รัก..ไม่ใช่ดวงดาวที่พราวแสง

ขอเกาะกระแสไวรัล แค่หัวเรื่อง..ชวนมองมุมสูงวันนี้เท่านั้น เพราะเห็นบรรยากาศสังคมไทยที่กำลังอบอวลด้วยคำว่า "รัก" จนร้อนแรง พร้อมที่จะบานปลายหรือมีแนวโน้มเผาไหม้ตัวเองและคนรอบข้างนั่นเอง

เริ่มจาก "รัก" ทีมวอลเลย์บอลสาวไทยที่กำลังตบแหลกไต่อันดับชิงแชมป์โลกตอนนี้ ซึ่งไม่ว่าลูกเด็กเล็กแดงจนถึงผู้แก่ผู้เฒ่ามนุษย์ลุงมนุษย์ป้า ร้อยทั้งร้อยเทใจเชียร์สุดลิ่มทิ่มประตู สะท้อนความรักใคร่ชอบใจของคนไทยอย่างไม่มีขีดจำกัด

เมื่อทีมสาวไทยชนะ ก็ดีใจสุดฤทธิ์สุดเดช แต่เวลาพ่ายนี่สิ..อคติบังเกิดขึ้น!! สอดคล้องกับไวรัลดัง ..รักไม่ใช่ดวงดาวที่พราวแสงขึ้นมาทันที 

แม้ไม่ใช่เป็นอคติที่ระบายออกมากับทีมสาวไทย แต่เป็นอคติที่โยนไปที่ทีมคู่ต่อสู้ ราวกับว่าเกลียดชังกันมาแต่ปางก่อน โดยเฉพาะทีมโปแลนด์ เห็นความคิดเห็นในโลกโซเชียลแล้วต้องบอกว่า ..สงสารนางจังเลย!!

ความรักที่มากมาย สามารถกลายเป็นความหลง เกิดความลำเอียงโดยไม่รู้ตัว และในที่สุดก็กลายเป็นความชัง บ้างก็แปลงร่างเป็นความกลัว ถือเป็น "อคติสูตร" ตามคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งสุ่มเสี่ยงอย่างมากที่จะก่อเกิดปัญหา สร้างความทุกข์และความไม่สงบสุขให้กับชีวิตได้

ดังนั้น การรักอย่างมีสติ ไม่มากด้วยอคติจนเกินไป ก็จะช่วยประคับประคองสร้างความสมดุลของชีวิตได้ไม่มากก็น้อยนะคะ

ลองคิดดูแค่เรื่องกีฬา ความรักเปลี่ยนคนให้บริภาษฝ่ายตรงข้ามได้ขนาดนี้กันเลย แล้วเป็นเรื่องการเมืองว่าด้วยเก้าอี้่นายกรัฐมนตรี มันจะแรงสส์ขนาดไหน ก่อความวุ่นวายปั่นป่วนระดับไต้ฝุ่นหรือเปล่าหนอ?!?.

"ป้าเอง"                         

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาขยับร่างกายกันดีกว่า

โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน

มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต

เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด

กตัญญู..มองผ่านซีรีส์

ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ

น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?

ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ

โลกมันก็เป็นแบบนี้!!

เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”

เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"

“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”