เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา... เมื่อวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๖๘ ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐.. ได้รับนิมนต์ กระทำสัตตาหกรณียฯ กลับมาเป็นประธานคณะสงฆ์นำประกอบศาสนกิจ ณ แผ่นดินหริภุญไชย (จ.ลำพูน) ซึ่งนับเป็นวันเริ่มต้นแห่ง “เทศกาลเดือนสิบ” ที่ชาวพุทธนิยมประกอบการกุศล ทำบุญอุทิศถวายบรรพชน พ่อแม่ปูย่าตายาย ญาติมิตร ที่ล่วงลับไปแล้ว ดังในพระบาลีใช้คำว่า “เปตชน” .. โดยผู้ล่วงลับส่วนหนึ่งไปสู่ “เปตวิสัยภูมิ” เป็นภพภูมิของเปรต.. ซึ่งเป็นสัตว์ในอบายภูมิ ทุคติ.. ที่รอคอยการรับส่วนบุญจากญาติมิตรในโลกมนุษย์...
สำหรับการจัดงาน เทศกาลเดือนสิบแห่งนครหริภุญไชย ในวันดังกล่าว ได้จัดให้มีขึ้นแบบปกติที่ควรตามประเพณี ณ ลานอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี มี นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธาน นำข้าราชการและประชาชนมาร่วมงาน โดยได้มีการจัดพิธีถวายผ้าป่าจำนวน ๖ กอง (๖ วัด) ซึ่งมีดำริพลีบุญอุทิศถวายแด่พระนางจามเทวี ปฐมกษัตรีย์แห่งอาจักรหริภุญไชย พร้อมข้าราชบริพาร ประชาชน ผู้ร่วมสร้างบ้านแปงเมือง ตลอดจนถึงเทพารักษ์ ผู้รักษาบ้านเมืองทั้งหลาย รวมถึงบรรพชน พ่อแม่ปูย่าตายาย และญาติมิตรที่ล่วงลับไปแล้ว ของผู้ร่วมประกอบการกุศล ทั้งนี้ โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเคยดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน และนางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นเจ้าภาพถวายผ้าป่า ร่วมกับข้าราชการ-ประชาชนชาวลำพูนที่มาร่วม...
การดำเนินงานเป็นไปตามกำหนดการ ตั้งแต่พระสงฆ์จำนวน ๑๗ รูปบิณฑบาต .. บูชาพระ รับศีล-ฟังธรรม ร่วมกล่าวถวายสังฆทาน และร่วมถวายผ้าป่า ๖ กอง ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างร่มเย็น ท่ามกลางเสียงร้องของนกจำนวนมาก ที่พากันมาบินวนเหนือลานอนุสาวรีย์ฯ โดยเฉพาะในห้วงเวลาแสดงธรรมอนุโมทนาเพื่อน้อมจิตร่วมพลีบุญกุศลแด่บรรพชนผู้ล่วงลับไปแล้ว ที่ดำเนินไปท่ามกลางบรรยากาศอันร่มเย็น ดุจยามเย็นที่พระอาทิตย์ใกล้อัสดงอย่างไรอย่างนั้น...
