
ขยี้ตาเพ่งดูซ้ำหลายทีเพื่อให้แน่ใจ..
สรุปว่า..รศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม 1 ใน 12 รายชื่อ “ที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี” (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ก็คือคนเดียวกันกับ “รศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม” อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ..
ที่เคยวิเคราะห์ “แลนด์บริดจ์” ว่า..เป็นทางลัดมหาวิบัติ ที่พร้อมจะทำลายโครงสร้างทางวิศวกรรม สิ่งแวดล้อม อธิปไตย และเศรษฐกิจฐานราก นั่นเอง!
นี่..ในเมื่อคุณศุภจีเลือกมาร่วม “คณะที่ปรึกษา” และในฐานะ รศ.ดร.ปิติมีองค์ความรู้ทุกมิติอย่างละเอียด ทั้งในด้านรูปแบบการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของ “แลนด์บริดจ์”
นายกฯ-คุณอนุทินก็น่าจะฉวยโอกาสแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งใน “คณะกรรมการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์” ที่มีคุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นประธานไปเสียพร้อมๆ กัน!
ทั้งนี้ เพื่อจะได้รับฟังข้อมูล การชี้แนะ ชี้นำ หรือสิ่งไหนที่ รศ.ดร.ปิติเข้าใจคลาดเคลื่อน-ไม่รู้ ก็จะได้อธิบาย-ชี้แจงทำความเข้าใจ ซึ่งก็น่าจะได้ประโยชน์อยู่มาก
อย่างน้อยการมีชื่อ “รศ.ดร.ปิติ” ร่วมคณะศึกษาโครงการฯ ก็จะทำให้ผลการศึกษาที่ออกมามีความน่าเชื่อถือ ไม่ว่าการสร้างแลนด์บริดจ์ “ผลดี” จะมากกว่า หรือ “ผลเสีย” จะมากกว่าก็ตามที!
พูดถึงนายกฯ อนุทิน เวลานี้ดูเหมือนรัฐบาลตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างขะมักเขม้น ทั้งเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง ทั้งเรื่องความมั่นคง ทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการปราบคอร์รัปชัน
ขณะเดียวกัน บรรดากูรูการเมือง ตลอดถึง “หมอดู” หลายสำนัก ต่างวิเคราะห์-มองไปในทางเดียวกันว่า รัฐบาลน่าจะอยู่ไม่ทันพ้นเดือนกรกฎาคมนี้!
อย่างคุณไพศาล พืชมงคล ก็ได้โพสต์ก่อนหน้าหลายวันแล้วว่า.."จับตา 3 วิกฤตการเมืองก่อนสิ้นกรกฎา. 2569
วิกฤตที่ 1 ศาลรัฐธรรมนูญอาจวินิจฉัยกรณีร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ จะทำให้ สส.ทั้งสภาพ้นจากตำแหน่งและต้องเลือกตั้งใหม่
ส่วนรัฐบาลจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับคำวินิจฉัยว่ามีผลเป็นโมฆะตั้งแต่วันเลือกตั้ง รัฐบาลก็จะพ้นจากตำแหน่ง หรือว่ามีผลนับตั้งแต่วันวินิจฉัยก็ยังอยู่ต่อไป
วิกฤตที่ 2 ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด กรณีพลเรือเอกพะจุณณ์ ตามประทีป และนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ร้องให้ดำเนินคดีกับนายกฯ และ ครม.
กรณีลดผลประโยชน์ของการท่าอากาศยานให้ผู้ประกอบการดิวตี้ฟรี 180,000 ล้านบาท ซึ่งต้องฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ถ้าศาลมีคำสั่งรับฟ้องนายกฯ และ ครม.ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทั้งคณะ
วิกฤตที่ 3 ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยคำร้องของฝ่ายค้านว่า พระราชกำหนดกู้เงิน 400,000 ล้านบาทเป็นโมฆะ ซึ่งรัฐบาลจะต้องลาออกหรือยุบสภา
และอาจมีกรณีแถมพกที่ฝ่ายค้านกำลังร้องนายกรัฐมนตรีและนายศักดิ์สยาม ว่าขาดจริยธรรมกรณีปกปิดบัญชีทรัพย์สิน และการถือครองที่ดินหลวงหลายกรณี
ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าผิด รัฐบาลก็ต้องพ้นจากตำแหน่ง..”
