ความยุติธรรม .. ที่สัตว์สังคมเรียกหา!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. นับเรื่องราวตามอายุของแต่ละบุคคลที่สืบเนื่องถึงปัจจุบัน ย่อมยากจะนับสิ้นจำนวน.. ยากที่จะระลึกได้ทุกเรื่อง เพราะมีมากมายที่เกิดปรากฏในแต่ละวัน.. แต่ละเวลา.. แต่ละขณะจิต

พระพุทธศาสนาจึงมีหลักธรรมคำสอนให้รู้ในความเป็นปัจจุบัน.. ให้รู้เท่าทันในสภาวธรรมนั้นๆ ตามความเป็นจริง..​ และเห็นจริงตามที่รู้นั้นว่า.. มีความเป็นธรรมดา เป็นอย่างนี้.. การสรุปรู้เห็นลงที่มีความเป็นธรรมดาอย่างนี้คือ การรวมรู้ลงที่ธรรม.. เพื่อยุติโดยธรรม...

การรู้ธรรมตรงความเป็นจริง.. จะนำไปสู่ความยุติ.. ไม่ต้องคิดนึกปรุงแต่งอีกต่อไป

ความยุติ..ในทุกเรื่อง จึงต้องสรุปไม่คลาดเคลื่อนไปจากธรรม

ความยุติโดยธรรม.. ไม่ต้องไปแสวงหาที่ไหน.. แท้จริงอยู่ในจิตใจของเรา เมื่อเกิดความรู้เข้าใจแจ่มแจ้ง ที่เรียกว่า มีปัญญาชอบเกิดขึ้น..

ความยุติธรรม จึงเป็นสภาวธรรมที่เกิดปรากฏในชั้นจิตใจที่มีปัญญา..เท่านั้น

หากไร้ปัญญา .. ก็ยากจะพบเจอความยุติธรรม

ความยุติธรรม .. จะเกิดปรากฏเฉพาะเป็นวิสัยของบัณฑิตเท่านั้น.. จะไม่เป็นไปในวิสัยของพาลชน คนอัปรีย์ ถ่อยเถื่อน.. ไร้สติปัญญา.. ขาดศีลธรรม...

ความยุติธรรม.. ในสังคมที่ขาดศีลธรรม..ค้ำชู จึงเป็นเพียงแค่คำพูดลอยลมออกมาจากจิตลมเท่านั้นเอง.. จึงยากจะหาความยุติธรรมให้กับหมู่ชนในสังคมแบบนี้ และไม่แปลกที่จะเกิดภาวะอลวน.. ไร้ความรักสามัคคี.. มีแต่ความขัดแย้ง แตกแยก.. พยาบาท ทำร้ายทำลายกันในทุกวิถีทาง...

สภาพธรรมของสังคม จึงมีแต่ความทุกข์.. ความขัดแย้ง ก่อวิกฤตการณ์ต่างๆ นานา จนนำไปสู่ความวิปริตของสัตว์ในสังคม.. ที่ชอบเผชิญหน้ากันด้วยความรุนแรง แก่งแย่ง ด่าว่ากัน พยาบาท.. และเบียดเบียนทำลายกัน...

สังคมไทย.. เป็นสังคมในวิถีพุทธ.. สภาพดั้งเดิมของสังคม.. จะยกย่องเชิดชูความยุติธรรม.. ความกตัญญูกตเวที.. ความมีหิริโอตตัปปะ.. นั่นหมายถึง สภาพสังคมไทยในวิถีพุทธที่เข้มแข็ง มั่นคงในหลักพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนา

แต่เมื่อสังคมไทยปรับเปลี่ยนเข้าสู่ วิถีวัตถุนิยม ในโลกปัจจุบัน.. จึงนำไปสู่การปฏิบัติที่ตรงข้ามกับสังคมวิถีพุทธเดิมอย่างสิ้นเชิง.. จึงไม่แปลกที่ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ ๘๐ จาก ๑๔๐ ประเทศ ที่เสริมสร้างความยุติธรรมอย่างมีประสิทธิภาพ (ตามรายงานดัชนีหลักนิติธรรม ๒๐๒๒ Rule of Law Index 2022)

