ว่าด้วยการเกิด-การเจ็บป่วย-ก่อนการตาย!!!

หายหน้า-หายตาไปหลายวัน...ด้วยเหตุเพราะต้องไปนอนเขลงอยู่ใน ห้องไอซียู ของโรงพยาบาลถึง 2 วัน 2 คืน ก่อนที่จะขออนุญาตปลีกตัวมาเยียวยา รักษาอาการ อยู่ที่บ้านกันแทนที่ พูดง่ายๆ...ก็คือด้วยเหตุเพราะโรคาพยาธิ โรคภัย-ไข้เจ็บนั่นแหละทั่น ส่วนจะเป็นโรคอะไร หนัก-เบาไปถึงขั้นไหน ก็อย่าถึงกับต้องไปเสียเวลาสนใจให้มากเรื่อง-มากความ เพราะด้วยอายุ-อานามปูนนี้แล้ว คงหนีไม่พ้นต้อง แง้มฝาโลง กันไปตามสภาพ...

แต่จากการได้ไปนอนในโรงพยาบาล แล้วเปลี่ยนกลับมานอนพักรักษาตัวเองที่บ้าน...ก็พอจะช่วยให้เกิด ประสบการณ์ ที่ออกจะผิดแผก แตกต่าง กันอยู่มิใช่น้อย อาจประมาณความแตกต่างระหว่าง หน้ามือ กับ หลังตีน อะไรทำนองนั้น คือแม้ว่าการใช้ชีวิต ฝากชีวิต เอาไว้ในโรงพยาบาล มันอาจเป็นอะไรที่พอช่วยให้เกิดการรับประกัน การันตี ได้ค่อนข้างแน่นอน ว่าคงไม่ถึงกับต้อง เด๊ดสะมอเร่ย์ อิน เดอะ เท่งทึง เอาง่ายๆ ด้วยอุปกรณ์ เทคนิค-เทคโนโลยี ด้วย ความรู้ ทางการแพทย์ของบรรดาบุคลากรทางการแพทย์ยุคใหม่ สมัยใหม่ ย่อมพอช่วยให้สามารถเอาชนะโรคโน้น โรคนี้ ได้อย่างเป็นจริง-เป็นจัง ยิ่งเข้าไปทุกที...

แต่ก็นั่นแหละ...นอกเหนือไปจากเรื่อง ความรู้ หรืออุปกรณ์ เทคโนโลยี อะไรต่อมิอะไรก็แล้วแต่ สิ่งที่บรรดา ผู้ป่วย หรือผู้ที่ตกอยู่ในอาการ ร่อแร่ๆ ทั้งหลาย อาจปรารถนาและต้องการเอามากๆ บางครั้ง-บางครา...มันอาจไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องความรู้-ความเข้าใจ ต่อบรรดารายละเอียดของโรค-ภัย-ไข้-เจ็บทั้งหลาย แต่อาจเป็นแค่ความเป็นห่วง-เป็นใย ความผูกพันเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ หรือความ เอื้ออาทร ในระดับธรรมดาๆ นี่แหละ ที่บรรดาผู้ที่อยู่อาศัยภายในบ้านเดียวกัน ครอบครัวเดียวกัน ไม่ว่าจะในฐานะพี่ๆ-น้องๆ ลูกๆ-หลานๆ หรือผู้ที่ยังมี สายใยแห่งความเป็นครอบครัว เป็นตัวเชื่อมประสานเอาไว้ แม้จะไม่รู้เรื่องอะไรต่อมิอะไรในการรักษา เยียวยา เอาเลยก็เถอะ แต่กลับเป็นสิ่งที่มีคุณค่า ราคา สำหรับ ผู้ป่วย หรือผู้ที่กำลัง ร่อแร่ๆ กว่าบรรดา ผู้รู้ ในเรื่องราวเหล่านี้ไม่รู้กี่สิบ-กี่ร้อยเท่า...

คือในเมื่อ...ยังไงๆ คนเรามันย่อมต้อง ตาย ต้อง เด๊ดสะมอเร่ย์ อิน เดอะ เท่งทึง ไม่วันหนึ่ง-วันใด อยู่แล้วแน่ๆ ไม่ว่าจะรักษาหาย-ไม่รักษาหาย หรือไม่ว่าจะรอดปากเหยี่ยว-ปากกาไปอีกกี่ยกต่อกี่ยกก็ตามแต่ สายใยความผูกพัน ระหว่างผู้ป่วยหรือคนไข้ กับผู้ที่พยายามช่วยเหลือ ดูแล แบบชนิดมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ จึงเป็นอะไรที่ประณีต ละเอียดอ่อน ก่อให้เกิดความซาบซึ้ง ซาบซ่าน เกินกว่าจะให้คำอธิบาย โดยไม่ว่ามันจะช่วยให้หาย-ไม่หาย รอด-ไม่รอด ช่วยประคับประคองให้พอมีชีวิตอยู่ หรือต้องตายโหง-ตายห่าไปก่อนกำหนดการ แต่อันนั้นนั่นแหละ...มันออกจะมีค่า มีราคา สูงส่งเอามากๆ กว่า ตัวยา หรือกว่า กรรมวิธีรักษา ใดๆ เอาเลยก็ไม่แน่ และอาจเป็นตัวทำให้สิ่งที่เรียกว่า ความตาย กลายเป็นแค่เรื่องหีดๆ หุ้ยๆ ไม่ได้สลักสำคัญ หรือไม่ได้น่า เกลียด น่ากลัว อะไรมากมาย เพราะยังไงๆ...การเกิด-การเจ็บ-การตาย ย่อมถือเป็น กระบวนการ ชนิดหนึ่งของชีวิตอย่างมิอาจปฏิเสธ...

