เป็นเรื่องเป็นราวที่เกิดในแดนศิวิไลซ์อย่างนอร์เวย์ แต่เชื่อว่ามนุษย์ทั่วโลกได้เห็นหรืออ่านข่าวนี้แล้ว จะพากันมีความรู้สึกต่างๆ นานา ประมาณว่า..อย่างนี้ก็ได้เหรอออ?? ตัดสินใจแบบนี้ถูกต้องเหมาะสมแล้ว..อย่างนั้นหรือ?!?
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา ทางการนอร์เวย์ตัดสินใจการุณยฆาต “เฟรยา” ตัววอลรัสขวัญใจชาวเมือง หลังประชาชนเข้าใกล้เกินไปจนอาจเกิดอันตรายต่อทั้งคนและสัตว์
เหตุผลในการฉีดยา "เฟรยา" ให้หลับไปตลอดกาลนี้ ถูกระบุว่า .. มาจากการประเมินภัยคุกคามต่อความปลอดภัยของมนุษย์โดยรวม..
รายละเอียดข่าวบอกว่า ทางการได้ออกโรงเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวแล้วว่าอย่าไปเข้าใกล้เฟรยาจนเกินไป แต่ไม่มีใครเชื่อไม่มีใครฟัง พวกเขาจึงต้องตัดไฟแต่ต้นลม ฆ่าทิ้งสัตว์ที่ไม่ได้รู้อีโหน่อีเหน่ ว่าความน่ารักของมันอาจจะเป็นอันตรายต่อสัตว์มนุษย์
สัญชาตญาณระแวดระวังป้องกันตนเองของมนุษย์มีศักดิ์ศรีมากกว่าสัญชาตญาณของตัววอลรัส?!?
อันนี้มนุษย์ป้าจะไม่ตั้งข้อสังเกตถามหาพวกกรีนพีซ หรือนักอนุรักษ์ ตลอดจนเอ็นจีโอทั้งหลาย ว่าทำอะไรกันอยู่ แต่อยากจะตั้งคำถามว่า สัตว์มนุษย์ทั้งหลายที่พูดไม่ฟัง เตือนก็ไม่ใส่ใจ ..จนเกิดเหตุเศร้าสลดนี้ ทบทวนกันหรือไม่ว่า มนุษย์นี่แหละคือสัตว์โลกที่อันตรายและโหดร้ายที่สุด
นอกจากนั้นเรื่องราวของเฟรยาก็ทำให้มนุษย์ป้าหวนกลับไปนึกถึงครั้งหนึ่งที่มีโอกาสไปท่องเที่ยวยังจังหวัดอุบลราชธานี ตามคำเชื้อเชิญของเจ้าเมือง ซึ่งวันนี้ไปอยู่ที่ขอนแก่นแล้ว ..ครั้งนั้นมีผู้ถามหา unseen กุ้งเดินขบวน ณ แก่งลำดวน ภายในศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าอุบลราชธานี ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน โดยบอกว่าอยากเห็นสักครั้งในชีวิต
จำได้ว่า "คุณนาย" ผู้ว่าฯ พูดให้แง่คิดเตือนใจจนทุกคนล้มเลิกกิจกรรมนี้อย่างพร้อมเพรียงกัน นั่นคือ สัตว์โลกเขาเรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติ แต่มนุษย์ก็จ้องจะไปรบกวน ทำร้าย ทำลายเพียงเพราะสนุกสนาน อยากถ่ายรูปอยากเช็กอิน ..แล้วระบบนิเวศจะได้รับผลกระทบในที่สุดไหม
ไม่แตกต่างจากการดำน้ำดูปลาการ์ตูน หรือปลางดงามทั้งหลาย เลิกเสียเถอะนะคะกับการเอาขนมปัง เอาอาหารสารพัดไปล่อมัน เพราะรู้หรือไม่ว่า ปลาติดใจ ทำมาหากินเองไม่เป็นแล้วค่ะ.
'ป้าเอง'
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มาขยับร่างกายกันดีกว่า
โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน
มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต
เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด
กตัญญู..มองผ่านซีรีส์
ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ
น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?
ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ
โลกมันก็เป็นแบบนี้!!
เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”
เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"
“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”


