
เมื่อเร็วๆ นี้ ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดงานเผยแพร่ผลการศึกษาผลกระทบของคาสิโนถูกกฎหมายต่อการฆาตกรรมและการข่มขืนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดย “รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์” ผู้ทำการศึกษากล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีว่า รัฐบาลมีความพยายามผลักดันกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร ซึ่งมีคาสิโนถูกกฎหมายรวมอยู่ด้วย แม้ภาครัฐจะมีการศึกษาผลกระทบบางประการ แต่มิได้ครอบคลุมอาชญากรรมร้ายแรง เช่น การฆาตกรรมและการข่มขืน แต่อย่างใด
ในเชิงทฤษฎี การอนุญาตให้มีบ่อนคาสิโนจะนำมาซึ่งการฆาตกรรมที่มากขึ้น เนื่องจาก การให้บริการคาสิโนทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่เพื่อเสี่ยงโชค การมารวมตัวของคนจำนวนมากที่มีเงิน รวมถึงความหวังในการได้เงินอย่างรวดเร็วจากกิจกรรมในคาสิโน เป็นช่องทางที่จูงใจให้คนเป็นอาชญากรมากขึ้น โดยแม้แต่ในประเทศพัฒนาแล้ว ก็มีการฆาตกรรมจากการมีบ่อนคาสิโนถูกกฎหมายมาตลอด หรือแม้แต่ในมาเก๊า สิงหาคมปีนี้ เกิดการฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งพึ่งได้เงินรางวัลจากการพนันในคาสิโนจำนวน 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ
เช่นเดียวกัน แหล่งการพนันขนาดใหญ่ในประเทศดังเช่นคาสิโน ก็มักนำมาซึ่งการล่วงละเมิดทางเพศ โดยเฉพาะเยาวชน อาทิ การรายงานของกรมตำรวจในกรีนแลนด์ระบุว่า การที่ผู้ปกครองบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และข้องแวะกับการพนัน เพิ่มความเสี่ยงในการที่เด็กจะโดนล่วงละเมิดทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นการที่พ่อแม่หมกมุ่นเล่นพนันในคาสิโนแล้วให้ลูกอยู่บ้านตามลำพัง หรือแม้แต่ในกรณีเหตุการณ์น่าสลดซึ่งเกิดขึ้นที่คาสิโนรีสอร์ทในลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ซึ่งพ่อได้เล่นพนันในคาสิโน แล้วปล่อยลูกวิ่งเล่นตั้งแต่ห้าทุ่มจนถึงตีสาม จนในที่สุดลูกสาววัย 7 ปี ถูกข่มขืนแล้วฆ่าอย่างเหี้ยมโหด
“รศ.ดร.ชิดตะวัน”ให้ข้อมูลว่า โครงการวิจัยนี้จึงทำการศึกษาภาพรวมและผลกระทบของคาสิโนถูกกฎหมายต่อการฆาตกรรมและการข่มขืนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระหว่างปี 2010-2020 ผลการศึกษา ในภาพรวม พบว่า ธุรกิจคาสิโนถูกกฎหมายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มักมีความเกี่ยวพันกับผู้มีอำนาจทางการเมืองในประเทศ การมีคาสิโนจึงนำมาซึ่งกิจกรรมผิดกฎหมายอื่นๆ เช่น การค้ามนุษย์ ยาเสพติด ค้าสัตว์ป่า โดยไม่มีการตรวจสอบใดๆ ทำให้พื้นที่เหล่านี้เป็นแหล่งกบดานของอาชญากร ส่งผลให้การฆาตกรรมและการข่มขืนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยการฆาตกรรมที่เกี่ยวข้องกับคาสิโนถูกกฎหมายแบ่งเป็น 4 กลุ่มเหตุการณ์ ได้แก่ การปล้นฆ่าชิงทรัพย์ เช่น สิงคโปร์ แม้เป็นประเทศที่มีอัตราการฆาตกรรมต่ำเป็นลำดับต้นๆ ของโลก และมีการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพที่สุดในโลกก็ตาม ก็ยังเกิดการฆาตกรรมจากการพนันในปี 2018 โดยฆาตกรได้ฆ่าอดีตภรรยาหลังจากโต้เถียงกันเรื่องเงิน แหล่งข่าวระบุว่า ฆาตกรมีประวัติขอเงินจากเหยื่อเพื่อเล่นพนันตลอดมา โดยก่อนที่สิงคโปร์จะมีคาสิโนถูกกฎหมาย ฆาตกรเป็นนักพนันที่ Genting Casino ประเทศมาเลเซียอย่างต่อเนื่อง และนับจากปี 2010 ก็เป็นลูกค้าประจำของ Marina Bay Sands และ Resorts World Sentosa ในสิงคโปร์
กลุ่มที่ 2 การฆ่าเนื่องจากหนี้พนัน
กลุ่มที่ 3 การฆ่าพนักงานที่ทำงานในคาสิโน โดยผู้จัดการคาสิโนมักกล่าวอ้างว่า เป็นการฆ่าตัวตาย แต่น่าสังเกตถึงอิทธิพลของธุรกิจคาสิโนถูกกฎหมาย ซึ่งแม้ตำรวจก็ให้สัมภาษณ์ว่าไม่ได้รับการอนุญาตให้เข้าตรวจสอบเหตุการณ์ในคาสิโนแต่อย่างใด