สอดคล้องกับสภาพสังคมไทยในปัจจุบัน ที่เปล่งเสียงเรียกร้องหาความยุติธรรม.. ไม่ว่าในกรณีใดๆ.. ซึ่งแสดงออกถึงความเปราะบางทางความรู้สึกจิตวิญญาณเป็นอย่างยิ่ง

อะไรเป็นสาเหตุให้สังคมวิถีพุทธ.. ที่เคยยกย่องบูชาคุณธรรมความดี.. ความยุติธรรม สิ้นไป.. จึงเป็นประเด็นที่เด็กๆ เยาวชน.. ประชาชนชาวไทย ควรร่วมกันศึกษา เพื่อเข้าใจให้ตรงกันในนิทาน เค้ามูล สมุทัยของเรื่องดังกล่าวนั้น.. เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน

ประเด็นปัญหาในยามนี้จึงเกิดขึ้นจากสาเหตุสำคัญคือ ความเข้าใจในปัญหาดังกล่าวที่ไม่ตรงกันในข้อเท็จจริง...

โดยเฉพาะความเข้าใจที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ในสาเหตุของปัญหาการเสื่อมสูญความยุติธรรมในสังคมไทยที่ปรากฏให้เห็น.. จนเกิดการขยายตัวปัญหาให้แผ่กว้างออกไปในทุกมิติของสังคม.. จนยากต่อการกำจัดปัญหาให้สิ้นไป..

จึงต้องจับตัวปัญหามาศึกษาให้ได้ว่า.. แท้จริง อะไรคือตัวปัญหาหลัก.. อะไรคือปัญหารอง.. เพื่อการปรับมโนทัศน์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวให้ตรงกัน.. ก่อนจะศึกษาพิจารณาให้เข้าใจ-เข้าถึง.. ในตัวปัญหาดังกล่าวอย่างถูกต้องตรงธรรม...

เพราะภาวะปัจจุบันในสังคมเกิดปัญหาซับซ้อนในปัญหา.. ซึ่งเกิดจากความแตกต่างทางความคิด ในความเข้าใจที่จะนำไปสู่.. การพิจารณาปัญหานั้นๆ.. ความแตกต่างที่ก่อเกิดหลากหลายมิติจนยากจะเข้าใจ จึงนำไปสู่ความแตกแยก..ในหมู่ชนของสังคม ที่ต่างยึดมั่นถือมั่นในประสบการณ์ ความรู้ ความเข้าใจ ของตนเอง จนไม่ยอมรับฟังความเห็นต่างจากภายนอก

จึงขาดการศึกษาปัญหาร่วมกัน.. แม้ในสังคม ประเทศชาติเดียวกัน...

เมื่อสภาพความแตกต่าง.. นำไปสู่ความขัดแย้งแตกแยก สภาพสังคมจึงขาดความสงบสุข.. ไม่นิ่งสงบพอที่จะศึกษาปัญหาร่วมกัน เพื่อเข้าใจในปัญหานั้นๆ อย่างมีความเป็นเอกภาพ..

ความเคารพในสัจธรรม.. จึงไม่เกิดขึ้นในสังคมแบบนี้ จึงไม่แปลกที่ สังคมจะขาดความยุติธรรม...

ด้วยความยุติธรรม.. เกิดจากความรู้ ความเข้าใจ ที่ถูกต้องในสัจธรรม.. มีความเป็นเอกภาพแห่งธรรม.. ที่นำไปสู่การสร้างความสัมพันธ์ทางจริยธรรม ที่ต้องอ้างอิงศีลธรรมและกฎหมาย.. ตลอดจนระเบียบวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม.. ที่รับรองด้วยหลักธรรมคำสั่งสอนในศาสนา.. ที่มุ่งสร้างสรรค์สังคมให้มีความเสมอภาคอย่างเป็นธรรม ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะ เพศ ชาติ ตระกูล ใด...

สิ่งสำคัญของการสร้างสังคมให้มีคุณค่า.. ก่อเกิดความยุติธรรมในสังคมได้จริงนั้น จึงต้องนำสังคมคืนกลับสู่การยอมรับในคุณธรรมความดี...

จึงไม่แปลก ที่จะแปล สภา ว่าเป็นที่รวมของคนดีมีคุณธรรม.. ไม่ใช่คนพาล.. ถ่อยเถื่อน..

