อยู่มาถึงอายุปูนนี้ งานสังคมที่จะหลีกเลี่ยงไม่พ้นก็เห็นจะเป็นงานศพของพ่อแม่ผู้แก่เฒ่า หรือไม่ก็เพื่อนฝูงรุ่นราวคราวเดียวกันที่ขี้เกียจหายใจหรือไม่ก็ถูกโรคต่างๆ รุมสกรัม กับงานแต่งของบรรดาลูกๆ ของเพื่อน ถึงแม้จะพยายามเก็บตัวเป็นคนโลว์โปรไฟล์แบบวัยเกษียณแล้วก็ตาม
ว่าด้วยงานมงคลแล้ว ก็ต้องยอมรับว่าประเด็นที่จะมีการเมาธ์แตกก็คือ รุ่นลูกของเรานั้นส่วนใหญ่ปฏิเสธที่จะผลิตทายาทให้กับคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายไว้เลี้ยงแก้เหงา ด้วยเหตุผลว่า ..สงสารเด็ก!! ที่จะต้องมาเผชิญกับโลกที่มิได้สุดสวยตามมโนภาพและการจินตนาการสร้างฝันอีกต่อไป
นี่เป็นการมองโลกในแง่ร้าย..เกินไปไหม?!?
มนุษย์ป้าตั้งคำถาม??? ซึ่งบรรดารุ่นลูกก็อรรถาธิบายว่า ความคิดของพวกเขาไม่ได้เกิดจากอารมณ์ หรือความเห็นแก่ตัว ไม่เสียสละ ไม่อดทนอย่างที่พ่อแม่สงสัยหรอกนะ แต่มองออกไปบนโลกใบนี้ เขาพบว่าความสัมพันธ์ของประชากรโลกและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate change ความต้องการอาหาร น้ำ ปัญหาความร้อนและสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องจริงที่เจ็บปวด
เหมือนนักวิจัยที่บอกว่า "ในฐานะที่มนุษย์เป็นสายพันธุ์สิ่งมีชีวิตอย่างหนึ่ง เราใช้ทรัพยากรธรรมชาติมากเกินไป ผลักดันให้สายพันธุ์อื่นๆ สูญพันธุ์ และแม้กระทั่งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกด้วยมลภาวะของเรา จำนวนผู้คนที่เพิ่มขึ้นบนโลกนี้ก็จะเป็นผลโดยตรง"
แปลทัศนคติของเด็กรุ่นใหม่นี้กับการสร้างครอบครัว ก็คงต้องสรุปว่า เขาคิดว่ามนุษย์กำลังใช้ทรัพยากรธรรมชาติเร็วกว่าที่ระบบนิเวศของโลกสามารถสร้างขึ้นใหม่ เขาจึงไม่อยากมีลูกที่มาเพิ่มปัญหาให้กับโลก และไม่ต้องการเห็นลูกของเขาเผชิญกับปัญหาการแย่งชิงทรัพยากร
สุดโต่งหรือไม่กับความคิดนี้ ก็คงจะไปชี้ผิดชี้ถูกไม่ได้ แต่สำหรับมนุษย์ป้าแล้วรู้สึกว่า ถ้าเราไม่อยากเห็นลูกหลานในภายหน้าลำบาก เราก็ต้องช่วยกันปกป้องสิ่งแวดล้อมและทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น ไม่ใช่..คุมกำเนิดลูกแทนเนาะ.
'ป้าเอง'
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มาขยับร่างกายกันดีกว่า
โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน
มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต
เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด
กตัญญู..มองผ่านซีรีส์
ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ
น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?
ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ
โลกมันก็เป็นแบบนี้!!
เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”
เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"
“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”


