เกร็ดเรื่องราว จาก.. จาริกปฏิบัติธรรม .. พุทธคยา อินเดีย (๑)

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา ระหว่างวันที่ ๑-๙ มีนาคม ๒๕๖๙.. ได้เดินทางไปประกอบศาสนกิจถึงที่อินเดีย เนื่องในเทศกาลมาฆบูชา จึงได้มีโอกาสแวะพักพุทธคยา เพื่อถวายสักการบูชา สังเวชนียสถานที่ตรัสรู้ อันมีพระศรีมหาโพธิ์ พระแท่นวชิรอาสน์.. มหาโพธิมหาวิหาร และพระพุทธเมตตา เป็นเครื่องหมายแห่ง พุทธธรรม.. ที่ควรน้อมนำใส่ใจพิจารณาโดยแยบคาย เพื่อการไม่ไปยึดติดในสภาวธรรมรูปลักษณะภายนอกที่ห่อหุ้มสัจธรรมไว้...

การแวะพักพุทธคยา ในฤดูกาลที่ดินฟ้าอากาศกำลังแปรปรวน เพื่อแสดงความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติที่ยากต้านทาน จึงต้องฉันยาป้องกันภูมิแพ้อากาศไว้ล่วงหน้าในทุกวัน เพื่อเตรียมความพร้อมร่างกายให้สามารถทนต่อการใช้งานอย่างต่อเนื่องตามกำหนดการทั้ง ๙ วัน เพื่อการทนทานได้ในทุกสภาพภูมิสังคมสิ่งแวดล้อม ด้วยแผนการเดินทางจาริกแสวงบุญที่ไม่ธรรมดา โดยการเริ่มต้นที่ พุทธคยา-ราชคฤห์ แห่งมคธชนบท (รัฐพิหาร/อินเดีย) .. ไปสู่ เมืองพาราณสี แคว้นกาสี ต่อเนื่องไป นครโกสัมพี แคว้นวังสะ และวกกลับมา นครสาวัตถี แคว้นโกศล.. ปัจจุบันตั้งอยู่ใน อุตตรประเทศ ซึ่งเป็นรัฐในทางตอนเหนือของอินเดีย มีประชากรราวสองร้อยล้านคน ถือเป็นรัฐที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศอินเดีย และมีพื้นที่ในครอบครองครอบคลุมโบราณสถานอันสำคัญของพระพุทธศาสนา ทั้งใน โกสัมพี แคว้นวังสะ.. สาวัตถี แคว้นโกศล และพาราณสี แคว้นกาสี.. ซึ่งเป็นเป้าหมายแห่งการเดินทางไปสักการบูชาธรรมในครั้งนี้ โดยเฉพาะ นครโกสัมพี แคว้นวังสะ ของพระเจ้าอุเทน.. ซึ่งยังไม่เคยไปศึกษาในพื้นที่จริงในร่องรอยแห่ง พุทธลักษณะ ตามพุทธประวัติ ดังปรากฏใน พรรษาที่ ๙ ของพระพุทธองค์ ที่ทรงจำพรรษาที่ โฆษิตารามมหาวิหาร...

โอกาสนี้จึงได้แวะพักที่ มหาโพธิสมาคม พุทธคยา... สถานที่อันควรระลึกถึงคุณความดีของ
ท่านอนาคาริก ธรรมปาละ จากศรีลังกา ที่ได้ถวายชีวิตต่อสู้กับพวกพราหมณ์ เพื่อการได้คืนมาของ สังเวชนียสถานที่ตรัสรู้ ณ พระศรีมหาโพธิ์ พุทธคยา.. ซึ่งได้รับการต้อนรับด้วยดีในทุกครั้ง ด้วยเกียรติคุณที่ได้รับการถวายจาก คณะสงฆ์ศรีลังกา นิกายสยามอุบาลีวงศ์ เมื่อปี ๒๕๕๓ ในสมณศักดิ์พระเถระที่ “พระธรรมปฏิปัตติ วยาปติเถระ”.. ที่ออกจะมีความเกี่ยวข้องกับคณะสงฆ์ศรีลังกา สยามอุบาลีวงศ์ ฝ่ายอรัญวาสี... จึงมักจะแวะพักที่มหาโพธิสมาคมในทุกครั้งที่แวะมาปฏิบัติบูชา ณ สังเวชนียสถานที่ตรัสรู้.. ดังในครั้งนี้ โดยได้นำคณะสงฆ์ที่เดินทางไปล่วงหน้า พร้อมศรัทธาสาธุชนจำนวนร่วมร้อย มาสวดมนต์ บูชาธรรม เจริญภาวนา.. ภายในโพธิมณฑลสถาน ในยามเย็นของวันที่ไปถึง (๑ มี.ค. ๒๕๖๙)

