
คงต้องยอมรับว่า...โลกทั้งโลก มันกำลังเคลื่อนเข้าสู่ จุดเปลี่ยน แบบถนัดชัดเจนยิ่งเข้าไปทุกที จะเปลี่ยนเพราะแรงเหวี่ยง แรงสวิง จากความขัดแย้ง ไม่คิดประนีประนอมยอมความ ระหว่างมหาอำนาจยูเรเชียอย่าง รัสเซีย กับบรรดาชาติยุโรปตะวันตกอย่าง NATO หรือความขัดแย้งระหว่างพี่เบิ้มในตะวันออกกลางอย่าง อิหร่าน กับมหาอำนาจสูงสุดอเมริกาและอิสราเอล ที่ยังเงื้อๆ ง่าๆ ทำท่าว่าจะเปิดฉาก สงครามรอบใหม่ หรือไม่? อย่างไร? ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ไปจนถึงความพยายามหาจุดลงตัวระหว่างมหาอำนาจเอเชียที่กำลังผงาดเป็นมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก อย่าง จีน กับบรรดาประเทศที่ถูกใช้เป็น แนวปิดล้อม เพื่อสกัดกั้นความเติบโต ยิ่งใหญ่ ของมหาอำนาจรายนี้...ก็แล้วแต่จะว่ากันไป...
แต่ที่แน่ๆ ก็คือ...การปะทะ ขัดแย้ง ใน แนวรบ ทั้ง 3 ด้าน มันกำลังส่งแรงกระแทก แรงกระเพื่อม ไปสู่ระบบการเมือง-เศรษฐกิจ หรือกระทั่งสังคม-วัฒนธรรมของบรรดาประเทศเล็ก ประเทศน้อย ไปจนประเทศใหญ่ๆ อย่างฉกาจฉกรรจ์ยิ่งเข้าไปทุกที และนั่นเอง...ที่ทำให้แม้แต่ประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮาทั้งหลาย ย่อมหนีไม่พ้นต้องเผชิญหน้ากับ จุดเปลี่ยน ในลักษณะที่ว่า อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้ ส่วนจะเปลี่ยนไป ทางบวก หรือ ทางลบ เปลี่ยนไปสู่ความเจริญ ก้าวหน้า มั่นคง แข็งแรง หรือเปลี่ยนไปสู่ความตกต่ำ เสื่อมโทรม สับสน อลหม่าน ระส่ำระสาย อันนี้นี่แหละ...ที่ถือเป็น โจทย์ ซึ่งบรรดาผู้รักชาติ บ้านเมือง ทั้งหลาย พึงต้อง มองข้ามช็อต เอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ...
คือคงต้องยอมรับเอาจริงๆ นั่นแหละว่า...โดย จุดเปลี่ยน หรือโดยลักษณะอาการที่แสดงให้เห็นแนวโน้มแห่งความเปลี่ยนแปลงทั้งหลาย ก็คือความต้องการที่จะเป็น อิสระ ไปจากอำนาจ อิทธิพล และแรงกดดันต่างๆ นานา ที่เคย ครอบงำ โลกทั้งโลกเอาไว้นับเป็นศตวรรษๆ และทำให้โลกทั้งโลกต้องกลายเป็น โลกตะวันตก ไม่ว่าในทางการเมือง-เศรษฐกิจ-สังคม-วัฒนธรรม จะด้วยอาศัย แนวคิด-ทฤษฎี, ระบบการศึกษา, วิถีการใช้ชีวิต ไปจนถึง การค้า-การธุรกิจ ฯลฯลฯ หรืออะไรต่อมิอะไรก็แล้วแต่ ชนิดใครต่อใครทั่วทั้งโลกต้องหันมาใส่เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย หันมาคิด มาใช้ชีวิต เรียนรู้-ศึกษา ฯลฯ แบบเดียวกับ ฝรั่ง กันไปเป็นแถวๆ หรือถ้าว่ากันตามคำพูด คำจา ของ อภิมหาพระ อย่าง ท่านพุทธทาสภิกขุ คือต้องหันมาปรับสภาพตัวเองให้กลายเป็น หมาหางด้วน อย่างหน้าชื่น ตาบาน เป็นอย่างยิ่ง...
