
ผมล่ะ..สงสัย?
เหตุใดคุณอภิสิทธิ์-กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ถึงไม่สนับสนุน “คุณสามารถ ราชพลสิทธิ์” ลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ทั้งๆ ที่ก็เคยดำรงตำแหน่ง “รองผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ” มาก่อน (แม้จะแค่ระยะเวลาสั้นๆ) ซ้ำยังเป็น สส.บัญชีรายชื่อของพรรคอีกตั้ง 2-3 สมัย
ดีกรี-ความรู้ความสามารถรึก็จบวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต ปริญญาโทวิศวกรรมโยธา ปริญญาเอกวิศวกรรมโยธา สาขาการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง
ประสบการณ์การทำงานก็ยาวเป็นหางว่าว และไม่เคยมีมลทิน-ด่างพร้อยให้ปรากฏเป็นข่าว แต่จะเห็นมาตลอดก็คือการตรวจสอบและวิจารณ์นโยบายสาธารณะอย่างตรงไปตรงมา!
อย่าง..การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.นี้ คุณสามารถก็ได้ใช้ประสบการณ์-ความรู้ โพสต์นำเสนอให้สังคมได้วิเคราะห์-พิจารณาอย่างน่าสนใจ
แต่ด้วยเนื้อหายาวเกินเนื้อที่ ผมจึงใคร่ขออนุญาตตัดท่อนบางช่วงบางตอน โดยจะพยายามไม่ให้เสียอรรถรสกับสิ่งที่ผู้เขียนต้องการสื่อ ตามนี้..
“ไม่ได้ขอปาฏิหาริย์ แค่อยากได้ผู้ว่าฯ แบบนี้
ได้เห็นหน้าตาผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.กันไปแล้ว หลายคนอาจยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกใคร?
ผมเข้าใจดีว่า “ผู้ว่าฯ กทม.” ไม่ใช่ซูเปอร์ฮีโร่ และไม่ได้มีอำนาจเบ็ดเสร็จ แต่ในวันที่กรุงเทพฯ ต้องเผชิญทั้งน้ำท่วม รถติด ฝุ่นพิษ ค่าครองชีพสูง และปัญหาอาชญากรรม
สิ่งที่ประชาชนคาดหวัง อาจไม่ใช่ปาฏิหาริย์ แค่อยากได้ “ผู้ว่าฯ ที่เข้าใจปัญหา และลงมือแก้ปัญหาอย่างจริงจัง”
1.ไม่ทำงานแบบ “ศิลปินเดี่ยว” กรุงเทพฯ ไม่ใช่เกาะโดดเดี่ยว ชีวิตของคนกรุงเทพฯ เชื่อมต่อกับนนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และนครปฐม ตลอดเวลา
คนจำนวนมากอาศัยอยู่นอกกรุงเทพฯ แต่เดินทางเข้ามาทำงานในเมืองทุกวัน น้ำที่ท่วมกรุงเทพฯ บางครั้งก็มาจากพื้นที่รอบนอก ฝุ่น PM 2.5 ก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่เส้นแบ่งเขตจังหวัด
ดังนั้น ผู้ว่าฯ กทม.ที่ดี ต้องไม่ทำงานแบบ “ต่างคนต่างทำ” แต่ต้องมีความสามารถในการประสานงานและสร้างความร่วมมือกับจังหวัดปริมณฑล
รวมถึงรัฐบาล หน่วยงานรัฐ และภาคเอกชน เพราะปัญหาของมหานครในวันนี้ ผู้ว่าฯ เพียงคนเดียวไม่สามารถแก้ได้
ผู้ว่าฯ ที่ประชาชนต้องการ จึงไม่ใช่แค่ “คนเก่ง” แต่ต้องเป็น “คนที่ทำให้ทุกฝ่ายทำงานร่วมกันได้”
2.ไม่เอาคำว่า “ไม่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ” มาเป็นข้ออ้าง ประชาชนเข้าใจดีว่า ผู้ว่าฯ กทม.ไม่ได้มีอำนาจทุกเรื่อง
แต่สิ่งที่ประชาชนรับไม่ได้ คือ การใช้ข้อจำกัดนั้นเป็น “คำอธิบายถาวร” ว่าทำไมปัญหาจึงไม่ถูกแก้เสียที...
3.มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเมือง ไม่ใช่แค่บริหารไปวันๆ เมืองที่ดีไม่ได้วัดกันที่จำนวนตึกสูง แต่วัดกันที่ “คุณภาพชีวิตของคนตัวเล็กที่สุดในเมือง”
ผู้ว่าฯ ที่ดีต้องมองไกลกว่าแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ต้องกล้าคิดเรื่องอนาคตของเมือง เช่น จะทำอย่างไรให้ฟุตปาธไม่เป็นอุปสรรคต่อการสัญจร?