สำหร้บการเดินทางไปประกอบศาสนกิจในครั้งนี้ ได้รับการอำนวยความสะดวกอย่างดียิ่งจากฝ่ายเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะตำรวจและทางสมาคมที่กำกับดูแลสังเวชนียสถานฯ Senior Officer ของรัฐบาล จึงสามารถประกอบศาสนกิจได้อย่างสมบูรณ์ ก่อเกิดประโยชน์อันยิ่งใหญ่จากการบูชาธรรม ที่ผู้เข้าร่วมทุกคนสัมผัสได้ด้วยตนเอง แม้ว่าจะมีการเข้าไปปรับปรุงซ่อมแซมทำความสะอาดพระเจดีย์มหาโพธิ์กันครั้งใหญ่ ด้วยกำลังทรัพย์ของคณะศรัทธาชาวไทย จึงได้เห็นนั่งร้านไม้ไผ่ขึ้นประกอบพระเจดีย์ในหลายด้าน ที่ทำให้ไม่ค่อยสะดวกต่อการเข้าไปประกอบศาสนกิจ โดยเฉพาะฝุ่นละอองที่โปรยปลิวฟุ้งกระจาย..

ในส่วนการเข้าไปเพื่อพัฒนาหรือซ่อมแซมมหาวิหารในเขตศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธศาสนาในอินเดีย นับเป็นเรื่องที่ควรอนุโมทนายิ่งสำหรับจิตศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทุกคน.. ที่เชื่อมั่นเขตบุญอันวิเศษในพระพุทธศาสนา การได้มีโอกาสเข้าไปดูแล ซ่อมแซม ปรับปรุง.. หรือก่อสร้างวัตถุทั้งหลาย เพื่อคงความหมายหรือสืบเนื่องเครื่องหมายของพระพุทธศาสนา เป็นเรื่องที่ควรยินดี โดยเฉพาะเมื่อมีพระเถระที่มีความรู้ความเข้าใจในความเหมาะควรอย่าง ท่านเจ้าคุณวีรยุทธ์ (พระพรหมวชิรโพธิวงศ์) เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา เป็นที่ปรึกษาให้การสนับสนุน...

แต่ที่ออกจะแปลกใจ ก็เพราะเมื่อได้เห็นการขึ้นนั่งร้านไม้ไผ่โดยรอบ พระเจดีย์มหาโพธิมหาวิหาร ที่เร่งดำเนินการในห้วงเวลาดังกล่าว ที่ยังมีพุทธศาสนิกชนจากประเทศต่างๆ หลั่งไหลงมาสู่ พระศรีมหาโพธิ์ เพื่อกราบไหว้บูชา.. ดังคณะสาธุชนชาวไทยเรา ที่อุตสาหะเดินทางมาเพื่อประกอบศาสนกิจในวันมาฆบูชา.. ของพระพุทธศาสนา ซึ่งในปีนี้ ขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๓/วันมาฆบูชา ตรงกับ วันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๙

จึงออกอาการสงสารคณะผู้จาริกแสวงบุญทั้งหลาย ที่ต้องประสบกับความไม่สะดวก.. ไม่สบาย อันเนื่องจากสภาพสิ่งแวดล้อมที่ไม่เกื้อกูลสนับสนุนต่อการประกอบการกุศลครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต ที่หลายคนเพิ่งเดินทางมาเป็นครั้งแรก.. และจำนวนมากมาปีละหนึ่งครั้ง โดยเฉพาะผู้สูงวัยทั้งหลายที่มีตั้งแต่ ๖๐-๗๐-๘๐ และ ๙๐ กว่าปี..

