เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา... ในกระแสสังคมที่วุ่นวายไปด้วยนานาปัญหา โดยไม่มีทีท่าว่าจะสะเด็ดน้ำในแต่ละเรื่องราวนั้น.. นับเป็น วิกฤตการณ์เชิงซ้อน ที่ควรเฝ้าระวังด้วยความไม่ประมาท โดยคำนึงเสมอว่า ความประมาท เป็นหนทางแห่งความหายนะ.....
การมีสติ รู้เท่าทัน ทั่วถึง ตามความเป็นจริง เพื่อนำความรู้ไปสู่การกระทำที่ถูกต้อง อย่างเข้าใจในเหตุ จึงเป็นปัจจัยที่ควรกระทำเพื่อหวังผลได้จริง โดยเมื่อทำเหตุปัจจัยเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว ก็ปล่อยให้เป็นไปตามเหตุปัจจัยภายใต้กฎธรรมชาตินั้น อย่างไม่ต้องไปกังวลใดๆ ด้วยจิตใจที่เป็นกลาง....
ถ้าทำได้เช่นนั้น.. กระแสความวุ่นวายในชีวิตก็จะลดลง สงบลง.. ด้วยความเคารพในกฎธรรมชาติ ที่จะสามารถบริหารจิตใจให้เข้มแข็ง มั่นคง ไม่หวั่นไหวไปตามอารมณ์นั้นๆ ซึ่งนับเป็นเรื่องสำคัญยิ่งในวิถีชีวิตสังคมปัจจุบัน
การควบคุมอารมณ์ จึงเป็นหน้าที่หลักของผู้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ประกอบด้วยสติปัญญา ที่จักสามารถพัฒนาจิตใจให้มีความมั่นคง เพื่อการเสริมสร้างพลังใจให้เข้มแข็ง มีฉันทะในการกระทำที่ถูกต้องอย่างมีความใส่ใจและใคร่ครวญพิจารณา จนสามารถจัดการความเครียด.. ความกดดันจากเรื่องราวรอบด้านที่กลุ้มรุมชีวิตได้ ด้วยการคิดเป็นวิธี.. คิดถูกวิธี.. คิดเป็นธรรม.. ตรงธรรม.. ก่อเกิดพลังบวกในทุกความคิด
การฝึกสร้างพลังคิดบวก.. จึงเป็นหัวใจของการก้าวย่างออกจากวงล้อมของปัญหา เพื่อผ่านพ้นไปสู่ความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นได้ ด้วยจิตใจที่มีความพึงใจ.. ความชอบใจ และความสบายใจ.. อย่างมิต้องเสแสร้งแกล้งคิดบวกใดๆ...
การไม่คิดไปในทางความล้มเหลว.. การไม่คิดไปในทางลบ แม้สถานการณ์.. เรื่องราว.. อารมณ์จะเฮงซวย ไร้สาระ นับเป็นคติธรรมที่สำคัญยิ่ง โดยเฉพาะในขณะที่กำลังเผชิญกับปัญหา.. ที่จะต้องคิดอย่างไม่เป็นปัญหา ด้วยพลังการคิดสร้างสรรค์ในจิตใจที่มีจุดมุ่งหมายชัดเจน
การกำหนดรู้ตามความเป็นจริง เพื่อความรู้ เข้าใจ ในสิ่งที่เกิดปรากฏจริงในปัจจุบันขณะนั้น จึงเป็นสาระสำคัญยิ่ง.. โดยการพัฒนาจิตใจให้แน่วแน่ มั่นคง.. เฝ้าระวังไม่ให้ไหลไปสู่ อตีตารมณ์ .. และไม่ปล่อยให้ฟุ้งซ่านไปใน อนาคตารมณ์ .. ที่นับเป็นกลยุทธ์สำคัญยิ่งต่อการพัฒนาจิตตามหลัก มัชฌิมาปฏิปทา ในพระพุทธศาสนา
สิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดรู้อยู่ที่ปัจจุบัน ด้วยการใช้วิธีการคิดพิจารณาที่เป็นไปเพื่อปัญญา ที่เรียกว่า วิธีแห่งปัญญา หรือ โยนิโสมนสิการ
การก้าวเดินต่อไปอย่างไม่ยุติอยู่กับปัญหา.. อารมณ์นั้นๆ ก็จะเกิดขึ้น ด้วยการนำสภาวธรรมนั้นๆ มาพิจารณาด้วยหลักวิธีคิดที่ถูกต้อง ที่สามารถดำเนินชีวิตออกจากปัญหาได้ต่อไป.. ทั้งนี้ จะต้องรู้จักตั้งคำถามกับตนเอง.. ให้ตนเองสามารถตอบปัญหานั้นได้ ด้วยความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องตรงตามธรรม..
