ระยองมีบทเรียน....ที่ติดตรึงเป็นความทรงจำอันเลวร้าย จากช่วงเวลาการเปลี่ยนประเทศสู่การเป็นอุตสาหกรรมเมื่อต้นทศวรรษ พ.ศ.2530 เป็นช่วงเวลาที่เทคโนโลยียังไม่ก้าวหน้าและอุตสาหกรรมไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนัก กระบวนการเปลี่ยนเป็นอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นกับผู้คนในระยองและภาคตะวันออกบางส่วน จึงเผชิญปัญหามลพิษ ปัญหาสุขภาพ และความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมรุนแรง!
ขณะที่โครงสร้างเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปได้เบียดขับผู้คนท้องถิ่น ที่เคยมีส่วนร่วมในใจกลางเศรษฐกิจท้องถิ่น ให้กลายเป็น “คนชายขอบ” ไร้ความหมายไป! การเกิดขึ้นของอุตสาหกรรมยุคนั้นทำลายฐานสังคมเศรษฐกิจ พื้นที่ของชีวิต เปลี่ยนทะเลและธรรมชาติที่บริสุทธิ์ร่มรื่น-อุดมสมบูรณ์กลายเป็นพื้นที่แปดเปื้อนมลพิษ คุณภาพชีวิตตกต่ำย่ำแย่! เมืองเกษตรกรรมชายทะเลระยอง กลายเป็นตำนานการทำลายสิ่งแวดล้อม-คุณภาพชีวิต ผุดเรื่องราวการต่อต้าน-ต่อสู้กับการเข้ามาของเศรษฐกิจสังคมใหม่หลากรูปแบบ มีผลรวมที่บันทึกเป็นความสูญเสียมากมายในการเปลี่ยนผ่านครั้งกระนั้น!
ต่อมาการปรับตัวเปลี่ยนแปลงเป็นอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นกว่า 4 ทศวรรษที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้คนและชุมชนค่อยๆ ปรับตัวอยู่ร่วมกันระหว่างท้องถิ่นพื้นบ้านเกษตรกรรม ในความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมมาตลอด ผ่านกาลเวลามาถึงวันนี้บาดแผลของระยองค่อยๆ ลบเลือน ผู้คนปรับตัวรับความเคยชินก้าวไปกับความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม เมื่อเผชิญปัญหาขึ้น ก็มีพัฒนาการในการจัดการปัญหาแก้ไขปัญหาและเยียวยาดูแลไปตามแต่กรณีที่เกิดขึ้น แต่คงต้องไม่ลืมว่าความทรงจำเก่าๆ ช่วงทศวรรษ พ.ศ.2530 ถึง 2550 ที่ผ่านมา ยังฝังความทุกข์เจ็บปวดไม่น้อยทีเดียว แม้กาลเวลาผ่านเลยไปนานแล้วก็ตาม!
โชคดีที่เมื่อต้นทศวรรษ พ.ศ.2560 จังหวัดระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา ได้รับการประกาศต่อยอดการพัฒนาอุตสาหกรรมแบบเดิมเข้าสู่โลกอุตสาหกรรม-การลงทุนยุคใหม่ในโครงการอีอีซี หรือเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เป็นโครงการที่มุ่งยกระดับความก้าวหน้าใหม่ให้ประเทศมีศักยภาพที่เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ ด้วยการส่งเสริมการลงทุนในการพัฒนาอุตสาหกรรมยุค 4.0 ที่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความก้าวหน้าจากนวัตกรรม เทคโนโลยี และการสื่อสารยุคใหม่ มีการลงทุน-การประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการใช้ทรัพยากรแบบทำลายล้าง พูดง่ายๆ ว่าเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมสะอาดมีประสิทธิภาพสูง มีศักยภาพในการแข่งขันที่ไม่ก่อมลภาวะ และไม่บริโภคทรัพยากรในการผลิตและบริการอย่างบ้าคลั่งเฉกเช่นโลกของอุตสาหกรรมเก่า รวมทั้งความก้าวหน้าของการสื่อสารที่เข้าสู่สังคมดิจิทัลที่เกิดขึ้น นอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่าย-ลดการบริโภคทรัพยากรแล้ว ยังช่วยปรับสร้างความเสมอภาคเท่าเทียมและพัฒนาคุณภาพชีวิตในสังคมด้วย เรียกว่าความก้าวหน้าใหม่เกือบทุกมิติที่เกิดขึ้นจากเศรษฐกิจการลงทุนในโครงการนี้ สร้างผลรวมการพัฒนาที่มีคุณค่าต่อผู้คนทุกชีวิตในสังคม สร้างความก้าวหน้าให้ประโยชน์แบบถ้วนทั่วกับสังคมเศรษฐกิจจากท้องถิ่นจนไปถึงระดับโลกในตัวมันเอง หากมีการปรับสร้างฐานการผลิตและบริการสู่อุตสาหกรรม 4.0 ตามเป้าหมายที่วางไว้!
