ทุกปี..เมื่อใกล้วันแม่ ก็จะมีข้อมูลข่าวสารอันเกี่ยวเนื่องกับมนุษย์เพศหญิงที่เป็นแม่ ส่งต่อ โพสต์และแชร์กันอย่างคึกคัก มีทั้งซึ้งใจ กินใจ โดนใจ และคละเคล้ากันไปก็จะมีสาระแบบ เจ็บๆ คันๆ มันๆ ให้นึกขำๆ ขึ้นอยู่กับอัตราความแข็งแรงในจิตใจของมนุษย์แม่แต่ละนาง ว่าจะเลือกเห็นเป็นสนุกสนาน หรือเอาจริงเอาจังแล้วเก็บงำไปคิดกังวล
ล่าสุด เรียงความของเด็กน้อยคนหนึ่ง ..อ่านแล้วก็ให้รู้สึกตลกกับความซื่อของเด็กๆ ที่ไม่คิดจะโกหกคุณครู เพื่อตักตวงคะแนนในวิชาเรียงความ
"หนูรู้แล้วว่าพ่อหรือแม่ คือคนที่ใจดีที่สุด คำตอบคือ พ่อ
เพราะพ่อเป็นพระบิดา เป็นพระต้องใจดี ส่วนแม่เป็นมารดา คำว่ามาร แปลว่า นางมาร
แสดงว่าเด็กๆ ทุกคนก็ต้องชอบพ่อ เพราะพ่อใจดี..."
มนุษย์ป้าที่มีหมวกมนุษย์แม่ใส่เป็นประจำด้วยอีกใบ อ่านไปก็หัวเราะงอหายน้ำหูน้ำตาไหล เพราะชีวิตจริงมันก็เป็นอย่างนั้นนั่นเอง
มาร(ดา) มีหน้าที่จ้ำจี้จำไช บ่นนู่นว่านี่ ลูกเด็กเล็กแดงทั้งหลายตั้งแต่พวกเขารู้ความ ส่วน พระ(บิดา) เดินเข้าบ้าน ก็จะเลี่บงไปอยู่ในมุมสงบของบ้าน ทำไม่รู้ไม่ชี้อะไรทั้งสิ้น จนกว่าศึกระหว่างมาร(ดา)กับลูกน้อยกลอยใจ หนักหนาสาหัสหาข้อยุติไม่ได้ พระ(บิดา) จึงจะยื่นมือเข้ามาจัดการตัดสินสักครั้งสองครั้ง
จึงเป็นเรื่องธรรมชาติของเด็กๆ ที่จะรู้สึกรักคน..นานๆ ครั้งพูดสักที มากกว่าคนขี้บ่นจู้จี้จุกจิก ทุกวี่ทุกวัน หรือไม่ก็สรุปว่า พ่อใจดีที่สุด
อย่างไรก็ดี ธรรมชาติปกติของเด็กเป็นอย่างไร ก็ต้องบอกว่าธรรมชาติของความเป็นมนุษย์แม่ก็เฉกเช่นเดียวกัน นั่นคือ การเป็น "แม่" ไม่มีวันหมดอายุ จึงสามารถบ่นได้ทุกเรื่องจากวันนั้นจนถึงวันนี้ และต่อไปในอนาคตจนกว่าจะพรากจากกัน..แน่นอนและมั่นคงกับหน้าที่มนุษย์แม่ค่ะ.
'ป้าเอง'
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มาขยับร่างกายกันดีกว่า
โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน
มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต
เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด
กตัญญู..มองผ่านซีรีส์
ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ
น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?
ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ
โลกมันก็เป็นแบบนี้!!
เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”
เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"
“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”


