณ วัดป่าฯ สกลนคร!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เข้าถึง วันเข้าพรรษาปีพุทธศักราช ๒๕๖๙ ตรงกับ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๙ พระภิกษุ-สามเณร และชาววัด ต่างมีกิจอันสำคัญยิ่งที่ถือปฏิบัติสืบกันมา ได้แก่ การแสวงหาที่พักจำพรรษา.. ซึ่งปีที่ผ่านมาได้รับนิมนต์ไปพักอยู่จำพรรษาที่ วัด DVMP (Dhamma Vinaya Monastery of Pune - India) ที่ศรัทธาชาวพุทธอินเดียสร้างถวาย ด้วยมูลค่าที่มากกว่า ๑๐๐ ล้านบาท ไม่นับรวมราคาที่ดินที่ถวายโดยเศรษฐีที่ดินอินเดียชาวฮินดู ตั้งอยู่ในนครปูเน่ รัฐมหาราษฏระ บนทำเลที่เหมาะควรต่อการเป็น สัปปายสถาน

'ดร.เอนก' แพร่บทความ 'สนธิระบบอุปถัมภ์แบบไทย เข้ากับคุณธรรมและนวัตกรรมสมัยใหม่'

ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยแพร่บทความเรื่อง "สนธิระบบอุปถัมภ์แบบไทยเข้ากับคุณธรรมและนวัตกรรมสมัยใหม่"