ยิ่งมาเจอกับความแออัดในพื้นที่รอบมหาโพธิมหาวิหารและต้นพระศรีมหาโพธิ์.. ก็ยิ่งน่าเป็นห่วงต่อการปฏิบัติศาสนกิจในยามเย็นของวันที่ไปถึง ที่มีเสียงอื้ออึงจากการสวดประกอบการตีกลองของคณะศาสนิกชนชาวทิเบตที่เดินทางมาตลอดปี เพื่อปฏิบัติศาสนกิจตามความเชื่อของนิกายลามะ

ในเย็นวันนั้น จึงต้องใช้เสียงอย่างเต็มกำลัง ทั้งการสวด.. แสดงธรรม.. สนทนาธรรม.. นำอบรมจิตปฏิบัติบูชา.. ที่เป็นไปอย่างต้องเข้าใจในการกระทำอยู่ตลอดเวลา เพื่อเอื้อเฟื้อคณะศรัทธาสาธุชน แต่ต้องไม่รบกวนคณะอื่นๆ แม้ต่างนิกาย.. ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ยากยิ่งต่อการบริหารจัดการ แม้ว่าจะมีการสนับสนุนจากฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงในอินเดีย เพื่อการอำนวยความสะดวกในการมาปฏิบัติศาสนกิจในครั้งนี้

ด้วยความเข้าใจในสังคม สิ่งแวดล้อม และบุคคล.. ด้วยความเข้าใจใน เหตุ (ธรรม) และ ผล (อรรถ).. จึงทำให้บริหารจัดการให้ทุกอย่างลงตัวได้อย่างพอเหมาะ เพื่อความไม่สูญเสียความรู้สึกที่ดีของทุกคนที่อุตสาหะเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมา.. เพื่อเข้าถวายสักการบูชา พระพุทธธรรม ที่ยังคงดำรงอยู่เพื่อการสืบเนื่องอายุศาสนาของพระองค์ให้สืบเนื่องต่อไป..

จึงได้เห็นความซาบซึ้ง ปีติสุข.. ของทุกคนที่ได้มาร่วมฟังธรรม.. ปฏิบัติบูชา ที่พระศรีมหาโพธิ์ ในครั้งนี้.. ทั้งในยามค่ำของวันที่ ๑ มีนาคม.. และยามเช้าของวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๖๙ ที่ใช้เวลาบรรยายธรรมด้วยความฉันทะอย่างยิ่ง เพื่อการเติมเต็มศรัทธา.. ลงในจิตใจของพุทธบริษัท ทั้งพระภิกษุ สามเณร และอุบาสก-อุบาสิกา... โดยเฉพาะเมื่อได้เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ใส่บาตรในมหาโพธิมณฑลสถานดังกล่าว ภายหลังเสร็จสิ้นการสวดมนต์บูชาธรรม..

จริงๆ แล้ว ก่อนจะเดินทางไปอินเดียในครั้งนี้ ก็ได้รับทราบเรื่องราวความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในวัดต่างๆ ที่รายรอบพุทธคยา.. จาก ข่าวกรณีระงับการก่อสร้างวัดในพุทธคยา .. โดยมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวจากหน่วยงานของรัฐบาลอินเดีย ที่ระบุว่า เดิมมีการจดทะเบียนวัดใหม่เพียง ๕๕ แห่งจนถึงปี ๒๐๑๖.. แต่ในปี ๒๐๒๖ มีวัดเพิ่มขึ้นเป็น ๑๕๐ แห่ง โดยมีการก่อสร้างที่ไม่ได้รับอนุญาตแบบแปลน.. และที่สำคัญได้มีการสร้างวัดเป็นพื้นที่พาณิชย์ จนมีคดีอยู่ในศาล...

