
ยังคงหาทางออกไม่เจอสำหรับปมกรณีขยายสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ลากยาวมาถึงกรณีการเก็บค่าโดยสารของส่วนต่อขยายส่วนที่ 2 ช่วงหมอชิต-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ซึ่งอยู่ในกระแสความสนใจของประชาชน โดยล่าสุดถือเป็นเผือกร้อนสุดๆ ของผู้ว่าฯ กทม. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ สืบเนื่องจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้หยิบยกวาระการพิจารณาค่าโดยสารมาพูดอีกครั้ง และมีการนำเสนอเข้าที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร (สภา กทม.) พิจารณาด้วย
เบื้องต้น เสนอให้เก็บค่าโดยสารส่วนต่อขยายที่ 15 บาท เป็นราคาทดลอง และอาจจะปรับอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้สภา กทม.รับทราบก่อน เนื่องจากการเก็บค่าโดยสารอัตรา 15 บาทนั้นไม่พอกับค่าจ้างการเดินรถที่บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ต้องจ่ายให้กับบริษัท ขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC แต่ที่มีมูลค่าอยู่ ซึ่งชัชชาติมองว่า 15 บาทเป็นอัตราค่าโดยสารที่เหมาะสม
โดยคาดว่าหากสภา กทม.เห็นชอบแล้ว จะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนเพื่อแจ้งไปยังบริษัท กรุงเทพธนาคม หรือ KT ประกาศให้ผู้โดยสารทราบเพื่อจัดเก็บค่าโดยสารภายใน 1 เดือน หรือประมาณเดือน ธ.ค.2565-ม.ค.2566 ขณะเดียวกันในส่วนการทำความเห็นตอบกลับกระทรวงมหาดไทย กรณีการต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว (ให้บีทีเอส สัญญาจะหมดปี 2572) ในส่วนของผู้บริหาร กทม.มีความเห็น 2 ประเด็น คือ
1.ไม่เห็นด้วยกับการต่อสัญญาสัมปทานโดยคำสั่งคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ที่ 3/2562 โดยให้นำสัมปทานมาจัดประมูลตาม พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ 2562 (พ.ร.บ.ร่วมทุน 2562) และ 2.จะเสนอรัฐบาลเข้ามารับภาระค่างานก่อสร้างส่วนต่อขยายช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-เคหะสมุทรปราการ วงเงินประมาณ 58,000 ล้านบาท เหมือนโครงการอื่นๆ ของรัฐบาล
เนื่องจาก กทม.มองว่าการขออุดหนุนค่าโครงสร้างพื้นฐานเป็นเรื่องปกติของการก่อสร้างรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ซึ่งปัจจุบันค่าโครงสร้างงานโยธารถไฟฟ้าส่วนต่อขยายส่วน 2 กทม.รับโอนหนี้จากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ประมาณ 5.8-5.9 หมื่นล้านบาท (รวมดอกเบี้ย) หากรัฐบาลไม่เห็นด้วยในการขออุดหนุน กทม.มีแนวทางที่จะเจรจา เพื่อที่จะขอโอนรถไฟฟ้าสายสีเขียวทั้งสาย
ได้แก่ ส่วนสัมปทานช่วงหมอชิต-อ่อนนุช และช่วงสนามกีฬาแห่งชาติ-สะพานตากสิน ส่วนต่อขายที่ 1 ช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง และช่วงสะพานตากสิน-บางหว้า และส่วนต่อขยายที่ 2 ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการให้กับรัฐบาล โดยมีเงื่อนไขบางประการ เช่น การของบประมาณชดเชย กำหนดเพดานค่าโดยสาร เป็นต้น
ล่าสุดในการประชุมสภา กทม. เมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่มีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม โดยนายวิรัช คงคาเขตร ส.ก.เขตบางกอกใหญ่ ให้ข้อมูลว่า สำหรับญัตติที่ กทม.เสนอมานั้น ต้องหารือประธานสภา กทม.และผู้ว่าฯ กทม. เรื่องคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งมองว่าใหญ่กว่าข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร จึงขอให้ตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาเรื่องนี้อีกครั้ง
แน่นอนว่า การประชุมครั้งนี้ไม่ได้ข้อสรุปตามที่ กทม.นำเรื่องเสนอในที่ประชุม โดยที่ประชุมสภา กทม.เสนอว่า ควรให้ ส.ก.ชุดปัจจุบันได้รู้รายละเอียดต่างๆ ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้มากกว่านี้ จึงเห็นว่าควรให้ถอนญัตติดังกล่าวออกไปก่อนแล้วค่อยกลับมาหารือกันใหม่อีกครั้ง แน่นอนว่าญัตติที่ กทม.เสนอมานั้น ส.ก.ได้ขออภิปรายกันอย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับญัตติดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าไม่ได้อยู่ในอำนาจของสภา กทม.
