พระโกศพระบรมอัฐิ'พระพันปี' ประณีตศิลป์ล้ำค่าแห่งความอาลัย

การก่อสร้างพระเมรุมาศและเครื่องประกอบเนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีความคืบหน้าตามลำดับ พระโกศพระบรมอัฐิ หนึ่งในเครื่องประกอบพระอิสริยยศที่ทรงคุณค่าถวายพระเกียรติ หลังจากเสร็จสิ้นงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ จะมีการเก็บพระบรมอัฐิ และพระบรมราชสรีรางคาร นําไปบําเพ็ญกุศล เพื่อเป็นการแสดงความเคารพ ความอาลัย และความกตัญญูู ทั้งนี้ การจัดสร้างพระโกศพระบรมอัฐิจะทําควบคู่กันไปตามโบราณราชประเพณี

การสร้างพระโกศพระบรมอัฐิสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ยึดหลักการออกแบบให้ถูกต้องตามโบราณราชประเพณี ควบคู่กับความงดงามทางรูปแบบศิลปกรรม ที่สะท้อนพระราชจริยาวัตรและพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวไทย  ปัจจุบันออกแบบแล้วเสร็จ

นายสมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร นายช่างประณีตศิลป์  สำนักช่างสิบหมู่  ศิลปินแห่งชาติ กล่าวถึงแนวคิดการออกแบบว่า พระโกศพระบรมอัฐิทำด้วยทองคำลงยาราชาวดีประดับรัตนชาติ รูปทรง 8  เหลี่ยม ยอดทรงพระมหามงกุฎทรง 8 เหลี่ยม ประดับเครื่องอุบะห้อย ดอกไม้ทิพย์ ดอกไม้ไหวตามชั้นต่างๆ ส่วนพุ่มยอดข้าวบิณฑ์ที่เป็นฝาพระโกศ ยอดฝาพระโกศทำด้วยโลหะเงิน เฟื่องและอุบะมีลวดลายทำด้วยโลหะเงินประดับเพชร

 ส่วนดอกไม้ที่ปากฐานพระโกศจะทำลวดลายหงส์ กลีบของจงกลพระโกศจะเป็นพระพรหม ลงยาสีฟ้า เป็นสีประจำวันศุกร์ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ส่วนฐานพระโกศจะจารึกพระนามาภิไธย   โดยจะจัดสร้างพระโกศพระบรมอัฐิ ขนาดใหญ่ (80 ซม.) 1 องค์ พระโกศพระบรมอัฐิ ขนาดเล็ก (65 ซม.) จำนวน 4 องค์ 

“ แนวคิดในการออกแบบพระโกศพระบรมอัฐิสอดคล้องกับการออกแบบพระเมรุมาศ เป็นพรหมพักตร์ สื่อถึงการเสด็จสู่พรหมโลกหลังการสวรรคต และสื่อถึงพระราชสมัญญา “แม่ของแผ่นดิน” ที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเสมือนมารดาดูแลรักษาบุตร ดังพรหมของบุตร เป็นการถวายพระเกียรติยศแสดงความเคารพอย่างสูง  ซึ่งพระพรหมทรงหงส์เป็นพาหนะเป็นหงส์ จึงนำรูปหงษ์มาออกแบบลวดลายบนพระโกศด้วย  ส่วนการลงยาสีต่างๆ สีหลักจะเป็นสีฟ้าเลื่อมประภัสสร นอกจากนี้ ออกแบบลวดลายกระสวยทอผ้า เส้นไหม ผ้าทอ รวมถึงลายค้อน และเส้นโลหะทองในงานคร่ำทอง  สะท้อนการทรงงานส่งเสริมราษฎรมีอาชีพผ่านศิลปาชีพ และการอนุรักษ์ภูมิปัญญาหัตถศิลป์ไทยอันทรงคุณค่าของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง “ นายสมชาย กล่าว

