ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับสมาชิกครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ณ ศูนย์เด็กตำบลอุทัยสวรรค์ เขตอำเภอนากลาง จ.หนองบัวลำภู เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา
ช็อก!! ค่ะ
ในฐานะคนไทยและเพื่อนมนุษย์โลก เชื่อว่าไม่มีใครจะไม่รู้สึก "ขนลุก" ใจหลุดหาย น้ำตาซึม เมื่อได้ยินข่าวเด็กตัวเล็กตัวน้อยถูกสังหารหมู่อย่างเลือดเย็นขณะที่กำลังนอนหลับพักผ่อน
แล้วถามว่าคนที่เป็น.."มนุษย์แม่" อารมณ์ ความรู้สึกจะหนักหนาสาหัส โศกเศร้าเสียใจเพียงใด?!?
ผู้เป็นแม่คงต้องร่ำไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด หรือไม่ก็น้ำในกายแห้งหมดตัว ไม่เหลือที่จะหลั่งออกมา สุดท้ายก็กลับไปกดทับอยู่ที่หัวใจ...
เหตุผลและข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ ก็คงจะมีการนำเสนอไปตามที่ควรจะเป็น
เศร้าค่ะ!!
เรื่องนี้คงจะเป็นฝันร้ายของคนไทยทั้งชาติไปอีกตราบนานเท่านาน ไม่ใช่จำกัดแค่คนหนองบัวลำภู หรือคนในพื้นที่ตำบลอุทัยสวรรค์อย่างแน่นอน เพราะลำพังมนุษย์ป้า จังหวัดหนองบัวลำภูอยู่ตรงไหนก็ยังไม่แจ่มชัด ก็ยังเครียดถึงขั้นรู้สึกตัวเองซึมเศร้าเลยนะ เมื่อได้ยินข่าวนี้ทางวิทยุ และยิ่งเห็นภาพในสถานที่เกิดเหตุที่มีการส่งต่อการทางโซเชียลออนไลน์แล้ว ยิ่งหลับตาก็เห็นแต่ความเศร้าเสียใจ ราวกับตัวเองไปยืนอยู่ตรงนั้นด้วย
ไม่แปลกใจเลยที่กรมสุขภาพจิตจะออกโรงเตือนให้เว้นระยะห่างในการเสพโซเชียลเสียตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ เพราะภาวะจิตของแต่ละคนนั้น รองรับหรือต้านทานกับข่าวร้ายไม่เท่าเทียมกัน
ดังนั้น เวลานี้จึงเป็นเวลาที่ทุกคนในสังคมไทยควรจะมีสติ ร่วมไว้อาลัยอย่างสงบ หวังว่าจะไม่มีใคร "หิวแสง" โหนกระแส" นี้วิพากษ์วิจารณ์แบบไม่สร้างสรรค์นะคะ เพราะไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นแน่นอน
เศร้าเกินจะรับไหวแล้วค่ะ.
"ป้าเอง"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มาขยับร่างกายกันดีกว่า
โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน
มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต
เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด
กตัญญู..มองผ่านซีรีส์
ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ
น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?
ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ
โลกมันก็เป็นแบบนี้!!
เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”
เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"
“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”