ดูเหมือนว่ามหากาพย์สายสีเขียวยังคงมีประเด็นถกอีกยาว ซึ่งที่ประชุมฯ มองว่าเรื่องดังกล่าวไม่ควรเป็นญัตติ ควรเป็นการเสนอขอความเห็นเท่านั้น แต่ที่สุดแล้วรายละเอียดยังไม่ชัดเจน อีกทั้งเรื่องดังกล่าวไม่ได้เป็นอำนาจหน้าที่ของสภา กทม.และผู้ว่าฯ กทม. จึงขอให้ถอนญัตติดังกล่าวออกไป แน่นอนว่าส่งผลให้ญัตติของ กทม.ที่เสนอในที่ประชุมนั้นต้องตกไปโดยปริยาย ก็ต้องมาลุ้นว่าในการประชุมครั้งถัดไปจะมีการหยิบยกญัตติดังกล่าวมาพิจารณาและจะได้ข้อสรุปหรือไม่.
กัลยา ยืนยง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แผนแก้ปัญหาคนไม่ตรงกับงาน
ในสังคมไทย เสียงสะท้อนจากทั้งฝั่งผู้ประกอบการและเด็กจบใหม่มักไปในทางเดียวกันคือ "เรียนมาไม่ได้ใช้ ที่ต้องใช้ไม่ได้เรียน" ด้วยปัญหาในกระบวนการทำงาน อันดับแรกๆ คือหลักสูตรในระดับอุดมศึกษาของไทยจำนวนมากมักตามหลังเทคโนโลยีและเทรนด์ธุรกิจโลกอย่างน้อย 3-5 ปี การเรียนการสอนเน้นทฤษฎีในเชิงตำรา ทำให้เมื่อบัณฑิตก้าวเข้าสู่โลกการทำงานจริง องค์กรต้องเสียเวลาและงบประมาณมหาศาลในการ Re-train หรือนับหนึ่งใหม่
โจทย์ใหญ่PDP2026เมื่อผู้ใช้กลายเป็นผู้ผลิต
“ภาวะโลกร้อน” ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และยังมีส่วนสำคัญทำให้เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานไปทั่วโลก จากการใช้ฟอสซิลเป็นเชื้อเพลิงหลัก ไปสู่การใช้เชื้อเพลิงที่เกิดจากพลังงานหมุนเวียน ขณะนี้ทั่วโลกต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะประเทศไทย รัฐบาลมีนโยบายที่จะมุ่งเน้นการปรับทิศทางพลังงานของประเทศให้มีความมั่นคง ควบคู่กับความยั่งยืนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ตามรสสงขลา ท่องเที่ยวเชิงอาหาร
การท่องเที่ยวถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องจักรสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลคลอดมาตรการต่างๆ ออกมาจูงใจนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวเมืองไทย แต่ต้องยอมรับภายในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมานั้น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยแม้ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการจะปรับตัวดีขึ้นตามสัญญาณการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ยังต้องเผชิญกับบททดสอบหลายอย่าง ส่งผลให้ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยยังคงเป็นภาวะฟื้นตัวแต่เปราะบาง
60 ปีกรุงไทย..ก้าวต่อไปคืออนาคตไทย
ฉลองครบรอบ 60 ปีการมีอยู่ของธนาคารกรุงไทยไปเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา
การตลาดแบบสุขภาพดี-ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หากสังเกตให้ดีจะพบว่า “การวิ่ง” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมออกกำลังกายอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “สกุลเงิน” รูปแบบใหม่ที่หลายแบรนด์นำมาใช้สร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค จะเห็นได้ว่าเริ่มเห็นแคมเปญแปลกตาเกิดขึ้นมากมายในตลาด วิ่งครบระยะแลกรับแว่นตา วิ่งสะสมกิโลเมตรแลกนวดสปา วิ่งแลกบริการความงาม วิ่งแลกอาหารสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่วิ่งแลกสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมธุรกิจที่อยู่กันคนละโลก ตั้งแต่ร้านอาหาร คลินิกความงาม โรงแรม ร้านแว่น ไปจนถึงธุรกิจสัตว์เลี้ยง กลับเลือกใช้ “การวิ่ง” เป็นเงื่อนไขเดียวกันในการมอบรางวัล
‘AI’ กำลังเปลี่ยนตลาดแรงงานโลก
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของโลกการทำงานเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ จากเดิมที่ความกังวลมุ่งไปที่การเข้ามาแทนที่แรงงานของเทคโนโลยี วันนี้โจทย์สำคัญกลับขยับไปสู่คำถามว่า ‘คนทำงาน’ จะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้ยังคงมีบทบาทในตลาดแรงงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่องค์กรทั่วโลกต่างเร่งนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ทำให้คุณสมบัติและทักษะที่นายจ้างมองหาจากบุคลากรก็เริ่มเปลี่ยนไปพร้อมกัน