อย่างไรก็ดี การทำงานยุคใหม่ต้องสื่อสารกับผู้คน-ชาวบ้านในทุกท้องถิ่น ให้รับรู้มีความเข้าใจ พร้อมที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงก้าวหน้าไปด้วยกัน การดำเนินโครงการต่างๆ ต้องเข้าใจถึงมิติของถิ่นฐานการก่อตัว-แตกตัว-และเติบโตสู่ความเจริญที่ขยายกว้างออก ต้องชัดเจนในปฏิสัมพันธ์ความร่วมมือกับท้องถิ่น ต้องเชื่อมประสานสร้างความเข้าใจที่ไม่ก่อความรู้สึกแบบ “เฝ้าระวังคนภายนอก” จากคนในชุมชน
ความเชื่อถือไว้วางใจ (TRUST) ของผู้ลงทุน-ประกอบการกับคนในท้องถิ่นนั้นสำคัญมาก ถ้าเปิดประตูความเข้าใจ-ความเชื่อถือไว้วางใจได้ ความร่วมมือ-ร่วมใจก็จะเกิด นี่คือหลักสำคัญของการเข้าถึงและการทำงานกับชุมชน ที่เป็นกระบวนการทำงานที่สร้างเสริมความเสมอภาคเท่าเทียม นำสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนด้วย! โครงการดีๆ หลายโครงการต้องล้มไป-เกิดขึ้นไม่ได้ เพราะขาดการสร้างความเข้าใจกับผู้คนในชุมชน มีความเคลื่อนไหวที่ปกปิด-ไม่เปิดกว้าง ปล่อยให้ผู้คน-สังคมท้องถิ่นจินตนาการกันไปต่างๆ นานา จากบาดแผลที่เคยประสบมา จนก่อรูปเป็นกระแสต่อต้านและล้มพับไปในที่สุด นี่คือความเสียหายมหาศาลจากความมักง่าย มองไม่เห็นหัวคนท้องถิ่นของพวกมักง่ายหูเบา-คับแคบ-ตาดูดาว เท้าไม่ติดดิน!!!
วันนี้ทะเลระยองก็ต้องเผชิญวิกฤตเข้าอีก จากบริษัท สตาร์ ปิโตเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (SPRC) กรณีที่ทำให้น้ำมันดิบราวสี่แสนลิตรรั่วลงสู่ทะเลและชายฝั่งทะเลระยอง! จนต้องใช้ผู้คนและหน่วยงานจากภาครัฐ เอกชน กองทัพ และอาสาสมัคระดมกู้วิกฤตครั้งนี้มานานกว่าสัปดาห์แล้ว ล่าสุดองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง-ผู้ประกอบการทุกภาคส่วนของจังหวัด ร่วมทวงถามความรับผิดชอบและมาตรการเยียวยาจากบริษัท สตาร์ ปิโตเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (SPRC) พร้อมกับกระตุ้นให้เร่งแก้ปัญหาที่ส่งผลกระทบทั้งทางตรง-ทางอ้อม รวมทั้งเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมด และเร่งสร้างความเชื่อมั่นคืนให้ท้องถิ่นโดยเร็วที่สุด นี่ก็เป็นความบอบช้ำอีกกรณีหนึ่ง ที่เกิดจากโลกของการประกอบการยุคเก่า ที่คงต้องเร่งปรับเปลี่ยนระบบใหม่ให้ก้าวหน้าทันโลก ไม่เป็นผู้ก่อมลพิษส่งผลเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมในกระแสความก้าวหน้าของยุคสมัย!.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ดร.เอนก' แพร่บทความ 'บ้านเมืองเราในรอบ 94 ปี : ยิ่งเปลี่ยนก็ยิ่งเหมือนเดิม'
ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยแพร่บทความเรื่อง "บ้านเมืองเราในรอบ 94 ปี : ยิ่งเปลี่ยนก็ยิ่งเหมือนเดิม" มีเนื้อหาดังนี้
พระอุโบสถเวฬุวันมหาวิหาร อินเดีย อธิการกุศลในสมเด็จเจ้าฟ้าฯ
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๙ ตรงกับการจัดพิธีบำเพ็ญกุศล ปัณรสมวาร (๑๕ วัน) แห่งการสิ้นพระชนม์ เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ส่วนราชการทุกจังหวัดทั่วประเทศพร้อมเพรียงกันจัดพิธีบำเพ็ญกุศลดังกล่าว.. ดังที่อาตมาได้รับนิมนต์จาก นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เพื่อเป็นองค์แสดงพระธรรมเทศนาในวาระดังกล่าว...
“สมเด็จเจ้าฟ้าแห่งประเทศพระพุทธศาสนา” ที่ชาวพุทธน้อมสำนึกฯ
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ต้องยอมรับความจริง อย่างเข้าใจจริง.. ในความเป็นจริง.. ที่มีอยู่จริง ในปัจจุบันขณะนั้น... จึงจะถูกต้องตรงตามหลักธรรมที่ว่า..
ความบังเอิญ .. ที่ไม่บังเอิญ “ณ ภูทอก .. หลวงปู่จวนฯ”
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา เช้าวันพระในวันจันทร์ที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๙ เป็น “วันอัฏฐมีบูชา”.. ได้เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจโครงการร้อยใจไทย สืบสานราชธรรมฯ ถวายเป็นพระราชกุศล แด่ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”.
'ดร.เอนก' แพร่บทความ 'ใครเป็นพวกหัวรุนแรงถอนรากถอนโคน : เมืองไทยในรอบกว่าสิบปี'
ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยแพร่บทความ
ภาวะผกผันระหว่างบ้านเมือง-ศาสนา ในกระแสสติอ่อนล้า .. ของสังคม!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ติดตามข่าวสารรอบด้านที่เชื่อมสัมพันธ์กันทั้งทาง บ้านเมืองและฝ่ายศาสนา.. ได้เห็นปรากฏอาการ “โลกล้ำ-ธรรมล้น” อันเป็นไปตามสมัยวัตถุนิยม ที่แสดงถึง ภาวะอ่อนล้าของสติ สัมปชัญญะ โดยมวลรวมของภาคสังคม.. อันน่าศึกษายิ่ง