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติดังกล่าว จึงเป็นสภาวธรรมที่น่าใส่ใจพิจารณา เพื่อเข้าใจในมิติแห่งธรรม อันสัมพันธ์กับการกระทำประกอบการบุญกุศลในครั้งนี้ ซึ่งหากไม่พิจารณาอย่างแยบคาย ก็ยากที่จะเห็นความจริงในปรากฏการณ์ทางธรรมชาติดังกล่าว
แต่หากพิจารณาอย่างเข้าใจในธรรม ก็จะทราบว่า สภาพบรรยากาศที่ปรากฏ.. กับสภาพครึ้มฟ้า-ครึ้มฝนนั้น มีความแตกต่างกันอย่างสามารถจำแนกได้ไม่ลำบาก ด้วยการกำหนดสติลงไปเพื่อให้เห็นจริงในสภาวธรรมนั้น โดยเฉพาะเมื่อแหงนหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าให้ทั่ว และค่อยปรับระดับสายตาลงมาในระดับล่างจนถึงโดยรอบ ที่จะพบเห็นสภาพบรรยากาศที่แปรเปลี่ยนไป อย่างแตกต่างไปจากภาวะปกติ
สภาพบรรยากาศที่แปรไปอย่างรวดเร็ว เหมือนข้ามมิติ ที่ส่งผลต่อการรับรู้ทางสายตา ซึ่งหากขาดสติในชั่วขณะจิตหนึ่งของการกำหนดพิจารณาก็จะทำให้เกิดภาวะสูญเสียการรับรู้ที่ถูกต้อง ที่เรียกทางธรรมว่า อาการหลงรู้ หรือที่เป็นปัญหาให้กับนักบินในบางครั้งจนเกิดอาการ สภาพหลงการบิน (Spatial Disorientation) ที่เป็นภาวะที่สูญเสียการรับรู้การเคลื่อนที่ไปในอากาศตามความเป็นจริง ซึ่งเกิดขึ้นในหมู่นักบินบ่อยครั้ง ดังที่เรียกว่า อาการหลงอากาศ อันเป็นไปในทำนองเดียวกับ “อาการหลงรู้” ดุจเดียวกับการหลงสภาพบรรยากาศสิ่งแวดล้อมของบรรดานกทั้งหลาย เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ทางธรรมชาติที่ให้สำคัญผิดไปจากภาวะปกติ
ภาวะหลงรู้ในการดำเนินชีวิต.. กล่าวสรุปทางวิชาการว่า.... ๘๐% ของการรับรู้เพื่อปรับสภาพการดำเนินชีวิตให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมนั้น อาศัยการรับรู้ทางตา.. ที่จะสื่อสารข้อมูลเข้าสู่ระบบประสาทเพื่อปรับความสมดุลใน การดำเนินชีวิตไปตามสภาพปกติ... โดยเฉพาะการทรงตัวไปในท่ามกลางอย่างสมดุล
การรับรู้ทางตา.. จึงให้ความสำคัญต่อการตัดสินใจปรับท่าที บุคลิกภาพ กิริยาท่าทาง เพื่อความสอดคล้องในความเป็นไปของชีวิต ที่จะต้องไม่ผิดเพี้ยนไปจากสภาพธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ในขณะนั้นๆ
ความผิดพลาดในการมองเห็นสิ่งนั้นๆ .. ไม่ว่าเพราะสาเหตุใด จึงนำไปสู่ความผิดพลาดในการรับรู้ที่ส่งผลต่อ mindset.. ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ผิดไปจากกฎความเป็นธรรมดา โดยเฉพาะ ในยามที่มีภาวะที่ปรับเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างรวดเร็วและผิดไปจากเดิมที่เคยรับรู้
