
“จะปฏิรูปประเทศไทย..
ต้องเริ่มต้นด้วยการปฏิรูปการศึกษาให้กับคนไทย จะได้ไม่ถูกหลอกซ้ำซาก”!
นี่..คุณอัษฎางค์ ยมนาค ได้เขียนเอาไว้ท้ายข้อความที่ผมได้นำมาลงไว้ในคอลัมน์ตรงนี้เมื่อวาน ซึ่งก็ตรงกับใจคิด แต่ด้วยตัวเองมีความโง่มากกว่าฉลาด
จึงได้แค่คิด ไม่กล้าจะเอื้อมแตะ-แนะนำเสนอในเรื่องที่เกินสติปัญญา แต่บังเอิญได้เห็นข่าวเล็กๆ อยู่ชิ้นหนึ่งซึ่งก็ตรงกับใจอีกแหละ
ก็เลยขออนุญาต-ถือโอกาส นำความจากผู้ที่มีสติปัญญาอย่าง ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา ได้เปิดเผยมาให้ท่านร่วมพิจารณาไปด้วยกัน ตามนี้..
“ขณะนี้คุรุสภาจะทำงานร่วมมือกับสภาคณบดีคณะครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย
และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อให้ระบบการผลิตครูมีคุณภาพมาตรฐานมากยิ่งขึ้นในอนาคต
ซึ่งการผลิตครูของสถาบันผลิตครูแต่ละแห่งถือว่ามีหลักการที่ดีอยู่แล้ว แต่จะต้องมีการเติมเรื่องการบ่มเพาะคุณธรรมและจริยธรรมให้มากขึ้น
รวมถึงการปลูกฝังจิตวิญญาณแห่งความเป็นครู ที่ต้องเน้นการผลิตครูแบบมีคุณภาพมากกว่าปริมาณ
การผลิตครูยุคใหม่และตอบโจทย์โลกอนาคต เราจะต้องให้ความสำคัญตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนสิ้นสุดกระบวนการ เพราะเรามีเป้าหมายอยากได้ครูที่มีคุณภาพ
มีทักษะวิชาการ ทักษะวิชาชีพ และทักษะเชิงบูรณาการ ดังนั้นคนที่จะออกไปเป็นครูจะต้องเป็นต้นแบบที่มีทักษะเหล่านี้ก่อนไปสอนเด็ก
รวมถึงสถาบันผลิตครู ซึ่งเป็นครูของครูก็จะต้องมีคุณภาพเหล่านี้ตามไปด้วยเช่นกัน”
เลขาธิการคุรุสภาได้กล่าวอีกว่า.. “อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตนได้หารือร่วมกับ รศ.ดร.ศิริเดช สุชีวะ คณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.)
ในการจัดทำกรอบแนวทางหลักสูตรการผลิตครู โดยมี ผศ.ดร.รุ่งทิวา แย้มรุ่ง คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็นประธาน
ซึ่งคาดว่าการจัดทำกรอบหลักสูตรการผลิตครูใหม่จะแล้วเสร็จไม่เกิน 2 เดือน
นอกจากการออกแบบกรอบพัฒนาการผลิตครูแล้ว สิ่งสำคัญอยากให้มองไปถึงคณาจารย์ผู้สอนในคณะศึกษาศาสตร์และครุศาสตร์ของสถาบันผลิตครูแต่ละแห่งจะต้องเป็นต้นแบบให้แก่นักศึกษาครูด้วย
โดยคุรุสภาจะจัดอคาเดมี่ร่วมกับ กมว.ในการพัฒนาครูของครูให้มีคุณวุฒิองค์ความรู้วิชาการที่จะไปผลิตครู โดยจะเริ่มจากการกำหนดคุณสมบัติของผู้มาเรียนครู เนื่องจากไม่ใช่ใครก็ได้จะมาเรียนครู
โดยคุณสมบัติของการเป็นครูจะต้องมีทั้งความรู้ด้านวิชาการ และความรัก ความศรัทธาในวิชาชีพครูอย่างเข้มข้น รวมถึงการสร้างกิจกรรมเสริมที่ใช้บ่มเพาะความเป็นครูด้วย”
ครับ..ขอบคุณในวิสัยทัศน์ และความตั้งใจ-มุ่งมั่น ทุ่มเทสมอง-พลังกาย พลังใจ หวังอีกไม่ช้านานประเทศไทยจะได้มี “สถาบันผลิตครู” ที่ปลูกฝังจิตวิญญาณความเป็นครู..
และเป็นสถาบัน “ครูของครู” ที่มีคุณภาพทั้งด้านความรู้ด้านวิชาการ ด้านคุณธรรม จริยธรรม รวมถึงความรัก-ความศรัทธาในอาชีพครูอย่างเข้มข้น-แท้จริง!
ถึงตอนนั้น..การปฏิรูปประเทศก็จะได้เห็นเค้าลางที่จะเกิดขึ้นได้จริง เพราะเรามีทรัพยากรคนจากการ “บ่มเพาะ” ของครูที่มาจาก “สถาบันผลิตครู” ที่มีมาตรฐาน-มีคุณภาพ..
ปฏิรูปการศึกษา..ติดกระดุมเม็ดแรกถูกแล้วครับ!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แพ้‘ชัชชาติ’ก็ยังพอทน?
“จะยังอยู่ตรงนี้เสมอ พักผ่อนให้หายเหนื่อยล้าแล้วลุกขึ้นมาสู้ต่อไป! ส่งกำลังใจให้ผู้สนับสนุน, ผู้บริหาร, สส.และทีมงาน #พรรคประชาชน ทุกคน รู้ดีว่าเส้นทางอีกยาวไกล แต่ไม่มีอะไรมาทำให้หยุดฝันได้”
‘ไทยไม่ทน’สมหวัง?
ไอยะละก๊ะ! จะไม่ให้ตกใจอย่างไงได้ เพราะนายก่อแก้ว พิกุลทอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แกเล่นโพสต์..
‘ล้างเท้า’ก่อนขึ้นธรรมาสน์
“..ผมเองอยู่ในเรือนจำทั้งหมด 1 ปี 1 เดือน 3 วัน
จะอยู่เป็นเสี้ยนตําตีน?
24 มิถุนายน 2569.. ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ..แต่ในขณะที่ศิลปินร็อก.. “เสก โลโซ” ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำชั่วคราวเขากลิ้ง พร้อมติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (EM)..ก้าวเท้าพ้นประตูคุก สู่อิสรภาพ!
ตำแหน่งใหญ่โต!
ไม่ได้สนิทแนบถึงขนาดรู้ไส้-รู้พุง! แต่..จะด้วยความไว้วางใจหรืออย่างไรไม่ทราบได้ เวลามีปัญหา (ลึกๆ) ในใจทีไร คุณหม่ำ จ๊กมก ตลกซูเปอร์สตาร์ ก็มักจะปรารภ (ไม่ได้ขอคำปรึกษา) ให้ผมฟังอยู่บ่อยครั้ง!
เปลือย.. ‘เสก โลโซ’?
“เอาที่สบายใจ จะขึ้นเทศน์ก็ล้างเท้าให้สะอาด” เนี่ย..คุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีท่านว่าของท่านอย่างนี้ หลังจากที่ผู้สื่อข่าวถามประเด็นที่ คุณไอซ์-รักชนก ศรีนอก โพสต์เฟซบุ๊กพาดพิง