จึงไม่แปลก ที่สภาของสัตบุรุษผู้เคารพในคุณธรรมความดี จะสามารถจรรโลงความยุติธรรม.. ความเสมอภาคอย่างเท่าเทียมกัน ให้เกิดปรากฏในสังคมอารยธรรมได้...

ไม่แปลกเลย.. เพราะ คนดี ต้องคิดดี พูดดี ทำดี

ในทางตรงข้าม คนชั่ว ก็ต้อง คิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่ว..

ความแตกต่างของบัณฑิตและคนพาลจึงอยู่ตรงนี้ จึงสำคัญยิ่งต่อการเริ่มต้นพัฒนาชีวิต ที่จะต้องรู้จักและเข้าใจในคุณและโทษของบัณฑิตและคนพาล.. ดังปรากฏในมงคลสูตรข้อที่ ๑ .. ในมงคลสูตร ๓๘ ประการ เพื่อตอกย้ำความชัดเจนว่า.. สิ่งสำคัญที่สุดของชีวิต คือ การรู้จักคบหาบุคคลที่ควร.. และไม่ควร ซึ่งจะต้องเข้าใจความหมายของ ๒ คำดังกล่าว คือ บัณฑิต กับ คนพาล..

ผู้มีความรู้ ความเข้าใจ ในมงคลสูตรข้อที่ ๑ ซึ่งกล่าวถึง “การห้ามคบคนพาลและให้คบบัณฑิต” .. เรียกว่า มีความรู้ชอบ ซึ่งเป็น ความชอบธรรม ที่สำคัญยิ่งต่อการดำเนินชีวิตไปตามครรลองแห่งธรรม.. เพื่อเข้าถึงความยุติธรรมในทุกเรื่องด้วยความรู้ชอบ.. ที่ทำให้เกิด ความชอบธรรม ในชีวิตของตนได้จริง.. โดยไม่ต้องไปพึ่งอำนาจใดๆ ภายนอกเลย...

ดังนั้น ความยุติธรรม.. จะเกิดขึ้นกับผู้ประกอบชีวิตอยู่ด้วยธรรมเสมอ บุคคลดังกล่าวจะมีลักษณะที่เคารพธรรม ประพฤติธรรม ปฏิบัติธรรม จึงอาศัย ธรรมวิธี ในการแก้ปัญหา.. เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้งไปได้

โดยจะไม่ก้าวพลาดไปจากธรรม.. จนเป็นวิสัยที่ปกติ ไม่ว่าสภาพปัญหา.. ความขัดแย้ง จะเปลี่ยนแปลง ซับซ้อน แค่ไหนก็ตาม..

คำว่า “ยากจะทำ” ... จะไม่กล่าวออกมา.. “แม้ทำได้ยาก”... นั้น เป็นอุดมคติที่สำคัญของบุคคลที่เคารพธรรม

ความอดทน ความอดกลั้น.. ความสงบเสงี่ยม.. เป็นลักษณะที่แสดงออกต่อทุกสถานการณ์ที่เข้ามาสู่กระแสชีวิต..ในสังคม

ความไม่เอนเอียง ความหนักแน่น บนหลักแห่งความถูกต้อง ชอบธรรม.. จะถูกจรรโลงไว้ในวิถีชีวิตมิให้สูญเสียดุลยภาพ.. จนก่อเกิด อคติธรรม.. ที่จะชักนำให้เกิดการคิดนึกตัดสินใจไปตามกระแส อยุติธรรม

ความเที่ยงธรรม.. ความยุติธรรม.. จึงต้องเกิดขึ้นกับบุคคล.. สังคม ที่มั่นคงในธรรม.. เคารพธรรมเท่านั้นจริงๆ...

จะไม่เกิดขึ้นจากจิตใจของบุคคล .. สังคม ที่คลาดเคลื่อนจากธรรม...

 

เจริญพร

[email protected]

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ความฉ้อฉลทางจิตวิญญาณ .. ภัยร้ายของมนุษยชาติ!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ผลพวงจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ สะท้อนเหตุปัจจัยภาคสังคมหลายประการ ที่ทุกฝ่ายต้องศึกษาพิจารณาเพื่อความเข้าใจในสภาพธรรมทางสังคม ที่สะท้อนภาวะผลกรรมในองค์รวมของ กระแสจิตวิญญาณมหาชน..

