
พระมารดา ...ผู้ซึ่งลา-ละ-สละจากโลกใบนี้ ไปเมื่อซักไม่กี่ปีที่แล้ว ท่านเคยได้เล่าถึงสีสัน บรรยากาศ ของบ้านเมือง ในช่วงระหว่าง สงครามโลกครั้งที่ 2 ขณะที่ท่านยังเป็นสาวๆ แส้ๆ ได้อย่างมีอรรถรส ชนิด หลับตานึกภาพ ได้ไม่ยาก เล่นเอา อันตัวข้าพเจ้าเอง ที่ถึงแม้จะแก่แล้ว-ชราแล้วในช่วงนี้ แต่ก็ยัง เกิดไม่ทัน สำหรับฉากเหตุการณ์ในช่วงระยะนั้น ได้แต่นั่งอ้าปากหวอ เหมือนได้ฟังละครวิทยุ หรือละครหลังข่าว อะไรประมาณนั้น...
ไม่ว่าจะฉากเหตุการณ์ประเภท...ผู้ที่สามารถมุดเข้าไปในโพรงไม้ขณะได้ยินเสียงหวอเตือนภัย หรือเสียงระเบิด แต่หลังจากเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว ดันโผล่กลับออกมาไม่ได้ ต้องเจาะโพรง งัดโพรง กันเป็นชั่วโมงๆ ชนิดแทบตอบไม่ได้ว่าอีตอนมุดเข้ามุดเข้าไปยังไงกันแน่ หรือฉากประเภทคุณย่า คุณยาย อุตส่าห์ตระเตรียมห่อทรัพย์สินเงินทองใส่พก ใส่ห่อ ไว้เป็นอย่างดี แต่พอได้ยินเสียงหวอเท่านั้น แทนที่จะฉวยห่อบรรจุข้าวของโดดลงหลุมหลบภัย กลับหันไปคว้าไห คว้ากะละมัง กระเตงติดตัวไปซะนี่ ไปจนฉากเหตุการณ์อันน่าขนลุก ขนพอง ที่ไม่รู้ว่าขาใคร? แขนใคร? ห้อยค้างเติ่งอยู่บนต้นไม้ ต้นโน้น ต้นนี้ เนื่องจากแรงระเบิด ที่ไม่คิดจะปรานี-ปราศรัย ผู้หนึ่ง ผู้ใด เอาเลยแม้แต่น้อย...
และก็แน่ละว่า...ฉากเหตุการณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากนานาประการ ไม่ว่าการขาดแคลนเสื้อผ้า ข้าว-ปลา-อาหาร ไปจนถึงยารักษาโรค ต้องอาศัยถุงกระสอบมาตัดผ้า ตัดเสื้อ เอาเลยถึงขั้นนั้น สบู่ ผงซักฟอก เครื่องใช้-ไม้สอยประจำวัน เป็นอะไรที่หายาก หาเย็น ยิ่งกว่าหาหนวดเต่า-เขากระต่าย เอาเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะถ้าหากไม่ได้ วีรกรรม ของบิดาบังเกิดเกล้าของพระมารดา หรือของคุณตาตอนหนุ่มๆ ที่จำแลง แปลงกาย เป็น พยัคฆ์ร้ายไทยถีบ คอยแอบไปถีบสินค้าที่จะส่งให้ทหารญี่ปุ่นจากตู้รถไฟ เอามากิน-มาใช้ โอกาสที่จะอยู่รอด เหลือดรอด จากเหตุการณ์ครั้งนั้น ก็อาจเป็นไปไม่ได้เอาเลยก็ไม่แน่!!!
นี่...ต้องเรียกว่า มันออกจะเป็นอะไรที่น่าสยดสยอง พองขน พอสมควร สำหรับที่เรียกว่า สงคราม ที่แทบไม่ได้ก่อให้เกิดความเมามันซ์ซ์ซ์ใดๆ เหมือนใน หนังฮอลลีวูด อยู่แล้วแน่ๆ หรือแม้ เกิดไม่ทัน แต่ก็ยังพอ นึกภาพออก หรือยังอดรู้สึกวูบๆ ไหวๆ กับสีสัน บรรยากาศ ที่ถูกถ่ายทอดจาก พระมารดา ในแต่ละเรื่อง แต่ละแง่ แต่ละมุม ขึ้นมาไม่ได้ ยิ่งถ้าหากเก็บมาคิด เก็บมาเทียบเคียง กับฉากเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นภายในอนาคตเบื้องหน้า ยิ่งอดที่จะใจหาย ใจคอห่อเหี่ยว คิดไม่ออก-บอกไม่ถูก ว่าจะสามารถเตรียมตัว-เตรียมใจ รับมือกับฉากสถานการณ์ดังกล่าวได้มาก-น้อยเพียงใด???
คือพูดง่ายๆ ว่า...แค่ อินเทอร์เน็ตล่ม ก็ตายแล้ว!!! สำหรับผู้คนในยุคนี้ สมัยนี้ แค่ไม่มี ไฟฟ้า ใช้ ไม่สามารถอุ่นข้าว-ปลา-อาหารจากเตาไมโครเวฟ ไม่สามารถเปิด แอร์กี่ ผ่อนคลายความร้อนในระดับตับแลบ ม้ามแลบ ฯลฯ ก็แทบอยู่ไม่ได้ แทบอยากไปเกิดใหม่ให้รู้แล้ว รู้แรด เอาเลยถึงขั้นนั้น เพราะโดยวิถีของโลกสมัยใหม่ ของคนยุคใหม่ คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้ ว่ามันออกจะเป็นอะไรที่ เปราะบาง เอามากๆ สำหรับการเผชิญกับฉากเหตุการณ์ร้ายๆ อันเป็นฉากเหตุการณ์ที่บรรดาคนรุ่นเก่า ยุคเก่า ต่างต้องเคยผ่าน เคยผจญกับอุปสรรค ขวากหนาม มาโดยตลอด...
