หัวจาปวด..มากับยุคดิจิตอล

ยุค App มือถือ เป็นเรื่องที่ต้องมีไม่มากก็น้อยสัก 3-4 แอป โดยเฉพาะการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านออนไลน์ โอนไปโอนมา กลายเป็นเรื่องธรรมดา ดูเหมือนจะมีเรื่องราวให้ได้ยินได้อ่านแทบทุกวัน ถึงสารพัดกลเกมหลอกลวงจากบรรดามิจฉาชีพ

ทั้งคุณได้สิทธิ์กู้เงิน ได้สิทธิ์เงินทุนจากโครงการนั่นนี่ หนักข้อหน่อยคุณได้สิทธิ์เพราะเล่น TikTok ได้โดนใจ โดยไม่สนใจเลยว่าข้อความ "ตกเบ็ด" นั้นส่งถึงคนที่ไม่เคยเล่นติ๊กต๊อกกับใครเขาเลยอย่างมนุษย์ป้าคนนี้

เสียงลือเสียงเล่าอ้างก็ว่ากันไป แต่สิทธิ์ในการดูแลรักษาตัวเองให้รอดจากภัยมิจฉาชีพทางออนไลน์นั้น ต้องบอกว่าสิทธิ์นั้นสงวนไว้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่นั้น ก็อยู่ที่ความรู้เท่าทันและไม่โลภของตัวคุณเองนั่นแหละ ไม่มีใครตามไปปกป้องคุณได้ตลอด 24 ชั่วโมง ท่ามกลางความเพียรพยายามทุกวิถีทางของบรรดาคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงที่พร้อมทะลุทะลวงเข้าไปถึงห้องนอนของคุณได้ตลอดเวลา..จริงไหม

ความเดือดเนื้อร้อนใจ ความอยู่ไม่เป็นสุขทั้งหลาย เมื่อต้องใช้แอปบนมือถือ มองอีกมุมก็ต้องโยนความผิดไปที่ระบบเทคโนโลยีที่แสนทัน สมัยในยุคดิจิตอลนี้นะ เพราะแม้แต่ตำรวจหน่วยป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ยังปวดขมับทุกวัน กับการตามไล่จับคนกลุ่มที่หัวใส เก่งเรื่องการแฮ็กสารพัด

มนุษย์ป้าก็อินเทรนด์กับกระแสแก๊งคอลเซ็นเตอร์อาละวาดรายวันเหมือนกันนะ แต่เพราะความที่ไม่นิยมใช้แอปเกินความจำเป็น ก็ยังสามารถแอบอยู่ในเซฟโซนของโลกออนไลน์ได้ แต่ที่ไม่รอด!! และมีประสบการณ์ทางตรงมาแล้ว ก็เห็นจะเป็นการถูกรูดบัตรเครดิต โดยที่ตัวอยู่เมืองไทย แต่ดันมีรายการใช้จ่ายอยู่สหรัฐอเมริกาและอังกฤษนี่แหละ

สังเกตว่า เมื่อไหร่ที่กลับจากเยี่ยมเยือนต่างประเทศ สัก 2 อาทิตย์หรือ 1 เดือนให้หลัง ก็จะมีใครแอบรูดบัตรเครดิตของมนุษย์ป้า งวดนี้เบิกฤกษ์ต้อนรับเทศกาลผ่อนคลายโควิด-19 ปรากฏว่าโดนแฮ็กไป 2 ใบจาก 2 แบงก์ ต่างสถานที่ ต่างเวลา แต่เหมือนๆ กันตรงที่คนแอบรูดไม่โลภมากค่ะ เลือกรูดแค่หลัก 15 ดอลลาร์ และ 6 ปอนด์ เหมือนกัน นำร่องหยั่งเชิงว่าเจ้าของบัตรจะกระโตกกระตากไหม?!?

เฮ้อ..วันนี้ทำให้มนุษย์ป้ากระเป๋าเบาขึ้นเลยทีเดียว เพราะจำเป็นต้องอายัดบัตรทั้ง 2 ใบไปเรียบร้อย แต่ที่ไม่สบายใจคือ ต่อไปโลกใบนี้การใช้จ่ายจะไม่พึ่งพาเงินสดแล้ว โดยเฉพาะช่วงโควิด หลายแห่งไม่ยอมรับเงินสดๆ แล้วเราจะป้องกันปัญหาที่จะตามหลังมาของการโดนแฮ็กบัตรเครดิตได้อย่างไร?!? ..หัวจาปวดจริงๆ นะ.

'ป้าเอง'

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาขยับร่างกายกันดีกว่า

โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน

มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต

เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด

กตัญญู..มองผ่านซีรีส์

ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ

น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?

ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ

โลกมันก็เป็นแบบนี้!!

เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”

เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"

“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”