แต่ครั้นเมื่อบรรดาสิ่งเหล่านี้...มันถูกแรงกระแทก แรงกระเพื่อม หนักเข้าๆ จนทำให้พวกฝรั่ง หรือชาวตะวันตกทั้งหลาย ถึงกับต้องกู่ก้อง ร้องตะโกน เมื่อเกือบสิบปีที่แล้วว่า Westlessness หรือแสดงออกถึงความหวาดวิตก กังวล ว่าอะไรต่อมิอะไร ที่เคยเป็นเสมือนอำนาจ อิทธิพล ของ ฝ่ายตะวันตก ต่างกำลังเสื่อมโทรม ตกต่ำ ใกล้ถึงจุดสิ้นสุด อวสาน ยิ่งเข้าไปทุกที ไม่ว่าจะในทางการเมือง-เศรษฐกิจ-สังคม-วัฒนธรรม หรือแม้แต่การทหารเอาเลยก็ว่าได้ และนั่นยังอาจรวมไปถึงบรรดา แนวคิด-วิธีคิด ต่างๆ นานา ที่เคยเป็นตัวรองรับ ประชาธิปไตยแบบตะวันตก อันเป็นอะไรที่สูงส่ง วิเศษวิเสโส เสียเหลือเกิน หรือ เสรีภาพแบบตะวันตก ที่นับวันชักจะกลายเป็นเสรีภาพของพวก LGBTQ ไปแล้วในทุกวันนี้ ไปจนถึง การบริโภคแบบตะวันตก ที่ทำให้ เศรษฐศาสตร์กระแสหลัก ทั้งหลาย กลายเป็นสิ่งที่ขัดแย้งและสวนทางกับธรรมชาติ กลายเป็นสิ่งที่ปราศจากความสันโดษ หรือ ความพอเพียง อย่างเห็นได้โดยชัดเจน ฯลฯ
สิ่งที่น่าสนใจเอามากๆ ก็คือ...บรรดาความตกต่ำ เสื่อมโทรม เหล่านี้ มันจะนำไปสู่การสิ้นสุด ยุติ กันในแบบไหน? ในลักษณะไหน? และอะไร? ที่จะกลายเป็นสิ่งที่เข้ามาแทนที่ อันจะส่งผลให้ ความเปลี่ยนแปลง นั้นๆ เป็นไปในทางบวก-ทางลบต่อประเทศต่างๆ และสังคมต่างๆ ได้ด้วยกันทั้งสิ้น เป็นไปได้หรือไม่? ที่สิ่งซึ่งเคยเป็นรากฐานของแต่ละประเทศ แต่ละสังคม มาตั้งแต่อดีต อาจกลายเป็นสิ่งที่สามารถก่อให้เกิด จุดสมดุล ท่ามกลางความสับสน อลหม่าน และความระส่ำระสายทั้งหลาย ไม่ว่าสิ่งเหล่านั้นจะเคยแทรกซึม ดำรงอยู่ ในฐานะค่านิยม วัฒนธรรม ประเพณี หรือ ความเชื่อในทางศาสนา ซึ่งมักถูกนำมาใช้รองรับศีลธรรม คุณธรรม ในแต่ละเรื่อง แต่ละกรณี...
