
สงครามในยูเครนกำลังเดินเข้าสู่จุดชี้ขาด ที่สนามรบบั้กมุด เมืองนี้ทหารยูเครนกว่าหนึ่งพัน กำลังถูกล้อมเพื่อบดขยี้โดยกองกำลังวากเนอร์ของรัสเซีย เป็นการล้อมที่ปิดสนิทจนโดดเดี่ยว ถูกถล่มหนักตลอดเวลาชนิดที่ไม่ยอมจำนนก็ต้องตาย ทหารจนตรอกเหล่านี้ แม้กองบัญชาการอเมริกัน จะบอกเซเลนสกี้ให้สั่งถอยเท่าใด ระบอบเคียฟก็ไม่ยอม กลับโหมโฆษณา ให้สู้จนคนสุดท้ายเพื่อพิสูจน์สายเลือดสลาฟอันสูงส่งของคนยูเครน ให้โลกเห็นว่า ไม่มีทางยอมจำนน ก้มหัวให้รัสเซียนที่เป็นสลาฟชั้นต่ำเด็ดขาด พอปลุกระดมเสร็จแล้ว เซเลนสกีก็เดินหน้าสั่งให้เผาหนังสือที่เป็นภาษารัสเซีย ทั้งในโรงเรียนและในห้องสมุดทั่วประเทศ ส่วนพระออร์โทดอกฃ์ที่ฝ่าฝืนสวดเป็นภาษารัสเซียนนั้น ก็ถูกจับเข้าคุกต่อไปอีก
การยกสงครามยูเครนให้กลายเป็นสงครามศักดิ์สิทธิ์ ด้วยความตายของลูกผัวชาวบ้านหลายพันในสมรภูมิบั้กมุดอย่างนี้ ถ้าเซเลนสกีไม่บ้าจริงถึงระดับฮิตเลอร์จะไม่มีทางทำได้ คนทั้งสองนี้ สร้างขบวนการมวลชนสถาปนาตนเป็นผู้นำสูงสุด ก็โดยอาศัยการสร้างมวลชนจากความเกลียดชังทางเชื้อชาติ ยิวกลายเป็นปีศาจของเผ่าอารยันฉันใด รัสเซียนก็กลายเป็นปีศาจสลาฟชั้นต่ำที่ทรยศต่อเชื้อสายฉันนั้น
ความเกลียดชังร่วมกัน ได้แผดเผาหลอมรวมให้คนยูเครนละลายเป็นมวลชนที่ดุร้าย เสียสละ ไล่ล่า ทำลาย เพื่อนร่วมชาติที่มีเชื้อสายรัสเซียนมาเป็นสิบปีล้มตายสิ้นรกรากไปหลายหมื่น กล้าท้าทายจะคุกคามรัสเซียทั้งประเทศ ด้วยแรงยุจนย่ามใจของตะวันตก ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากเทคนิคจิตวิทยาการเมือง สร้างมวลชนปฏิวัติ จากความจงเกลียดจงชังทั้งสิ้น ส่วนจะสำเร็จเป็นความสิ้นชาติเช่นนาซีเยอรมัน หรือเกิดอนาคตใหม่จากซากปรักหักพังเช่นเหมาเจ๋อตุง ก็เป็นเรื่องชะตากรรมในภายหลัง ชะตาของระบอบเคียฟก็เช่นกัน
ความเป็นผู้นำมวลชนปฏิวัติของเซเลนสกีนี้ ชัดเจนว่าเชี่ยวชาญทางเทคนิคมากๆ เช่นในหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ทั้งๆที่ การรบในแนวหน้าเริ่มแพ้พ่ายทั้งแนวรบ ชาวบ้านไฟดับไม่มีอยู่มีกิน ทุกข์ยากไปทั่ว แทนที่จะหาอาหารหาพลังงานมาป้อน เขากลับทุ่มเทสร้างกิจกรรมแห่งความเกลียดชัง ป้อนเข้าไปในหัวใจของชาวบ้านเป็นระลอก ทั้งการจับพระที่ยังกล้าสวดเป็นภาษารัสเซีย สั่งเผาหนังสือทุกชนิดที่เป็นภาษารัสเซียทั้งประเทศ ทหารหลายพันกำลังจะถูกปิดล้อมแล้วบดเป็นเศษเนื้อ ก็ไม่สั่งถอยมาตั้งหลัก กลับสั่งให้เสียสละ สู้จนตายเป็นคนสุดท้าย
โศกนาฏกรรมของการสร้างพลังการเมือง จัดตั้งชาวบ้านจากความเกลียดชังนี้อยู่คู่โลกมาตลอด หลายขบวนการที่จบลงไป กลับเป็นพื้นที่ให้อนาคตใหม่งอกเงยขึ้นมา แต่เฉพาะขบวนการนีโอนาซีของเซเลนสกีนี้ คำตอบคือความสิ้นชาติอยู่เห็นๆ ส่วนโปแลนด์นั้นพลังมวลชนก็ไม่มี ความพร้อมก็ไม่ให้ ถ้าหลวมตัวยอมให้อเมริกาผลักออกมายันรัสเซีย ก็จะเป็นยูเครน 2 ตามยูเครน 1 ไปในไม่ช้า