ภายใต้ ความเปราะบาง เหล่านี้นี่เอง...มันจะก่อให้เกิดอารมณ์-ความรู้สึกนึกคิด วิธีคิด วิธีการตัดสินใจ ในแบบไหนต่อแบบไหน ก็ยากที่จะคาดคำนวณได้ชัดเจน แต่คงไม่ถึงกับยากเกินไปที่จะนึกถึงภาพความโกลาหล อลหม่าน ความหูแหก-ตาแหก ความสวิงไป-สวิงมา ความ สุดโต่ง ไปในด้านหนึ่ง-ด้านใด ฯลฯ ทันที่ฉากเหตุการณ์ใดๆ ก็แล้วแต่ ส่งผลให้ สติ ซึ่งหลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิด สูญหายไปชนิดไม่เหลือติดปลายนวมเอาไว้เลย อันจะทำให้สิ่งที่เรียกว่า ปัญญา ย่อมไม่มีสิทธิ์งอกเงยขึ้นมาโดยเด็ดขาด และนั่นเอง...ที่อาจทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างไหลไปสู่ ความฉิบหาย...กับ...ฉิบหาย ยากที่จะสามารถผ่านอุปสรรค ขวากหนาม เหมือนกับคนรุ่นก่อน ยุคก่อน ได้เลย...
ด้วยเหตุนี้...ก็เลยมีแต่ต้องสวดมนต์ ภาวนา เอาไว้ก่อนล่วงหน้านั่นแหล่ะทั่น!!! ขออย่าให้ฉากเหตุการณ์ระดับ สงคราม ใดๆ ก็แล้วแต่ หวนกลับมาสู่ประเทศไทย สังคมไทย อีกเลย เพราะเพียงแค่ สงครามยูเครน ที่อยู่ห่าง อยู่ไกล ไปจากประเทศไทยไม่รู้จะกี่โยชน์ต่อกี่โยชน์ ยังก่อให้เกิดความสะท้าน สะเทือนเลื่อนลั่น มิใช่น้อย โดยเฉพาะเมื่อต้องเจอกับราคาน้ำมัน ราคาสินค้าต่างๆ ที่แพงระดับหูฉี่ หูลี่ ยิ่งเข้าไปทุกที ขณะความขัดแย้ง แตกแยก ของผู้คนภายในสังคม ยังแทบไม่ได้ทุเลา เบาบาง ลงไปเลยแม้แต่น้อย แถมยิ่งออกอาการสวิงไป-สวิงมา ออกอาการสุดโต่งไปในด้านหนึ่ง-ด้านใด ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ โอกาสที่แนวโน้มในแต่ละเรื่องจะไหลไปสู่ ความฉิบหาย...กับ...ฉิบหาย อันเนื่องมาจากการขาดสติ ไร้สติ ยิ่งดูจะมีโอกาสเป็นไปได้สูงยิ่งเข้าไปเท่านั้น...
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คิดจะฟ้องไทย...ไงกลายเป็นหมาหัวเน่า
สันดานโจร สันดานคนโกหก กล่าวหาไทยด้วยข้อความเป็นเท็จ พูดจาด้วยท่าทีที่รุนแรง หวังที่จะฟ้องประชาคมโลกให้ช่วยรุมประณามไทย ดรามาว่าข้อพิพาทระหว่างเขากับเราในเวลานี้ ไทยเราเป็นคนเริ่มต้น ไทยเราเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กอย่างไร้มนุษยธรรม ดรามาทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร ใช้คนแก่
ความรู้-คู่-คุณธรรม
คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้...ว่าด้วยความ ก้าวหน้า-ก้าวไกล ของเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านการสื่อสารมันเลยทำให้บรรดา กูรู-กูรู้ ไม่ว่าในบ้านเราหรือในระดับโลกก็ตามที
'แคนดิเดต ผบ.' หวิดงานเข้า
จู่ๆ ก็เกือบงานเข้า บิ๊กไมค์-พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หนึ่งในแคนดิเดตชิงเก้าอี้ "ผู้นำสีกากี" ต่อจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก
เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม
ป้อมปราการที่มิมีผู้ใดจะตีแตก!!!
อย่างที่เคยพูดๆ เอาไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันรู้ผล เลือกตั้ง ครั้งสุดท้ายของบ้านเรานั่นแหละว่า...ไม่ว่าใคร? พรรคใด? ได้เสียงข้างมาก ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แต่ย่อมหนีไม่พ้นต้อง ซวยฉิบหาย-ซวยตายห่า
โละ 'บัญชีผี' กอ.รมน.
เอ๊ะ!!! ไม่รู้มีอะไรในกอไผ่มากกว่าหน่อไม้หรือไม่ เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา "4 แคนดิเดต" ชิงเก้าอี้ "ผบ.ตร." หรือ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" คนที่ 16 ต่อคิวจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์