การตั้งคำถามที่ตอบได้.. การพิจารณาตอบตรงตามเหตุแห่งปัญหาอย่างเห็นจริง ด้วยการใช้วิธีคิดเชิงบวก จะนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ที่เป็นพลังบวก “จะทำให้รู้อย่างเข้าใจในรู้” ว่า ในแต่ละเหตุการณ์ เราจะก้าวย่างผ่านปัญหานั้นๆ ต่อไปได้อย่างไร!
ความพรั่งพร้อมในการสร้างพลังบวกให้กับชีวิต ด้วยการคิดอย่างถูกวิธีนั้น จะเกิดมีขึ้นได้ด้วยการมี การเตรียมชีวิตที่ดี จากการคบหากัลยาณมิตร ได้รับฟังเรื่องดีๆ.. ถูกต้อง เป็นธรรม ที่จะเป็นเหตุปัจจัยที่สำคัญยิ่ง.. ในการเข้าสู่กระบวนการพัฒนาชีวิต เพื่อก้าวย่างไปสู่ความสำเร็จที่ก่อเกิดความสงบสุข.. ทั้งนี้ จักต้องรู้จักนำสิ่งที่ดีๆ เหล่านั้นมา พิจารณาให้เห็นถึงความเป็นจริง.. เพื่อการเข้าถึง คุณ โทษ และทางออก...
ดังนั้น.. ในสรรพปัญหาที่กำลังรุมเร้าทุกชีวิตใน วิถีสังคมโหลยโท่ย แบบนี้ สำคัญอย่างยิ่งคือ การสร้างจริยธรรมให้เกิดขึ้นในตนเอง.. ในองค์กรสังคม อย่าได้ไหลไปตามกระแสสิ่งแวดล้อม “แบบเขมรว่ามา.. ไทยก็ว่าไป..” จนหลงเข้าไปเสพคบให้เป็นโรคเขมรทั้งบ้านทั้งเมือง จนลืมไปว่าเราเป็นชาวพุทธ.. เป็นชาวไทย ที่มีจริยธรรมในพระพุทธศาสนา ดำเนินมาอย่างมีจารีตประเพณีวัฒนธรรมที่ดี และสวยงามอย่างอารยชน ที่คำนึงถึงการมีศีลธรรมเป็นพื้นฐานชีวิต.. เคารพในความรู้ที่เป็นความจริง.. และรู้จักนำความรู้มาใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม..
จึงขอให้รู้จักรักษาจิต ด้วยการสร้างดุลยภาพทางความคิดด้วยสติปัญญา ยึดหลักระบบ ชั่ง ตวง วัด.. พิจารณาดูน้ำหนักทั้งสองด้าน ด้วยการวางจิตไว้กลางๆ ก็จะได้จุดสมดุลที่ก่อเกิดปัญญา เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกเรื่องราว ด้วยวิธีแห่งปัญญา.. ไม่ใช่การคิดปรุงแต่งต่อเติมอย่างพวกโลกสวยปัญญาอ่อน.. ที่ไม่เข้าใจในความเป็นธรรมดาในวิถีธรรมของโลก!
การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง จะนำไปสู่การเพิ่มพลังเชิงบวกให้กับชีวิต ด้วยการรู้จักคิดบวก.. คิดเป็น.. คิดมีประโยชน์ ที่จะนำไปสู่ความเข้าใจ มีความพึงใจ ไม่เบื่อหน่ายต่อเรื่องราว ปัญหาที่ไม่ถูกใจ-ไม่ชอบใจ หรือถูกใจ .. ชอบใจ
เช่น เรื่องราวการโยกย้ายข้าราชการทุกภาคส่วน ที่กำลังเกิดขึ้นในแวดวงข้าราชการไทยที่เป็นปกติ.. ในบางคนที่สมหวัง.. ในบางคนที่ผิดหวัง.. ที่นับเป็นเรื่องธรรมดาในโลกบิดเบี้ยวใบนี้ที่ยากจะหาดุลยภาพได้จริง..