ขั้นตอนการจัดสร้างพระโกศพระบรมอัฐิ ขณะนี้สำนักช่างสิบหมู่ปริ้นท์ขึ้นรูปด้วยวัสดุเรซิ่นต้นแบบพระโกศพระบรมอัฐิเพื่อเคาะขึ้นรูปเรียบร้อยแล้ว  โดยแยกส่วนเป็นชิ้นๆ จากนั้นจะเข้าสู่การเขียนลวดลายตามแบบที่ได้ออกแบบไว้ตามด้วยขั้นตอนช่างสลักดุนจะสลักดุนตามแบบอย่างวิจิตรงดงาม  ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการส่งไปชุบทองคำอีกครั้ง เพื่อให้เนื้อทองคำเสมอกัน จากนั้นจะส่งต่อให้ช่างดำเนินการฝังเพชรพลอย แล้วส่งต่อให้ช่างลงยาสี จากนั้นจะนำมาประกอบกันเป็นองค์พระโกศ ดูสัดส่วนให้คงรูปสวยงามตั้งแต่ฐานไล่ไปจนถึงส่วนยอดพระโกศ ทุกขั้นตอนเหล่าช่างสิบหมู่จะถวายงานด้วยความประณีตตามรูปแบบงานช่างศิลปกรรมไทย

 ส่วนฉากบังเพลิงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  นายสมชาย ผู้ออกแบบเผยแรงบันดาลใจว่า ออกแบบลายเส้นเป็นภาพจตุโลกบาล อ้างอิงต้นแบบวิหารยอดวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ปรับรูปแบบจากถืออาวุธเปลี่ยนเป็นถือดอกบัวเพื่อมาร่วมถวายพระเพลิงพระบรมศพ  ฉากบังเตาออกแบบลายเส้นเป็นพระแม่ยมุนาและพระแม่คงคา สื่อเทพเทวดาผู้หญิงที่ได้รับการเคารพบูชา อ้างอิงจิตรกรรมพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ในเครื่องแต่งกายชุดไทยพระราชนิยม โดยเขียนแบบภาพไทย เพื่อเป็นแบบสำหรับแกะไม้สัก ประดับตกแต่งด้วยปีกแมงทับ และจิตรกรรมประกอบ  ส่วนฉากด้านข้างจัดปักโดยฝีมือช่างสถาบันสิริกิติ์ ซึ่งสถาบันแห่งนี้ถือกำเนิดจากพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  ทุกกระบวนการสร้างสรรค์เป็นงานประณีตศิลป์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'กรมศิลปากร' เตรียมพร้อมจัดสร้างพระเมรุมาศ 'สมเด็จพระพันปีหลวง'

นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า กรมศิลปากรเป็นหน่วยงานหลักในเรื่องการออกแบบและการก่อสร้างพระเมรุมาศ และอาคารประกอบ ซึ่งได้มีการเตรียมความพร้อมผู้ปฏิบัติงานในการถวายความจงรักภักดีแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

ช่างไทยสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.7

พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 องค์ใหม่  ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรขอความร่วมมือกระทรวงวัฒนธรรม กรมศิลปากร โดยสำนักช่างสิบหมู่ รับผิดชอบจัดสร้าง  โดยจะมีขนาด 4 เท่าของพระองค์จริง

ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค สุดวิจิตรประณีตศิลป์ไทย

เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  มีกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติทั่วประเทศไทย งานพระราชพิธีสำคัญที่จะเกิดขึ้นการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช 2567 ณ วัดอรุณราชวรารามฯ

ซ่อมเรือพระราชพิธีใกล้เสร็จ

21 มิ.ย. 2567 - เวลา 9.15  น. นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ตรวจเยี่ยมการซ่อมแซมและตกแต่งเรือพระราชพิธี ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี และเยี่ยมชมการฝึกซ้อมฝีพาย ณ แผนกเรือราชพิธี กองเรือเล็ก กรมการขนส่งทหารเรือ กองทัพเรือ เ