สำหรับเทคนิคมวลชน ที่ซ้ายไทยรับใช้นายทุน นำมาประยุกต์ให้พรรคการเมืองกลายเป็นครอบครัว ลูกสาวนายทุนกลายเป็นหัวหน้า family. ทั้งๆที่ pregnentป่องๆ อยู่ก็ดี หรือเอา 112 มาป้ายเป็นปีศาจ เอาความหงุดหงิดไม่เห็นอนาคตของหนุ่มสาว มาเป็นเหยื่อฉายหนังกลางแปลงเอาลอยๆว่า เลือกแล้วจะไม่เหมือนเดิมนั้น ทั้งหมดนี้ก็ยังสร้างพลังมวลชนอะไรไม่ได้ ได้แต่ทำให้ หลงทางเสียเวลา พวกปฏิกิริยานอนยิ้มกันต่อไป เหมือนเดิม.
แก้วสรร อติโพธิ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
3 ทศวรรษไทยโพสต์ ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร พลังงานอนาคต สู่ความยั่งยืน
ในโอกาสที่ปีนี้ 21 ตุลาคม 2569 จะครบรอบ30 ปีของการก่อตั้งหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ทางทีมงานไทยโพสต์ ได้สัมภาษณ์พิเศษ "ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร นายกสภาสถาบันวิทยสิริเมธี
28 ก.ย.รู้ผลคดีบัตรเลือกตั้ง ศาลรธน.ต้องตีความโดยเคร่งครัด
วันจันทร์นี้ 28 กันยายน ศาลรัฐธรรมนูญนัด9 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญลงมติในคำร้องคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ.2569
พระพุทธศาสนา .. ในอุ้งมือมาร!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธามั่นคงในพระพุทธเจ้า.. ข่าวฉาวโฉ่ในแวดวง นักบวชห่มจีวรพระ ไม่เคยสร่างซาไปจากสังคมไทย ก่อเกิด วิกฤตศรัทธา ซ้ำแล้วซ้ำอีก จนดูเหมือนในแวดวงพระสงฆ์จะไร้ “พระแท้” ปรากฏตัวออกมาเพื่อช่วยกันแก้ไขป้องกันอธิกรณ์ปัญหาเหล่านั้น จนก่อเกิดภาวะวังเวง ไร้ฟากฝั่งขอบเขตของความสิ้นไป ในดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ทางจิตวิญญาณดังเคยมีมา..
ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีรายงาน ได้ยินเสียงระเบิดรุนแรงราวสิบครั้งในกรุงเคียฟ
กรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ถูกสั่นสะเทือนด้วยเสียงระเบิดรุนแรงอีกครั้ง ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นประมาณสิบครั้งในเช้าวันพฤหัสบดี
'ซาบีดา' ถก รมว.วัฒนธรรมรัสเซีย เตรียมฉลอง 130 ปีสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย
“ซาบีดา” หารือ รมว.วัฒนธรรมรัสเซีย ขยายความร่วมมือศิลปวัฒนธรรม เตรียมจัดกิจกรรมฉลอง 130 ปีความสัมพันธ์ทางการทู
ประเด็นหลักในการอภิปรายทั่วไปของสหประชาชาติ
สงครามในอิหร่านและยูเครน รวมถึงความเสี่ยงของปัญญาประดิษฐ์ เป็นหลักในประเด็นมากมายให้ผู้นำประเทศและรัฐบาลของ 193 ประเทศสมาชิกสหประชาชาติได้หารือกันในการประชุมที่นครนิวยอร์ก