ในเนื้อข่าวโดยสรุป มีการระบุชัดเจนจากการตรวจสอบถึงปัญหาดังกล่าวว่า.. ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา วัดจำนวนมากได้กลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจและตลาดการค้า.. ส่งผลต่อธุรกิจการท่องเที่ยวของภาคเอกชนในท้องถิ่นพุทธคยา ที่ได้รับผลกระทบจากการบริหารจัดการของวัดวาอารามต่างๆ ที่เป็นไปในเชิง พุทธพาณิชย์ ดังที่ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบวัดต่างๆ ที่มีการจัดการและการใช้พื้นที่การทำธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ.. การใช้พื้นที่เชิงพาณิชย์.. โดยไม่เป็นไปตามกฎหมายของเทศบาลพุทธคยา.. ทั้งนี้ เพื่อการควบคุมการก่อสร้างวัดใหม่ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเป็น ๑๕๐ แห่งในปี ๒๐๒๖ ซึ่งปัจจุบันมีวัดจากหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ไทย ภูฏาน เนปาล และเมียนมา โดยวัดของไทยมีจำนวนมากที่สุด...

เรื่องดังกล่าว เมื่อนำมาปะติดปะต่อกับข่าวการจับกุมพระภิกษุบางรูปแถวพุทธคยา ที่นำไปสู่การส่งตัวกลับประเทศ ด้วยข้อหาใช้ หนังสือเดินทางราชการผิดประเภท.. จึงมาถึง บางอ้อ!.. ว่า มันเป็นอย่างนั้นเอง!!.

 

เจริญพร

dhamma_araya@hotmail.com

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

3 ทศวรรษไทยโพสต์ ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร พลังงานอนาคต สู่ความยั่งยืน

ในโอกาสที่ปีนี้ 21 ตุลาคม 2569 จะครบรอบ30 ปีของการก่อตั้งหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ทางทีมงานไทยโพสต์ ได้สัมภาษณ์พิเศษ "ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร นายกสภาสถาบันวิทยสิริเมธี

28 ก.ย.รู้ผลคดีบัตรเลือกตั้ง ศาลรธน.ต้องตีความโดยเคร่งครัด

วันจันทร์นี้ 28 กันยายน ศาลรัฐธรรมนูญนัด9 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญลงมติในคำร้องคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ.2569

พระพุทธศาสนา .. ในอุ้งมือมาร!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธามั่นคงในพระพุทธเจ้า.. ข่าวฉาวโฉ่ในแวดวง นักบวชห่มจีวรพระ ไม่เคยสร่างซาไปจากสังคมไทย ก่อเกิด วิกฤตศรัทธา ซ้ำแล้วซ้ำอีก จนดูเหมือนในแวดวงพระสงฆ์จะไร้ “พระแท้” ปรากฏตัวออกมาเพื่อช่วยกันแก้ไขป้องกันอธิกรณ์ปัญหาเหล่านั้น จนก่อเกิดภาวะวังเวง ไร้ฟากฝั่งขอบเขตของความสิ้นไป ในดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ทางจิตวิญญาณดังเคยมีมา..

สีน้ำเงิน ยังคุมสภาสูง เดิมเกมดูดสว.เติมเสียง

หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มีมติส่งคำร้องไปศาลฎีกาฯ และดำเนินคดีอาญาผู้เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วสว.จำนวน 77 รายชื่อ โดยมีสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันรวมอยู่ด้วย 26 รายชื่อ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองและข้อกฎหมายตามมามากมาย

พยานหลักฐานชัด ส่งศาลฎีกา แต่ถ้าไม่พอฟังได้ว่ามีการฮั้ว กกต.ก็ยกคำร้อง

ก่อนจะรู้ผลการลงมติชี้ขาดคดีฮั้ว สว.ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นัดลงมติในวันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้ "ไทยโพสต์" ได้สัมภาษณ์ "สุโรจน์ จันทรพิทักษ์ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์-นักกฎหมายอิสระ" ถึงมติ กกต.ที่จะออกมา โดย "สุโรจน์"