การหลงสภาพที่แตกต่างไปจากเดิมในการดำเนินชีวิต จึงเกิดขึ้นได้ และพร้อมที่จะนำไปสู่อุบัติเหตุในชีวิตได้ในทุกขณะ ดังปรากฏผลกับนักบินที่ หลงสภาพการบิน จนเป็นปัจจัยสำคัญไปสู่ อุบัติเหตุทางอากาศที่เกิดขึ้นประมาณ ๗๕% ที่มาจากความผิดพลาดในการรับรู้ทางสายตา จนขาดการมองเห็นสภาพแวดล้อมตามความเป็นจริง ซึ่งในปัจจุบัน แม้ว่าจะมีเทคโนโลยีทางการบินได้เข้ามาช่วย เพื่อขจัดปัญหานักบินหลงอากาศดังกล่าวไปได้มาก แต่ก็ยังมีปรากฏในหมู่นักบิน โดยเฉพาะฝูงบินขับไล่ทางฝ่ายทหารที่ประสบปัญหาดังกล่าวบ่อยครั้ง โดยมีการแก้ไขด้วยการเรียนรู้ทาง สรีรวิทยาการบิน เพื่อการปรับสภาพกลไกการรับรู้ทางร่างกาย ให้สัมพันธ์กับธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ใน ภาวะที่เกิดความซับซ้อนในการเปลี่ยนแปลง และการเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว ที่นับว่าเป็นภาวะปกติที่สามารถเรียนรู้ได้ ภายใต้กฎเกณฑ์ความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ ที่ถูกควบคุมโดย ธรรมนิยาม
เฉกเช่นเดียวกับความเปลี่ยนแปลงในธรรมชาติ อันเกิดจาก อำนาจแห่งจิต.. อำนาจแห่งธรรม ที่เป็นเรื่องที่ยากยิ่งต่อความเข้าใจ ด้วยวิถีสัญชาตญาณที่ยากจะแยกแยะ อันเนื่องจากการที่จิตเข้าไปหลงจับยึดอารมณ์ (ภาวะธรรม) นั้นๆ ทำให้เกิดความจำได้หมายรู้ที่ผิดเพี้ยนไปจากธรรม จนเกิด ความวิปลาสธรรมขั้นวิบัติทางสัญญา ที่ส่งต่อสู่จิตและทิฏฐิ ให้เกิด อาการวิปลาส ที่ทำให้เกิดการสูญเสียสภาพการจำแนกแจกแจง และก่อเกิดภาวะความเห็นที่ผิดเพี้ยน ที่เรียก วิบัติธรรม
ความเห็นที่วิบัติไปจากธรรมในธรรมชาติ.. จึงทำให้เกิดอาการ “นกหลงฟ้า-ปลาหลงน้ำ.. คนหลงธรรม...” ดังปรากฏการณ์การแตกตื่นของสัตว์ทั้งหลายที่เกิดความสำคัญผิดไปว่า กลางคืนเป็นกลางวัน-กลางวันเป็นกลางคืน.. ดีเป็นชั่ว-ชั่วเป็นดี.. ไม่เที่ยง..ว่าเที่ยง หรือมีความเห็นผิดให้หลงเข้าไปยึดถือในความเป็นตัวตน ทั้งที่ ธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตา!
ดังในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐.. ที่ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๗ กันยายน ๒๕๖๘ .. เนื่องจากการประกอบอธิการกุศลในเทศกาลเดือนสิบบนแผ่นดินหริภุญไชย ที่ได้เห็นฝูงนกจำนวนมากบินวนเวียนเหนือลานอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี ส่งเสียงร้องเซ็งแซ่อย่างผิดปกติ ที่สอดรับกับ ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่แปรเปลี่ยนไปตามอำนาจแห่งธรรม อันเกิดจากกุศลจิตทุกดวงของศรัทธาสาธุชนที่น่าอัศจรรย์ใจอย่างยิ่ง จนยากที่จะบรรยายถึงความรู้สึกที่ได้สัมผัสกับสภาวะกุศลธรรมในครั้งนี้.. ซึ่งหากไม่พิจารณาให้ละเอียดแยบคาย ก็จะเกิดเป็น ภาวะหลงธรรม ที่ไม่ตรงกับความเป็นธรรมดาในธรรมชาติ...