นี่...อันนี้นี่แหละ ที่น่าสนใจ น่าคิดสะกิดใจเอามากๆ โดยเฉพาะถ้าหากมันพอช่วยให้ ระบอบสีน้ำเงิน ไม่ถึงกับต้องไปเกี่ยวข้อง พัวพัน กับคุณพี่ ยี่ห้อย-ร้อยยี่สิบ มากมายจนเกินไป ไม่ต้องพัลวัน พัลเก อยู่กับบรรดา วุฒิสมาชิก ไม่ว่าจะกี่สิบ กี่ร้อยราย ก็แล้วแต่ แต่เป็นพลังขับเคลื่อนที่จะทำให้บรรดา ความเปลี่ยนแปลง ทั้งหลาย มีโอกาสเป็นไปใน ทางบวก มากกว่าที่จะเป็นไปใน ทางลบ หรือทำให้ความเปลี่ยนแปลงนั้นๆ นำไปสู่ความเจริญ ก้าวหน้า และความมั่นคง แข็งแรง ไม่วันใด-วันหนึ่ง ขึ้นมาจนได้!!!.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สุ-จิ-ปุ-ลิ'กับกระบวนการเรียนรู้และพัฒนา
คุณ โสภณ ซารัมย์ ท่านประธานรัฐสภาคนปัจจุบัน...คงต้องสารภาพว่าไม่เคยรู้จัก ไม่เคยมีโอกาสพบปะแบบเป็นตัวเป็นๆ แม้ว่าท่านคงต้องคลุกคลีกับชีวิตทางการเมืองจนบารมีแก่กล้าพอที่จะดำรงตำแหน่ง
เปลี่ยน 'มทภ.4' ก็ช่วยไม่ได้
การช่วงชิงเก้าอี้ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." คนที่ 16 ต่อคิวจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.ที่จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 ก.ย. 2569 แม้จะถูกจุดประเด็นให้มีคู่เทียบให้น่าตื่นเต้น
ขิงก็รา...ข่าก็แรง
คำพังเพยไทยที่บอกว่า “ขิงก็รา ข่าก็แรง” เราจะใช้พูดถึงคนที่ขัดแย้งกัน ด่ากันไปด่ากันมา แต่พิจารณาจริงๆ แล้วก็แล้วร้ายทั้งคู่ ขิงที่ขึ้นราก็ใช้ไม่ได้ ข่าที่กลิ่นแรงเกินไปก็ใช้ไม่ดี รัฐบาลก็ทำหลายอย่างที่ไม่ดี
เตรียมพร้อม!!!...ด้วยการ 'คิดนอกกรอบ'
เห็นว่า...กลับมารบกันอีกแล้ว!!! อิหร่านกับอเมริกา โดยจะมีอิสราเอลเข้ามาร่วมด้วย-ช่วยกัน แบบ 2 รุม 1 หรือไม่? อย่างไร? คงต้องคอยติดตามไปเป็นระยะๆ
'สีกากี' ฝุ่นตลบ!
โฟกัสแวดวง "สีกากี" สัปดาห์นี้ ไม่น่าจะมีอะไรเหนือกว่าศึกชิงเก้าอี้ "ผบ.ตร." หรือ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" คนที่ 16 ต่อจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.
'อวิชชา'กับโลกธรรมที่ไม่เป็นไปตามความปรารถนา!!!
ตกลงท่านนายกฯ เสี่ยหนู-อนุทิน ก็ยังคงไปต่อ...หรือยังคงอยู่ได้ หลังจากศาลรัฐธรรมนูญท่านได้วินิจฉัยและตัดสินไปเป็นที่เรียบโร้ยย์ย์ย์ ว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านของรัฐบาลไม่ขัดอะไรกับรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้พวกที่รู้ลึก รู้มาก แต่อาจไม่รู้จักตัวเองเอาเลยก็เป็นได้ หรือพวกที่สนุกสนานอยู่กับการร่ำลือถึงนายกรัฐมนตรีสำรอง ที่มีชื่อย่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร ศ.ศาลา อาจถึงขั้นโศกเศร้า ศึม (ซึม) กะทือ หรือไม่? อย่างไร? ก็มิอาจคาดคำนวณได้... (2) คืออันที่จริงความพยายามควานหาว่าใคร? คือผู้ที่มีชื่อย่อขึ้นด้วยตัวอักษร ศ. มันก็อาจคล้ายๆ