จะทำอย่างไรให้คนทุกเขตเข้าถึงสวนสาธารณะได้อย่างสะดวกและปลอดภัย? จะทำอย่างไรให้เด็ก คนแก่ คนพิการ และหญิงมีครรภ์ใช้เมืองนี้ได้อย่างเท่าเทียม?
จะทำอย่างไรให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่ ไม่ใช่แค่น่าทำงาน? จะป้องกันไม่ให้กรุงเทพฯ จมน้ำจากแผ่นดินทรุดและระดับน้ำทะเลสูงขึ้นได้อย่างไร?
4.รับฟังประชาชน ไม่ใช่แค่เก่งประชาสัมพันธ์ ทุกวันนี้ นักการเมืองจำนวนมากเก่งการสื่อสาร ไลฟ์เก่ง ถ่ายคลิปเก่ง ทำคอนเทนต์เก่ง
แต่ประชาชนไม่ได้ต้องการแค่ “ผู้ว่าฯ ที่ดูขยัน” ประชาชนต้องการ “ผู้ว่าฯ ที่แก้ปัญหาได้จริง”
การรับฟังประชาชน ไม่ใช่แค่เปิดเพจให้คอมเมนต์ แต่ต้องกล้ายอมรับความผิดพลาด กล้าย้อนดูว่านโยบายไหนไม่ได้ผล และกล้าปรับปรุง
5.สรุป เมืองใหญ่แบบกรุงเทพฯ ไม่มีวันที่จะสมบูรณ์แบบได้ แต่ประชาชนก็พร้อมจะให้อภัย ถ้าเห็นว่าผู้นำเมือง “จริงใจและพยายามแก้ปัญหาอย่างเต็มที่”
ท้ายที่สุดแล้ว คนกรุงเทพฯ อาจไม่ได้กำลังมองหา “ผู้ว่าฯ ที่เก่งที่สุด” แต่อยากได้ผู้ว่าฯ ที่เห็นปัญหาเดียวกับประชาชน เข้าใจชีวิตคนธรรมดา และพร้อมลงมือทำมากกว่าพูด
เพราะคนกรุงเทพฯ ไม่ได้ขอปาฏิหาริย์ แค่อยากได้ผู้ว่าฯ แบบนี้เท่านั้นเอง
แล้วคุณล่ะ... อยากให้ผู้ว่าฯ คนใหม่แก้ปัญหาอะไรมากที่สุด?”
สำหรับผม.. แก้นิสัยคนใช้รถ-ใช้ถนนที่มักง่าย เห็นแก่ตัว ไม่เคารพ-เกรงกลัวกฎหมายครับ..
ยากไปไหม?.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฉันจะไม่กลับมา..
มีใครเคยโดนมั้ย? อยากรู้จริง ไม่ได้แกล้งถาม เพราะตั้งแต่เกิดมาจำความได้ ผมไม่เคยรู้-ไม่เคยเห็นจะมีใคร โดยเฉพาะพ่อค้า-นักการเมือง-ข้าราชการคนไหน..
นโยบาย..ขี้หมา?
“การที่คนไทยแห่กันไปรับเงินแจกมาก ไม่ใช่เรื่องน่ายินดี แต่เป็นเรื่องน่าสังเวช ไม่ต่างกับการที่คนไทยเป็นขอทานมากขึ้น ก็เป็นเรื่องน่าสลดใจในการบริหารบ้านเมืองที่ล้มเหลวไม่เป็นชิ้นดี
‘น้ำดื่ม’คลองแสนแสบ
“ขอให้ธนาธรหลุดคดี 112 วัคซีนพระราชทาน การพูดถึงวัคซีนดังกล่าว มิได้ดูหมิ่น หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์แต่อย่างใด”
มูลค่าคาดการณ์?
ไม่เพียง “นายกรัฐมนตรี” ที่โกยความสำเร็จหลังเยือนฝรั่งเศส วงการอุตสาหกรรมบันเทิง-หนังไทย ก็เห็นว่า “ประสบความสำเร็จ” เป็นอย่างมากจากการยกทัพไปร่วม “เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 79” ณ ประเทศฝรั่งเศส ที่เพิ่งปิดฉากลง!
‘เสียคน’จนได้!
ขวัญเอย..ขวัญมา! เนี่ย..เห็นจะต้องปลอบโยนกันหน่อยกับการที่ “ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง” เห็นภาพ และข่าวคุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ก้มกราบพระบาท..
ไม่รักไม่ว่า
มังคุดคัดรสชาติอุบาทว์! ก็..สมควรแล้วที่ “นายมะเดี่ยว” อภิเชษฐ์ เอติรัตนะ คนโพสต์รีวิวจะถูกคุณเอกชัย ศรีวิชัย นักร้อง-ศิลปินเมืองใต้ ฟาด (ปาก) เอาด้วยข้อความ..