การนั่งๆ-นอนๆ อยู่ในห้อง ไอซียู ของโรงพยาบาล 2 วัน 2 คืน...กับการแหกหักมาตรการรักษามานอนป่วยอยู่ที่บ้าน จึงก่อให้เกิด จินตนาการ เกิดความหวัง ความฝัน บางสิ่ง-บางอย่างขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง คือ ฝัน ถึงขั้นว่า ถ้าหากกระบวนการรักษา เยียวยาผู้ป่วย หรือคนไข้ในบ้านเรา ออกไปทางคล้ายๆ กับประเทศเล็กๆ ในแถบทะเลแคริบเบียน อย่างประเทศ คิวบา ที่พยายามหาทางทำให้ บ้าน กลายเป็น โรงพยาบาล โดยมี หมอ หรือ ผู้รู้-ผู้เชี่ยวชาญ เทียวไป-เทียวมา โดยไม่ต้องไปเสียเวลานอนพะงาบๆ อยู่ภายในสถานพยาบาลอันเดียวกัน หรือภายในสถานที่ที่อาจไม่ต่างไปจาก โรงฆ่าสัตว์ อะไรประมาณนั้น ไม่ใช่แค่เฉพาะความเจ็บ ความป่วย ของผู้คนเท่านั้น ที่อาจพอช่วยให้ทุเลา เบาบาง ลงไปได้บ้าง แต่น่าจะยังทำให้สิ่งที่เรียกว่า ความตาย เป็นอะไรที่ไม่ได้น่าเกลียด น่ากลัว ซักกี่มาก-น้อย ด้วยเหตุเพราะบรรดา สายใยความผูกพัน ต่างๆ ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในบ้านแต่ละบ้านนั่นเอง และเป็นสิ่งที่ไม่อาจจัดหา จัดสร้าง ขึ้นมาภายใน โรงพยาบาล แต่ละแห่งกันได้ง่ายๆ มันอาจเป็นตัวช่วย เยียวยา และ ฟื้นฟู สิ่งต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลกว่ากระบวนการดูแล รักษา พยาบาล ในยุคใหม่ๆ หรือเทคนิคความรู้ทางการแพทย์ใหม่ๆ ไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า...

สรุปรวมความแล้ว...เอาว่า ยัง ไม่ถึงกับตาย หรือยังไม่ได้ เด๊ดสะมอเร่ย์ อิน เดอะ เท่งทึง ไปก่อนกำหนดการนั่นแหละทั่น เลยยังพอมีโอกาสมาเขียนข้อเขียน บทความชิ้นนี้ ให้พอได้อ่านๆ กันไปตามสภาพ แต่โดยเรี่ยวแรง กำลังวังชาเท่าที่เหลืออยู่ อาจไม่สามารถกลับไปเขียนอะไรต่อมิอะไรได้เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว เอาแค่เจอกัน อาทิตย์ละครั้ง น่าจะยังพอไหว แต่ถ้าจะให้ไป ออกอาวุธโต้ กับใครต่อใครแบบ ช่วยหามลุง...ไปตีกะมันที คงต้องรอจนกว่าจะมีโอกาสไป เกิดใหม่ เอาเลยโน่นแหละ...

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คิดจะฟ้องไทย...ไงกลายเป็นหมาหัวเน่า

สันดานโจร สันดานคนโกหก กล่าวหาไทยด้วยข้อความเป็นเท็จ พูดจาด้วยท่าทีที่รุนแรง หวังที่จะฟ้องประชาคมโลกให้ช่วยรุมประณามไทย ดรามาว่าข้อพิพาทระหว่างเขากับเราในเวลานี้ ไทยเราเป็นคนเริ่มต้น ไทยเราเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กอย่างไร้มนุษยธรรม ดรามาทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร ใช้คนแก่

ความรู้-คู่-คุณธรรม

คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้...ว่าด้วยความ ก้าวหน้า-ก้าวไกล ของเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านการสื่อสารมันเลยทำให้บรรดา กูรู-กูรู้ ไม่ว่าในบ้านเราหรือในระดับโลกก็ตามที

'แคนดิเดต ผบ.' หวิดงานเข้า

จู่ๆ ก็เกือบงานเข้า บิ๊กไมค์-พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หนึ่งในแคนดิเดตชิงเก้าอี้ "ผู้นำสีกากี" ต่อจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์

แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก

เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม

ป้อมปราการที่มิมีผู้ใดจะตีแตก!!!

อย่างที่เคยพูดๆ เอาไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันรู้ผล เลือกตั้ง ครั้งสุดท้ายของบ้านเรานั่นแหละว่า...ไม่ว่าใคร? พรรคใด? ได้เสียงข้างมาก ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แต่ย่อมหนีไม่พ้นต้อง ซวยฉิบหาย-ซวยตายห่า

โละ 'บัญชีผี' กอ.รมน.

เอ๊ะ!!! ไม่รู้มีอะไรในกอไผ่มากกว่าหน่อไม้หรือไม่ เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา "4 แคนดิเดต" ชิงเก้าอี้ "ผบ.ตร." หรือ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" คนที่ 16 ต่อคิวจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์