ข้อมูลส่วนบุคคลกับความเปลี่ยนแปลงทางสังคม

“ประชาชนทุกคนจึงโปรดทราบและช่วยกันส่งเสียงให้กฎหมายฉบับนี้ได้ถูกบังคับใช้ได้อย่างจริงจังในวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2565 และไม่เจอโรคเลื่อนอีกเป็นครั้งที่ 3 เพราะหากเป็นเช่นนั้นแล้ว ประชาชนคนไทยทุกคนก็จะเสียสิทธิในการได้รับความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต่อไปอีกเป็นปีที่ 3”

ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ในช่วงเกือบสองปีที่ผ่านมาและยังดำเนินต่อไปนั้น ต้องยอมรับว่าได้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางสังคมในประเทศของเราและในหลายๆ ประเทศทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญโดยเฉพาะในเรื่องของสังคมที่มีปัจจัยที่เป็นตัวเร่งคือโรคระบาดและความรวดเร็วของการใช้เทคโนโลยีในการติดต่อสื่อสารที่มีชุดข้อมูลอยู่มากมายในโลกออนไลน์ ทั้งที่เป็นเรื่องจริง ไม่จริง เรื่องบิดเบือนและข้อมูลหลอกลวงเชิงลบต่างๆ ทำให้สังคมเกิดความสับสนและมีผู้คนจำนวนมากที่ถูกนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ในทางทุจริต ผิดกฎหมายและเกิดความเสียหายในวงกว้าง

 

ข้อมูลส่วนบุคคลคืออะไร? และมีใครบ้างนั้นที่จะได้รับความคุ้มครองทางกฎหมาย แค่ไหน เพียงใด จึงขอเริ่มจากกฎหมายที่ออกมาในปี พ.ศ. 2562  คือ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (Personal Data Protection Act B.E. 2562) หรือ “PDPA” โดยมีเหตุผลการออกกฎหมายว่าในปัจจุบันมีการล่วงละเมิด สิทธิความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นจํานวนมาก  สร้างความเดือดร้อนรําคาญหรือความเสียหาย ให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ประกอบกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทําให้การเก็บรวบรวม ใช้ หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอันเป็นการล่วงละเมิดดังกล่าว ทําได้โดยง่าย สะดวก และรวดเร็ว ก่อให้เกิด ความเสียหายต่อเศรษฐกิจโดยรวม จึงจำเป็นต้องมีกฎหมายเข้ามากำกับ ดูแล และลงโทษผู้กระทำความผิดโดยมีทั้งโทษปรับและโทษจำคุกในหลายกรณี เช่น การนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยที่เจ้าของข้อมูลไม่ได้อนุญาตหรือให้ความยินยอม

 

ในกฎหมายฉบับนี้ได้นิยาม ข้อมูลส่วนบุคคลหมายถึง “ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทําให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ”  เช่น ชื่อ นามสกุล  เบอร์โทรศัพท์ หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน บัญชีธนาคาร เลขบัตรสมาชิก ข้อมูลการเดินทางหรือการรักษาพยาบาล เป็นต้น ซึ่งต้องยอมรับว่าในอดีตนั้น มีการนำไปใช้ทางการตลาด ประชาสัมพันธ์อย่างแพร่หลายโดยเจ้าของข้อมูลไม่ได้ให้ความยินยอม และมีมิจฉาชีพจำนวนมากใช้ประโยชน์จากข้อมูลเหล่านี้ในทางที่มิชอบ ทำให้เกิดความเสียหายต่อสังคมและส่วนรวมอย่างเป็นวงกว้างโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงวัย เด็กและเยาวชน ต้องตกเป็นเหยื่อเสียเงินทองเป็นจำนวนมาก  

รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบถึงปัญหาและผลกระทบที่เริ่มเป็นวงกว้าง มีการตั้งศูนย์เฉพาะกิจ และรับเรื่องร้องเรียนหลายๆ แห่ง ไม่ว่าจะเป็น ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.)  สายด่วน  1499  หรือ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Technology Crime Suppression Division) หรือในส่วนของศูนย์รับเรื่องร้องเรียนปัญหาออนไลน์  หมายเลข 1212 ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือสามารถไปแจ้งความ ณ สถานีตำรวจท้องที่เกิดเหตุ สถานีตำรวจนครบาล หรือสถานีตำรวจภูธรได้โดยตรง

