
ถ้าว่ากันตาม อารมณ์-ความรู้สึก ของผู้ที่อยู่ในวัยสนธยา หรือผู้ที่ไม้ใกล้ฝั่งยิ่งเข้าไปทุกที...โลกยุคนี้ เป็นโลกที่ไม่ได้น่าอยู่มากมายซักเท่าไหร่ ยิ่งไม่มีหนังดีๆ ให้ดู ไม่มีเพลงที่พอจะเป็นเพลงให้ฟัง ไม่มีวรรณกรรม เรื่องสั้น บทกวีใดๆ โผล่ขึ้นมาให้เห็นอย่างเป็นจริง-เป็นจัง ฯลฯ การ อยู่ๆ กันไป เพื่อรอวันสิ้นสุด รอวาระสุดท้าย ก็เหลืออยู่เพียงแค่แรงจูงใจในการยังประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ก่อนที่จะเด๊ดสะมอเร่ย์ อิน เดอะ เท่งทึง ไปตามสภาพ...
แต่ก็นั่นแหละ...สำหรับโลกยุคนี้ หรือยุคใหม่ๆ ที่ย่อมต้องกลายเป็น โลกของพวกเด็กๆ อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้ โอกาสที่จะทำให้พวกเด็กๆ คิด และ เข้าใจ ในสิ่งที่คนเฒ่า คนแก่ เคยเห็นว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เหมาะสม สวยสด งดงาม หรือน่าจะนำมาใช้เป็น มาตรฐาน ในการดำเนินชีวิตนั้น
ออกจะเป็นอะไรที่ยากซ์ซ์ซ์เอามากๆ ยิ่งกว่าเข็นภูเขาขึ้นครก หรือยิ่งกว่าจูงอูฐรอดรูเข็ม ฯลฯ เป็นไหนๆ ด้วยเหตุเพราะ ภววิสัย หรือสภาพแวดล้อมระหว่างช่วงการเจริญ เติบโต ของคนแก่ คนเฒ่า กับของพวกเด็กๆ ยุคใหม่ๆ มันต่างกันแบบคนละเรื่อง-คนละม้วน แบบหน้าตีนกับหลังตีน เอาเลยก็ว่าได้...
ด้วยเหตุนี้...โอกาสที่พวกเด็กๆ เขาอาจต้องเจอกับอะไรต่อมิอะไรที่โหดร้ายยิ่งขึ้น หยาบยิ่งขึ้น ถ่อยยิ่งขึ้น ฯลฯ โดยเฉพาะใน มาตรฐาน หรือในสายตาของคนแก่ คนชรา จึงมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ แต่ในเมื่อโลก ณ อนาคตเบื้องหน้า ล้วนเป็นโลกของพวกเขา โลกที่อยู่ในอุ้งมือของเขาๆ และเธอๆ ทั้งหลาย การมี อิสระ ในการตัดสินใจ ว่าจะอยู่อย่างไร ดำเนินชีวิตไปใน มาตรฐาน แบบไหน ต่อแบบไหน จึงถือเป็น สิทธิอันชอบธรรม ของพวกเด็กๆ เขานั่นแหละ ไม่ใช่เรื่องที่บรรดาคนแก่ คนชรา จะไป ส.ใส่เกือก กันในทุกๆ เรื่อง ทุกๆ กรณี จนอาจก่อให้เกิดความเปรี้ยวมือ เปรี้ยวตีน เกิดความคิดที่จะต่อต้านและปฏิเสธ ต่อ ความปรารถนาดี ใดๆ ก็ตาม...
และก็ด้วยความโหดร้ายยิ่งขึ้น หยาบยิ่งขึ้น และถ่อยยิ่งขึ้น ฯลฯ ของโลกทั้งโลกที่มีแนวโน้มจะเป็นไปในแนวนั้น ไม่แน่นักว่า อิสระ ในการตัดสินใจของพวกเด็กๆ ในยุคนี้ สมัยนี้ มันอาจต้องแปรเปลี่ยนไปเมื่อเขาต้องเติบโตขึ้นเป็น ผู้หลัก-ผู้ใหญ่ อย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้อีกด้วยเช่นกัน ไม่ต่างไปจากความหมุนเวียน เปลี่ยนผัน ของทุกๆ สรรพสิ่งในโลกใบนี้ ที่ล้วนแล้วแต่ต้องเกิดขึ้น-ตั้งอยู่-และดับไป ตาม กฎเหล็กแห่งธรรมชาติ ที่ใครก็ไม่รู้??? ได้กำหนดเอาไว้นับตั้งแต่ยังไม่มีโลก ไม่มีจักรวาล เอาเลยก็ว่าได้...