กลุ่มสุดท้าย เป็นการข่มขืนแล้วฆ่าพนักงาน เนื่องจากการมีคาสิโนถูกกฎหมาย ทำให้พนักงานหญิงต้องกลับบ้านในยามวิกาลเพิ่มขึ้น ประกอบกับในพื้นที่มีอาชญากรและคนติดยาเสพติดจำนวนมาก
“รศ.ดร.ชิดตะวัน”กล่าวอีกว่าสำหรับค่าเฉลี่ยอัตราการฆาตกรรมและอัตราการข่มขืนของกลุ่มประเทศที่อนุญาตให้มีคาสิโนระหว่างปี 2010-2020 พบว่า สูงกว่าประเทศที่ไม่อนุญาตให้มีคาสิโน โดยเฉพาะกรณีอัตราการข่มขืน ในกรณีไม่มีคาสิโนถูกกฎหมายอยู่ที่ 1.80 รายต่อ 1 แสนประชากร ในขณะที่กรณีที่มีคาสิโนถูกกฎหมายอยู่ที่ 4.08 รายต่อ 1 แสนประชากร สำหรับผลโดยใช้แบบจำลองทางสถิติพบว่า การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชากรอายุ 15 ปี ขึ้นไป ทำให้อัตราการฆาตกรรมและอัตราการข่มขืนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่การอนุญาตให้มีบ่อนคาสิโนทำให้อัตราการข่มขืนเพิ่มขึ้นประมาณ 3 รายต่อ 1 แสนประชากร
นอกจากนี้ ยังพบว่า การอนุญาตให้มีบ่อนถูกกฎหมาย มิได้ทำให้บ่อนผิดกฎหมาย หรือการพนันออนไลน์ หมดไป ในทางกลับกัน กลับก่อให้เกิดการแพร่หลายของการพนันผิดกฎหมายมากยิ่งขึ้น ยกเว้น ในกรณีประเทศสิงคโปร์ ซึ่งรัฐบาลมีความเอาจริงเอาจังในการปราบปรามสิ่งผิดกฎหมาย
“รศ.ดร.ชิดตะวัน” ย้ำว่าทั้งหมดนี้ แสดงนัยยะเชิงนโยบายว่า “หากรัฐบาลยังไม่สามารถปราบปรามสิ่งผิดกฎหมาย รวมถึงลดการทุจริตคอร์รัปชันให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ได้ ก็ไม่สมควรผลักดันให้คาสิโนเป็นกิจกรรมถูกกฎหมาย เพราะจะเป็นการซ้ำเติมปัญหาต่าง ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันให้เลวร้ายยิ่งขึ้น”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ดร.เอนก' แพร่บทความ 'บ้านเมืองเราในรอบ 94 ปี : ยิ่งเปลี่ยนก็ยิ่งเหมือนเดิม'
ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยแพร่บทความเรื่อง "บ้านเมืองเราในรอบ 94 ปี : ยิ่งเปลี่ยนก็ยิ่งเหมือนเดิม" มีเนื้อหาดังนี้
พระอุโบสถเวฬุวันมหาวิหาร อินเดีย อธิการกุศลในสมเด็จเจ้าฟ้าฯ
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๙ ตรงกับการจัดพิธีบำเพ็ญกุศล ปัณรสมวาร (๑๕ วัน) แห่งการสิ้นพระชนม์ เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ส่วนราชการทุกจังหวัดทั่วประเทศพร้อมเพรียงกันจัดพิธีบำเพ็ญกุศลดังกล่าว.. ดังที่อาตมาได้รับนิมนต์จาก นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เพื่อเป็นองค์แสดงพระธรรมเทศนาในวาระดังกล่าว...
“สมเด็จเจ้าฟ้าแห่งประเทศพระพุทธศาสนา” ที่ชาวพุทธน้อมสำนึกฯ
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ต้องยอมรับความจริง อย่างเข้าใจจริง.. ในความเป็นจริง.. ที่มีอยู่จริง ในปัจจุบันขณะนั้น... จึงจะถูกต้องตรงตามหลักธรรมที่ว่า..
ความบังเอิญ .. ที่ไม่บังเอิญ “ณ ภูทอก .. หลวงปู่จวนฯ”
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา เช้าวันพระในวันจันทร์ที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๙ เป็น “วันอัฏฐมีบูชา”.. ได้เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจโครงการร้อยใจไทย สืบสานราชธรรมฯ ถวายเป็นพระราชกุศล แด่ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”.
'ดร.เอนก' แพร่บทความ 'ใครเป็นพวกหัวรุนแรงถอนรากถอนโคน : เมืองไทยในรอบกว่าสิบปี'
ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยแพร่บทความ
ภาวะผกผันระหว่างบ้านเมือง-ศาสนา ในกระแสสติอ่อนล้า .. ของสังคม!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ติดตามข่าวสารรอบด้านที่เชื่อมสัมพันธ์กันทั้งทาง บ้านเมืองและฝ่ายศาสนา.. ได้เห็นปรากฏอาการ “โลกล้ำ-ธรรมล้น” อันเป็นไปตามสมัยวัตถุนิยม ที่แสดงถึง ภาวะอ่อนล้าของสติ สัมปชัญญะ โดยมวลรวมของภาคสังคม.. อันน่าศึกษายิ่ง

