ยัง..ยังไม่ได้เกาะกระแสอินเทรนด์ไปดูหนังบุพเพสันนิวาส 2 กับเขาแล้วมาชวนคุยเรื่องราวย้อนความหลังไปในยุค "พระนารายณ์มหาราช" หรอกนะคะ
แต่เพราะมีโอกาสได้ไปทัศนศึกษาที่ CANNABIZ WAY Valley ศูนย์ปลูกกัญชงกัญชาที่ถูกกฎหมาย ใหญ่ที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งได้ทั้งความรู้และแง่คิด วิธีดูแลสุขภาพตามภูมิปัญญาชาวบ้านอันน่าภาคภูมิใจ ทำให้เรารู้ว่าของดีที่กำลังถูกด้อยค่าอย่างรุนแรงในขณะนี้ที่เรียกว่า "กัญชา" นั้น เป็นตำรับยาที่ใช้มานานตั้งแต่อดีตกาล
โอสถพระนารายณ์มากมายกว่า 198 ตำรับ ล้วนมีส่วนผสมของกัญชา ซึ่งหมายความว่า บรรพบุรุษของไทยแต่โบราณท่านเรียนรู้จักสาร CBD และ THC ในกัญชา ผสมผสานกับสมุนไพรอื่นๆ ใช้เป็นยารักษาโรคต่างๆ มานมนาน
ประเด็นปัญหาที่ถกเถียงกันด้วยข้อกังวลต่างๆ มากมายนั้น ล้วนเกิดจากกรณีที่คนไม่ป่วย นำไปใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์เท่านั้นเอง
มหกรรมการติเรือทั้งโกลนจึงเกิดขึ้นในสังคมไทยวันนี้ จนกัญชากลายเป็น "จำเลย" และดูเหมือนว่า ถูกนำไปต่อยอดเป็นเรื่องประเด็นทางการเมืองด้วย ทั้งๆ ที่มองในมุมข้อเท็จจริงแล้ว รู้กันหรือไม่ว่า ประเทศไทยของเรานั้นมีผู้ที่มีปัญหานอนไม่หลับอยู่ถึง 27% ของประชากร ส่งผลให้ต้องนำเข้ายานอนหลับจากบริษัทยาต่างประเทศมูลค่้าถึง 8 หมื่นล้านบาทต่อปี
ดีดลูกคิดไปมา หากบ้านเราสามารถต่อยอดตำรับ "โอสถพระนารายณ์" แทนยานอนหลับจากต่างประเทศได้ และสร้างความรู้ความเข้าใจประชาชนคนไทย ในปริมาณการบริโภคหรือการใช้สารสกัดกัญชาเพื่อช่วยให้นอนหลับทดแทนยาฝรั่งได้..อะไรจะเกิดขึ้น?!?
อย่าเพิ่งเชื่อมนุษย์ป้าก็ได้นะคะ แต่อยากเห็นของจริงล่ะก็ไปที่ Cannabiz Way Valley อ.วิหารแดง จ.สระบุรี จะได้เห็นกับตาและเรียนรู้ด้วยตัวเองค่ะ.
"ป้าเอง"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มาขยับร่างกายกันดีกว่า
โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน
มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต
เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด
กตัญญู..มองผ่านซีรีส์
ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ
น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?
ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ
โลกมันก็เป็นแบบนี้!!
เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”
เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"
“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”