บทสะท้อน... กระแสจิตหมู่... ภาคสังคม .. สู่การเลือกตั้ง!! .. ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ..

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. กำลังจะเข้าสู่ วันแห่งสันติภาพ.. ที่ผ่านกระบวนการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย โดยอ้างอิงเสียงประชาชนเป็นใหญ่ หมายถึง อำนาจในการปกครองที่มาจากปวงชน.. อันเป็นที่มาของคำถามว่า อะไรคืออำนาจ, อะไรคือหน้าที่.. และ หน้าที่กับอำนาจ จะใช้สัมพันธ์กันอย่างไรให้เกิดประโยชน์ เป็นไปเพื่อ สันติภาพของมนุษยชาติแท้จริง... ดังที่จะได้มีการใช้อำนาจ (อธิปไตย) ผ่านหน้าที่ตามสิทธิในการเลือกตั้งตามระบอบ ให้อำนาจและหน้าที่แก่ประชาชนใช้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่จะเกิดมีขึ้นในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ นี้ ในประเทศของเรา..

ธรรมชาติโดยธรรม ของผู้นำ ผู้แทน ผู้ปกครอง!

เจริญพร สาธุชน ผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เรื่องการเลือกผู้นำตามระบอบประชาธิปไตย ที่ประเทศในโลกตะวันตกพากันเห่อ.. คลั่งไคล้.. จนแพร่ระบาดมาสู่เอเชีย แผ่ไปทั่วบ้านเล็กเมืองน้อย ที่อนุวัตไปตามกระแส โลกาธิปไตย จริงๆ แล้ว มิใช่เป็นเรื่องใหม่ นับตั้งแต่เกิดการอุบัติขึ้นของสังคมมนุษยชาติ

เสียงสะท้อน-ข้อเสนอนโยบาย จากภาคประชาชนถึงพรรคการเมือง

ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งที่พรรคการเมืองต่างๆ ออกมาแสดงวิสัยทัศน์และนำเสนอนโยบายต่างๆ ต่อประชาชน เพื่อหวังผลคะแนนเสียงเลือกตั้ง รวมถึงการส่งตัวแทนพรรคไปร่วมเวทีดีเบต-นำเสนอนโยบายตามเวทีต่างๆ ที่จัดขึ้นหลายแห่ง

อย่าเลือกคน Gen Im เป็นผู้แทนอย่างเด็ดขาด!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เมื่อพิจารณาลงไปในกระแสสังคมปัจจุบันที่อยู่ภายใต้อำนาจโลกธรรมอันมี เทคโนโลยีไอที เป็นใหญ่ ที่ชาวโลกมีความภาคภูมิใจให้เพลิดเพลินในการเข้าไปเชยชมยึดติด.. จึงกลายเป็น วัตถุกาม ของมารที่มีไว้ล่อหลอกให้สัตว์ทั้งหลายเข้าไปรักใคร่ ใหลหลง ผูกมัดรัดยึด ก่อเกิดความเศร้าหมองเร่าร้อน ด้วย อิทธิฤทธิ์ของมารา ที่ใช้มายา.. เป็นเครื่องมือ..

เจาะสนามเลือกตั้งขอนแก่น กระแส-กระสุนวัดกันเดือด!

กลายเป็นอีกสนามเลือกตั้งที่คอการเมืองต่างเฝ้าจับตามองและหมายมั่นปั้นมือที่จะคว้าเก้าอี้สำคัญของ จ.ขอนแก่น มาให้ได้ ดูได้จากการโหมโรงหรือการลงพื้นที่หาเสียงจากทุกพรรคการเมืองที่ล้วนต่างขนขุนพลชั้นนำระดับประเทศมาพบปะ มาปราศรัย มาลงพื้นที่เพื่อช่วยผู้สมัคร สส.เขตของตนเอง แม้กระทั่งบางพรรคจะไม่มีตัวผู้สมัครเขต แต่ก็มาขอคะแนนเสียงเพื่อลงคะแนนให้กับ สส.บัญชีรายชื่อกันแทบทุกวันกันเลยทีเดียว