จึงน่าสนใจต่อการศึกษาสภาพธรรมชาติ ที่สัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมทั้งหลาย ภายใต้กฎเกณฑ์ของธรรม (ธรรมนิยาม) ที่เป็นจุดสำคัญในการเรียนรู้ธรรมชาติของชีวิต เพื่อการรู้เห็นความเป็นจริงด้วยปัญญาชอบ.. จะได้ไม่เกิด อาการหลงธรรม (วิปลาสธรรม) .. ที่จะนำไปสู่การปฏิบัติที่ผิดเพี้ยนไปจากธรรมชาติ ก่อให้เกิดความหายนะขึ้นทั้งต่อตนเองและผู้อื่น.. และต่อระบบ ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ที่มีภาวะสมดุลดีอยู่แล้วโดยธรรม
“อาการหลงฟ้าของนก.. การหลงน้ำของปลา และการหลงธรรมของคนเรา..” จึงเป็นเรื่องที่ควรพิจารณาทำปัญญาให้รู้ชอบ เพื่อการเข้าถึง-เข้าใจใน กฎเกณฑ์ธรรมชาติ ภายใต้อำนาจแห่งธรรม.. จะได้ไม่วิปลาสธรรม จนก่อเกิด อาการดูคนผิด (Psychopath).. อาการเชื่อคนง่าย.. อาการวิตกกังวลจนจิตซึมเศร้า.. หรือเกิดโรคจิตหลงผิด (Delusional Disorder) จนขาดความสำนึกผิด เสพติดความโกหกหลอกลวง และสำคัญมั่นหมายในความเป็นตัวตนจนยากจะแก้ไข... แม้จะมีความรู้ทางโลกมากมาย.. ร่ำรวยมหาศาล มีอำนาจวาสนาล้นฟ้า.. ซึ่งหากเกิดอาการ “โรคหลงธรรม .. จิตหลงผิด” ก็ยากที่จะบรรลุถึงความสงบสุขได้จริง.....!!.
เจริญพร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
3 ทศวรรษไทยโพสต์ ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร พลังงานอนาคต สู่ความยั่งยืน
ในโอกาสที่ปีนี้ 21 ตุลาคม 2569 จะครบรอบ30 ปีของการก่อตั้งหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ทางทีมงานไทยโพสต์ ได้สัมภาษณ์พิเศษ "ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร นายกสภาสถาบันวิทยสิริเมธี
28 ก.ย.รู้ผลคดีบัตรเลือกตั้ง ศาลรธน.ต้องตีความโดยเคร่งครัด
วันจันทร์นี้ 28 กันยายน ศาลรัฐธรรมนูญนัด9 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญลงมติในคำร้องคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ.2569
พระพุทธศาสนา .. ในอุ้งมือมาร!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธามั่นคงในพระพุทธเจ้า.. ข่าวฉาวโฉ่ในแวดวง นักบวชห่มจีวรพระ ไม่เคยสร่างซาไปจากสังคมไทย ก่อเกิด วิกฤตศรัทธา ซ้ำแล้วซ้ำอีก จนดูเหมือนในแวดวงพระสงฆ์จะไร้ “พระแท้” ปรากฏตัวออกมาเพื่อช่วยกันแก้ไขป้องกันอธิกรณ์ปัญหาเหล่านั้น จนก่อเกิดภาวะวังเวง ไร้ฟากฝั่งขอบเขตของความสิ้นไป ในดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ทางจิตวิญญาณดังเคยมีมา..
สีน้ำเงิน ยังคุมสภาสูง เดิมเกมดูดสว.เติมเสียง
หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มีมติส่งคำร้องไปศาลฎีกาฯ และดำเนินคดีอาญาผู้เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วสว.จำนวน 77 รายชื่อ โดยมีสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันรวมอยู่ด้วย 26 รายชื่อ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองและข้อกฎหมายตามมามากมาย
ทุกปัญหา .. ในกระแสสังคมที่ผันแปร... แก้ได้ด้วยตัวเรา!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ปรากฏการณ์ “ข่าวฉาวพระทุศีล กระทำบาปสมาจาร..” ในระหว่างจำพรรษาปี ๒๕๖๙
พยานหลักฐานชัด ส่งศาลฎีกา แต่ถ้าไม่พอฟังได้ว่ามีการฮั้ว กกต.ก็ยกคำร้อง
ก่อนจะรู้ผลการลงมติชี้ขาดคดีฮั้ว สว.ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นัดลงมติในวันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้ "ไทยโพสต์" ได้สัมภาษณ์ "สุโรจน์ จันทรพิทักษ์ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์-นักกฎหมายอิสระ" ถึงมติ กกต.ที่จะออกมา โดย "สุโรจน์"