โดยทางเจ้าหน้าที่รัฐก็มีกฎหมายอีกฉบับหนึ่งที่สำคัญ คือ “พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560” หรือที่เรียกกันว่า “พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์” ในการสืบสวน สอบสวนและจับกุมผู้กระทำความผิดมาลงโทษแต่ก็ต้องยอมรับว่าการดำเนินการ ยังไม่สามารถทำได้รวดเร็วและเท่าทันจำนวนคดีหรือข้อร้องเรียนของประชาชนที่เกิดขึ้นใหม่แทบทุกชั่วโมงเนื่องจากความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและวิถีชีวิตใหม่ของผู้คนที่ติดต่อสื่อสารระหว่างกันตลอดจนการซื้อขายสินค้า อาหาร เครื่องดื่ม เป็นต้น โดยมีข้อมูลทางสถิติพบว่า คนไทย “ช้อปปิ้งออนไลน์” สูงมากถึงเป็นอันดับ 3 ของโลก หรือประมาณ 80 % และมีอัตราสูงมากเช่นเดียวกันในการช้อปปิ้งออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยอยู่อันดับ 2 ของโลกด้วยสัดส่วนประมาณ 75 % จึงอาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อาญชากรรมด้านเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก

ในฐานะที่คนไทยทุกคนเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลของตน (Data Object) ที่ในอนาคตจะต้องมี ผู้ควบคุมข้อมูล (Data Controller) ผู้ประเมินผลข้อมูล (Data Processor) และเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูล (Data Protection Officer) เข้ามารับผิดชอบในการจัดเก็บ รวบรวม กำหนดมาตรการดูแลรักษา ประเมินผลและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น ซึ่งกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ได้ให้สิทธิกับคนไทยทุกคนในการได้รับการปกป้องคุ้มครองไม่ให้ข้อมูลของตนถูกล่วงละเมิดและเกิดความเสียหาย  โดยในต่างประเทศโดยเฉพาะสหภาพยุโรป (European Union) นั้นก็ได้มีการออกกฎหมายลักษณะเดียวกันในปี พ.ศ. 2561 ในชื่อ “General Data Protection Regulation”  หรือ “GDPR” โดยมีการบังคับใช้ในประเทศสมาชิกอย่างแข็งขัน มีการดำเนินการลงโทษด้วยการปรับเงินจำนวนสูงมากหลายร้อยล้านยูโรกับธุรกิจและผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนกฎหมายไม่ว่าจะเป็นธุรกิจสายการบิน  โรงแรม Platforms การติดต่อสื่อสารต่างๆ หรือแม้กระทั่งการนำข้อมูลของพนักงาน ลูกจ้างไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือได้รับความยินยอม

อย่างไรก็ตาม ต้องขอแจ้งว่าในปัจจุบัน กฎหมาย GDPA ได้ถูกเลื่อนการบังคับใช้เต็มรูปแบบออกไปร่วม 2 ปีแล้ว เนื่องจากความไม่พร้อมในหลายๆด้านของภาครัฐและภาคเอกชนในการเตรียมการรองรับกฎหมายฉบับนี้ รวมถึงการออกกฎหมายลูก ระเบียบ ประกาศ และคำสั่งของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ยังไม่เรียบร้อย เนื่องจากการแต่งตั้งคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลยังไม่สมบูรณ์ โดยล่าสุดมีการแจ้งประกาศจากรัฐบาลว่าจะใช้เต็มฉบับได้ในวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2565  