ซึ่งอ่านจบ ฝั่งที่เกลียดชังรัฐบาลก็คงสะใจ รอลุ้นให้เป็นไปตามกูรูว่า ส่วนกองเชียร์-แม่ยกนายกฯ อนุทินก็อาจถึงขั้นกินไม่ได้-นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย
แต่ผมก็อยากจะบอกกับทั้งสองฝ่ายแหละว่า อย่าเพิ่งดีใจ หรือวิตกกังวลไป เพราะการเมืองไทยอย่างที่เห็น เต็มไปด้วยความพลิกผัน เอาแน่นอนอะไรไม่ได้!
และที่คุณไพศาลว่ามานั้นก็เป็นเพียงการ “คาดคะเน” เอาตามความรู้สึกอิงข้อกฎหมายถึงได้มีคำว่า “อาจ” เลือกตั้งโมฆะ..
ซึ่งขณะนี้ศาลรัฐธรรมนูญก็อยู่ระหว่างรวบรวมคำชี้แจง-พยานหลักฐาน จะ.. “โมฆะ” หรือ “ไม่โมฆะ” คำตัดสินออกได้ทั้งสองหน้า!
ผมได้ลองถามความคิดเห็นจาก AI ได้คำตอบประมาณว่า..กรณีบาร์โค้ด ศาลต้องชั่งน้ำหนักว่า หนึ่ง เป็นการขัดรัฐธรรมนูญร้ายแรงถึงขั้นล้มการเลือกตั้งหรือไม่
สอง มีผลต่อเจตจำนงเสรีของประชาชนมากน้อยแค่ไหน และสาม เกิดความเสียหายจริงหรือเป็นเพียง “ความเสี่ยงเชิงหลักการ”
ถ้าศาลวินิจฉัยให้โมฆะจะนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่และความปั่นป่วนทางการเมืองสูง ดังนั้นหลายฝ่ายจึงมองว่าศาลอาจเลือก “ทางกลาง” เช่น..
ชี้ว่ากระบวนการมีปัญหา พร้อมกับตำหนิ กกต. และวางมาตรฐานห้ามใช้บาร์โค้ดในอนาคต แต่จะไม่ถึงขั้นล้มทั้งการเลือกตั้ง!
ครับ..โดยส่วนตัวผมก็มองว่า “ทางกลาง” มีโอกาสเป็นไปได้มากกว่า แต่ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร..
ต้องน้อมรับคำตัดสินศาล!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โรงละครแห่งชาติ(โฉมใหม่)
เงิน 1,700 ล้านบาท.. อืออ..ก็ต้องคิดหนักเป็นธรรมดาแหละ และเพื่อการตัดสินใจของรัฐบาล ผมขอเป็นหนึ่งเสียงที่ยืนข้างฝ่าย “สนับสนุน” ..ไม่ต้องซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกครั้งนี้ด้วยละกัน!
ถามเพราะ ‘หิวแสง’?
ลอก (คำ) มาจาก “แนวหน้าออนไลน์” แปล.. ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ โพสต์ข้อความ.. “สำหรับอิหร่าน เวลากำลังหมดลงแล้ว และพวกเขาควรรีบดำเนินการอย่างรวดเร็ว
‘ผู้แทน’คนเกาะพะงัน
ไม่รู้ไปเอาความโกรธอาฆาตแค้นมาจากไหน? บางคนว่าอย่างนี้ กรณีคุณถาวร เสนเนียม อดีต สส. อดีตรัฐมนตรี โพสต์เมื่อวันก่อน.. “เรื่องภาษี 17,000 กว่าล้านบาท เกรงว่ารัฐจะไม่ได้เงินเลย
แว่วยินหมอดูทัก!
จะว่าเกิดไม่ทันก็คงไม่ใช่.. ผมหมายถึง นางกาญจนี วัลยะเสวี หรือ “ติ๊งต่าง” เจ้าของฉายาไฮโซสปอร์ตคลับและแกนนำกลุ่มแม่ยกพรรคประชาธิปัตย์น่ะ!
สุดแท้แต่กรรมเวร!
เดี๋ยวนะ.. คิดดีๆ อีกที..เงินตั้ง 1,300 ล้านบาทเชียวนา ที่ ครม.มีมติอนุมัติให้ กสทช.ดำเนินการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 น่ะ!
นึกว่า.. ‘คนจริง’!
“ไปจำศีลมา 8 เดือน”! นี่..ตีความได้ว่า จากนี้ นายทักษิณ ชินวัตร ก็จะละศีล พร้อมที่จะออกมาลุยในยุทธจักรการเมืองอีกต่อไปสินะ และที่บอกกับนักข่าว.. “ตอนนี้จำอะไรไม่ได้แล้ว” นั้น..