ดังนั้น ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในชีวิต สิ่งสำคัญ ขอให้ยึดมั่นในคุณธรรมความดี ที่ตัวเราสามารถทำได้ด้วยตนเอง โดยมิต้องไปเสียเวลาไปเรียกมาจากใครๆ เลย โดยคำนึงเสมอว่า ความเป็นธรรมที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้ด้วยการทำจิตใจตนเองให้มีความสงบ.. และการเรียกหาความยุติธรรมที่แท้จริง คือ ความตั้งมั่นในความเคารพธรรมของตนเอง.. ด้วยความเชื่อมั่นว่า ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรมเสมอ...
เมื่อเข้าใจตรงกันว่า ความยุติธรรม.. ความเสมอภาค ความเป็นอิสรภาพ.. เกิดขึ้นแท้จริงในจิตใจของเราผู้เคารพธรรม ก็ขอนิมนต์ท่านผู้มีหน้าที่ทุกคน ช่วยกันทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตต่อไป โดยคำนึงถึงประโยชน์ของ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นหลัก ด้วยการยึดหลัก ทำหน้าที่ให้เป็นธรรม.. ทำชีวิตให้มีธรรม... ความสดใส ความตั้งมั่น.. ความเป็นอิสระ จะกลับคืนมาสู่ชีวิตโดยพลันทันที โดยไม่ต้องรอดูฤกษ์ยามใดๆ...
โดยเฉพาะ งานการแก้ไขปัญหาในแวดวงพระสงฆ์ที่กำลังดำเนินไปอย่างได้ผล โดยฝีมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่นำโดย พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ขออย่าได้หยุดยั้ง หยุดขุด.. หยุดรื้อ.. ช่วยกันเปิดกรุใต้ฐานพระที่ปกปิดซ่อนเร้นกันมายาวนาน จะได้รู้ว่า องค์ไหนเป็นพระเทียม .. องค์ไหนเป็นพระแท้ ยิ่งมีข่าวว่า พิมพ์สมเด็จทำปลอมปนมาขายกันมาก ยิ่งควรชำระ เพราะเป็นพิมพ์โลกนิยม...
จริงๆ แล้ว ก็น่าเห็นใจทางตำรวจที่ทำงานเพื่อประโยชน์แก่วงการพระสงฆ์ แต่การจะเข้าไปชำระพระในกรุที่ฝังไว้ใต้ฐานพระประธานมายาวนาน ไม่ได้เป็นเรื่องที่จะมาทำเล่นๆ กันได้.. ด้วยมีอิทธิพลความเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ที่ติดใจชาววัดมายาวนานว่า ห้ามเปิดกรุ.. ขุดกรุ.. รื้อกรุ ยกเว้นกรุแตกเอง
รอบนี้ เพราะกรุเจ้าคุณแตก.. จึงได้เห็นผลงานของตำรวจ ที่ได้ใช้โอกาสนี้เข้าไป สะสาง ขยายผล ไปสู่การแก้ไขปัญหาต่างๆ.. ดังภาพข่าวที่ปรากฏ.. ก็ใคร่ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดพลตำรวจตรีจรูญเกียรติ สำหรับผลงานในครั้งนี้ นับเป็นกุศลยิ่งต่อการช่วยกันรักษาพระพุทธศาสนา หากเป็นไปได้ ถ้าได้รัฐบาลใหม่ ที่มี พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส มานั่งกำกับดูแลความมั่นคงและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะได้สนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดพลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ให้สามารถประสานตำรวจทุกจังหวัดร่วมกับฝ่ายปกครอง เป็นคณะทำงานเพื่อสะสางทุกปัญหาในทุกวัดวาอาราม ชำระล้างกันทั่วประเทศ จะได้เป็นบุญพลีถวายบูชาคุณแผ่นดินในเทศกาลเดือนสิบ.. โดยขุดลงไปให้ถึงรากเหง้าของปัญหา ซึ่งวัดที่ควรเข้าไปในเป้าหมายแรก คือ วัดที่มีการเรี่ยไรค้าขายบุญกุศล วัดที่มีเงินทองไหลเข้าออกจำนวนไม่น้อยต่อวัน.. ต่อเดือน.. วัดหลวง.. วัดราษฎร์ ที่ร่ำรวยด้วยพุทธพาณิชย์ทั้งหลาย มีหีบตู้บริจาคกันมากมายประจำวัด.. จัดเป็นเป้าหมายแรก