ประชาชนทุกคนจึงโปรดทราบและช่วยกันส่งเสียงให้กฎหมายฉบับนี้ได้ถูกบังคับใช้ได้อย่างจริงจังในวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2565 และไม่เจอโรคเลื่อนอีกเป็นครั้งที่ 3 เพราะหากเป็นเช่นนั้นแล้ว ประชาชนคนไทยทุกคนก็จะเสียสิทธิในการได้รับความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต่อไปอีกเป็นปีที่ 3 ในขณะที่เมื่อไม่นานมานี้ ก็ได้มีเหตุการณ์การรั่วไหล  ล่วงละเมิดของข้อมูลส่วนบุคคลเกิดขึ้นจริงแล้วในโรงพยาบาลของรัฐในต่างจังหวัดและกลุ่มธุรกิจด้านสินค้าอุปโภคบริโภคขนาดใหญ่ของเอกชนแต่เรื่องที่เกิดก็ค่อยๆเงียบหายไปเพราะเรายังไม่มีเจ้าภาพมาดูแลอย่างจริงจังนั่นเอง 

เทวัญ   อุทัยวัฒน์   กลุ่มนโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมาภิบาล

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชัชชาติ นำโด่งม้วนเดียวจบ สก.50 เขต ผลเลือกตั้ง ได้สภากทม."ส้ม-เขียว-แดง-ฟ้า"

สนามเลือกตั้งท้องถิ่น เมืองหลวง กรุงเทพมหานคร เริ่มคึกคักมากขึ้นเรื่อย ๆก่อนถึงวันเปิดรับสมัครผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(สก.) ที่จะเริ่มรับสมัคร 28 พ.ค.และเลือกตั้งวันที่28 มิ.ย.

บทบาท .. “นายกรัฐมนตรี” ในภาวะเสี่ยง .. ของสังคมที่ถดถอย!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เช้านี้ (๕ พ.ค.๖๙) หลังจากบิณฑบาต ได้กลับมานั่งรอหมอนำบุรุษพยาบาลมาเจาะเลือดเพื่อตรวจค่าต่างๆ ที่ต้อง เฝ้าระวังความเสี่ยงในภาวะชีวิตเริ่มถดถอย... อันเนื่องจากความชราพยาธิกัดกิน ที่แสดงความเป็นจริงว่า.. ที่สุดแห่งชีวิต รูปนี้ย่อยสลายสูญสิ้น อันเป็นไปตามกฎธรรมชาติ..

แนะนำ 3 เว็บไซต์สำหรับผู้ต้องการอ่านบทความอาหารเพื่อสุขภาพ

ในปัจจุบันอาหารเพื่อสุขภาพ กลายเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่มาแรงอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการลดน้ำหนัก การดูแลรูปร่าง หรือการป้องกันโรคในระยะยาว หลายคนเริ่มหันมาใส่ใจสิ่งที่กินมากขึ้น

“ทำดี .. ให้ลูก ทำถูก .. ให้หลาน” ส่งต่อมรดกความดีงาม .. ให้สังคม!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เทศกาลสงกรานต์ประเพณีไทย นับเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีโบราณ โดยมีความสำคัญหลักในการส่งผ่านความกตัญญูกตเวทีในวิถีวัฒนธรรม.. ด้วยการทำบุญสรงน้ำพระ.. รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่เพื่อขอพร ก่อเจดีย์ทรายในวัดวาอาราม... และการกลับคืนสู่ครอบครัวเพื่อแสดงถึงความรักสามัคคี เพื่อเริ่มต้นชีวิตอย่างมีมงคล

“ความดี.. (ที่ไม่จริง) .. เป็นสิ่งที่ดี” ในกระแสสังคม .. วิปลาสธรรม !!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา ในวิถีสังคมที่สับสนไปด้วยความลังเลสงสัยในสัจธรรม.. จึงได้เห็นปรากฏการณ์ “การทำอะไรเกินจริง” อยู่เสมอ จนเป็นที่มาของคำสั่งสอนว่า.. “อย่าทำอะไรเกินจริง” ที่หมายถึง พึงมีสติควบคุมจิต.. เพื่อรู้จักยับยั้งชั่งใจในการ คิด พูด ทำ สิ่งต่างๆ ที่ควรคำนึงถึง ความพอดี เหมาะสมกับความเป็นจริง ไม่นำไปสู่การบิดเบือน อยู่ภายในขอบเขตของธรรมและอรรถ และรู้จักประมาณตนว่า.. มีกำลังความสามารถที่ทำได้ตามความเป็นจริง..