ภายใต้ อารมณ์-ความรู้สึก ถึงความเหงา ความเปล่าเปลี่ยว เดียวดาย ความโดดเดี่ยว อันเนื่องมาจาก สายใย ต่างๆ ที่เคยมีอยู่ภายในสังคมดั้งเดิม มันถูกตัดขาด ถูกสะบั้น จนแทบไม่เหลือเยื่อใยใดๆ ที่จะผูกโยงปัจเจกบุคคล หรือหน่วยต่างๆ ภายในสังคม ให้เกิดความสอดคล้อง ต้องกัน เกิดสันติภาพและสันติธรรม ในการ อยู่ร่วมกันโดยสันติ ไม่ว่าจะเป็นความอดทน อดกลั้น ความกตัญญูรู้คุณ ความเอื้ออนาทร ความรัก ความเมตตาต่อผู้อื่น ฯลฯ หรืออะไรที่เป็นประเภท ธรรมๆ ทั้งหลาย อันเป็นสิ่งที่อยู่เหนือขึ้นไปจากสิ่งที่เป็นแค่เครื่องมือ ในการบริหาร-จัดการบ้านเมือง อย่างประเภท ประชาธิปไตย-ไม่ประชาธิปไตย หรือ เผด็จการ-ไม่เผด็จการ อะไรทำนองนั้น...
ไม่แน่นักว่า...อิสระในการตัดสินใจของพวกเด็กๆ ในวันนี้ ที่กำลังต้องเติบโตเป็นผู้หลัก-ผู้ใหญ่ในวันหน้า มันอาจเกิดการหมุนเวียน-เปลี่ยนแปลง กลับไปหา มาตรฐานเดิมๆ ขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ย่อมได้!!! โดยเฉพาะเมื่อไหร่ที่ความโหด ความหยาบ ความถ่อย มันพุ่งไปถึงจุดสูงสุด จนต้องเกิดอาการ เข็ดฟัน กับสิ่งที่เคยปรารถนาและต้องการมาก่อนหน้านั้น ชนิดอาจมีเด็กรายใด-รายหนึ่งในวันนี้ ต้องแปรสภาพตัวเองไปเป็น เผด็จการ ในวันหน้า เพื่อที่จะหาทาง เผด็จการโดยธรรม ขึ้นมาในวันใด-วันหนึ่งก็ไม่แน่ ก่อนที่สังคมทั้งสังคมมันจะ ล่มสลาย เอาง่ายๆ ด้วยเหตุนี้...การยังประโยชน์ให้กับผู้อื่น ด้วยการชี้แนะ ชี้นำ สิ่งดีๆ สิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม โดยไม่ถึงกับต้องไป เสือก อะไรกันมากมาย จึงอาจถือเป็น ภารกิจ ครั้งสุดท้ายของบรรดาคนแก่ คนชราทั้งหลาย โดยไม่จำเป็นต้องไปคิดถึง ผลลัพธ์ ว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันจะต้องเป็นไปตามนั้น เพราะท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าอะไรก็ตาม...ย่อมหนีไม่พ้นไปจาก กฎเหล็กแห่งธรรมชาติ อันว่าด้วย...ด้วยเหตุเพราะสิ่งนี้-สิ่งนี้ สิ่งนี้จึงเป็นไป...นั่นแล...
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คิดจะฟ้องไทย...ไงกลายเป็นหมาหัวเน่า
สันดานโจร สันดานคนโกหก กล่าวหาไทยด้วยข้อความเป็นเท็จ พูดจาด้วยท่าทีที่รุนแรง หวังที่จะฟ้องประชาคมโลกให้ช่วยรุมประณามไทย ดรามาว่าข้อพิพาทระหว่างเขากับเราในเวลานี้ ไทยเราเป็นคนเริ่มต้น ไทยเราเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กอย่างไร้มนุษยธรรม ดรามาทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร ใช้คนแก่
ความรู้-คู่-คุณธรรม
คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้...ว่าด้วยความ ก้าวหน้า-ก้าวไกล ของเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านการสื่อสารมันเลยทำให้บรรดา กูรู-กูรู้ ไม่ว่าในบ้านเราหรือในระดับโลกก็ตามที
'แคนดิเดต ผบ.' หวิดงานเข้า
จู่ๆ ก็เกือบงานเข้า บิ๊กไมค์-พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หนึ่งในแคนดิเดตชิงเก้าอี้ "ผู้นำสีกากี" ต่อจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก
เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม
ป้อมปราการที่มิมีผู้ใดจะตีแตก!!!
อย่างที่เคยพูดๆ เอาไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันรู้ผล เลือกตั้ง ครั้งสุดท้ายของบ้านเรานั่นแหละว่า...ไม่ว่าใคร? พรรคใด? ได้เสียงข้างมาก ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แต่ย่อมหนีไม่พ้นต้อง ซวยฉิบหาย-ซวยตายห่า
โละ 'บัญชีผี' กอ.รมน.
เอ๊ะ!!! ไม่รู้มีอะไรในกอไผ่มากกว่าหน่อไม้หรือไม่ เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา "4 แคนดิเดต" ชิงเก้าอี้ "ผบ.ตร." หรือ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" คนที่ 16 ต่อคิวจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์