ต่อไปเข้าหาพระที่มีชื่อเสียง มีลาภบริวารมากมาย มีบัญชีเงินทองส่วนตัว ประกอบธุรกรรมด้วยตนเอง โดยเฉพาะพวกพระขลังศักดิ์สิทธิ์สายมูทั้งหลาย ช่วยตรวจสอบให้ทั่วถึงทุกซอกทุกมุม.. เชื่อว่าจะได้พบเห็นอะไรอีกมากมาย.. หากทำได้จริง.. และทำจริงอย่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดนี้ได้ดำเนินการมา อย่างมีผลงานเชิงประจักษ์ เชื่อมั่นว่า ประชาชน.. ชาวพุทธ.. และพระสงฆ์ที่ดี.. พร้อมรวมพลังสรรเสริญชื่นชม กระทำอนุโมทนาในอำนาจกุศลธรรมที่ท่านทั้งหลายได้กระทำด้วยดีแล้ว.. และเชื่อมั่นได้ว่า ท่านทั้งหลายจะมีแต่ความเจริญในชีวิต หน้าที่การงาน สืบตลอดไป...!!
เจริญพร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ระเบียบใหม่ตะวันออกกลาง อิหร่าน คือชาติมหาอำนาจ
สงครามตะวันออกกลางที่เป็นการสู้รบกันระหว่าง สหรัฐอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่าน ถึงขณะนี้ก็ยังไม่แน่ชัดว่า หลังจากนี้ จะกลับมาเปิดฉากสู้รบ-ปะทะกันอย่างหนักอีกหรือไม่
ดร.เอนก เตือนสังคมศาสตร์ไทย ไร้รากเหง้า ระวังกลายเป็น 'ศาสตร์ไร้จิตวิญญาณ'
ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ชวนสังคมศาสตร์ไทยกลับมาศึกษารากเหง้าตัวเอง ชี้ใช้ทฤษฎีตะวันตกได้ แต่ต้องรู้ประวัติศาสตร์-วัฒนธรรม-ภูมิปัญญาไทยให้พอกัน เตือนหากเอาแต่เป็
เราจะมีนายกฯ เป็นวีรบุรุษของชาติ.. ..ได้อย่างไร!?
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา มีคำกล่าวว่า
ปมเสี่ยง จุดสลบ รัฐบาลสีน้ำเงิน-อนุทิน
แม้รัฐบาล "อนุทิน ชาญวีรกูล" หรือ "อนุทิน 2" จะเป็นรัฐบาลมาแค่ 3 เดือนกว่า แต่เห็นชัดว่าเจอหลายปมร้อนการเมืองโหมเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นช่วงหลายวันที่ผ่านมา
สู่พรรษาปี ๒๕๖๙ .. ณ วัดป่าฯ สกลนคร!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เข้าถึง วันเข้าพรรษาปีพุทธศักราช ๒๕๖๙ ตรงกับ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๙ พระภิกษุ-สามเณร และชาววัด ต่างมีกิจอันสำคัญยิ่งที่ถือปฏิบัติสืบกันมา ได้แก่ การแสวงหาที่พักจำพรรษา.. ซึ่งปีที่ผ่านมาได้รับนิมนต์ไปพักอยู่จำพรรษาที่ วัด DVMP (Dhamma Vinaya Monastery of Pune - India) ที่ศรัทธาชาวพุทธอินเดียสร้างถวาย ด้วยมูลค่าที่มากกว่า ๑๐๐ ล้านบาท ไม่นับรวมราคาที่ดินที่ถวายโดยเศรษฐีที่ดินอินเดียชาวฮินดู ตั้งอยู่ในนครปูเน่ รัฐมหาราษฏระ บนทำเลที่เหมาะควรต่อการเป็น สัปปายสถาน
'ดร.เอนก' แพร่บทความ 'สนธิระบบอุปถัมภ์แบบไทย เข้ากับคุณธรรมและนวัตกรรมสมัยใหม่'
ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยแพร่บทความเรื่อง "สนธิระบบอุปถัมภ์แบบไทยเข้ากับคุณธรรมและนวัตกรรมสมัยใหม่"

