
ในยุคที่ผู้คนมีการใช้อินเทอร์เน็ตกันอย่างแพร่หลาย ทำให้การเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ทำได้ง่าย ผู้ใช้งานในแต่ละประเทศสามารถเรียนรู้และรับข่าวสารต่างๆ จากทั่วโลก โดยเฉพาะการรับชมละครและซีรีส์ของต่างประเทศ อย่างในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นว่ามูลค่าการนำเข้าและส่งออกละครและซีรีส์ระหว่างไทยและจีน ข้อมูลของ Century UU Technology Co., Ltd. ระบุว่า ในปี 2564-2565 ได้มีการส่งออกละครไทยไปจีนกว่า 9 เรื่อง คิดเป็น 280 ชม. มูลค่ากว่า 115 ล้านบาท และละครจีนนำเข้าไทยกว่า 12 เรื่อง คิดเป็น 400 ชั่วโมง มูลค่ากว่า 72 ล้านบาท
สำหรับ พฤติกรรมการรับชมคอนเทนต์ของคนจีนกับไทยนั้นไม่แตกต่างกันมากนัก โดยส่วนใหญ่จะเน้นที่นักแสดงเป็นหลัก
หลังจากนั้นจะเป็นในเรื่องของบทละครที่มีเนื้อหาน่าสนใจและถูกใจกลุ่มผู้ชม คอนเทนต์ละครและซีรีส์ที่เป็นที่นิยมของผู้ชมชาวไทยและชาวจีนนั้นส่วนมากจะเป็นแนวโรแมนติกดรามา และโรแมนติกคอมิดี เพราะทั้งสองแนวนั้นจะมีบริบทเนื้อหาที่เข้าใจง่ายและน่าติดตาม
เหยน เฉิงเซิ่ง อธิบดีกรมการต่างประเทศ สำนักงานวิทยุและโทรทัศน์แห่งชาติจีน ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้แพร่หลายเป็นวงกว้าง เปิดโอกาสให้ผู้คนทั่วโลกได้เข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ต ได้มีโอกาสใช้อุปกรณ์เทคโนโลยี ส่งผลให้ผู้คนทั่วโลกมีพฤติกรรมและวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ผู้คนส่วนใหญ่จะมีเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล โทรศัพท์มือถือเป็นของส่วนตัว ที่เชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อไว้ใช้ทำงาน ติดต่อสื่อสาร อำนวยความสะดวกหรือประโยชน์อย่างอื่น หรือแม้กระทั่งการใช้เวลาว่างในการหาความบันเทิงทางด้านภาพยนตร์ ละคร และซีรีส์
ด้าน สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ กรรมการผู้อำนวยการสายธุรกิจโทรทัศน์ บมจ.บีอีซี เวิลด์ ระบุว่า บริษัทมีการจัดทำละครมาทุกรูปแบบเพื่อตอบสนองความนิยมของคนไทยเป็นหลัก แต่ในปัจจุบันที่เทคโนโลยีและพื้นฐานการรับชมเปลี่ยนไป ความเป็นสากลที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้เรามีผู้ชมจากหลายประเทศ ซึ่งจีนเป็นหนึ่งในนั้นและเป็นผู้ชมส่วนใหญ่ของช่อง 3 ทำให้แนวโน้มการทำงานของเราเปลี่ยนแปลงในทิศทางการทำละครที่ตอบโจทย์คนดูในประเทศจีนมากขึ้น ที่มากกว่านั้นคือ ในระยะต่อไปอาจจะร่วมมือกับประเทศจีน และหยิบรสนิยมของคนไทย-คนจีนที่คล้ายกันมาศึกษา ใช้กับการเล่าเรื่อง ออกแบบฉาก วางแนวทางการทำละครให้มีคุณภาพ เพื่อตอบรับความต้องการทั้งในตลาดไทยและจีนอีกด้วย
จะเห็นได้ว่าวัฒนธรรมของประเทศไทยและจีน หรือประเทศต่างๆ ในเอเชียมีบางส่วนคล้ายคลึงกัน ในขณะเดียวกันผู้ผลิตก็ต้องศึกษากฎระเบียบ หรือมีการเซ็นเซอร์เนื้อหาให้เหมาะสมกับบริบทในประเทศนั้นๆ โดยในส่วนของเนื้อหาแน่นอนว่าก็ต้องมีการคัดเลือกเป็นอย่างดีเช่นกัน ยกตัวอย่างละครเรื่องบุพเพสันนิวาส ที่เป็นกระแสยอดฮิตอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา ก็นับว่าเป็นบทพิสูจน์อย่างหนึ่งว่าสามารถสอดแทรกวัฒนธรรมไปในละครได้ แสดงถึงความแข็งแรงด้าน Soft Power ที่ครอบคลุมเรื่องการแต่งกาย อาหารไทย การท่องเที่ยว ผ่านตัวบทละครที่ดีและการสร้างสรรค์บนความตั้งใจเพื่อให้งานออกมามีคุณภาพ และสามารถสร้างกระแส สร้างเรตติ้งได้สูง แสดงให้เห็นว่าแม้จะมีปัจจัยด้านดิจิทัลเข้ามาแต่หากมีเนื้อหาคอนเทนต์ที่คนดูชอบ แน่นอนว่าผู้ชมก็ยังเลือกที่จะรับชมรายการหรือคอนเทนต์ที่ตัวเองโปรดปรานผ่านการดูทีวีอยู่
ส่วนในแง่ของวิชาการ ในเรื่องนี้ ปรีดา อัครจันทโชติ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลว่า สมัยก่อนเราสอนบุคลากรด้านสื่อโดยนึกถึงเฉพาะการทำงานสเกลในประเทศไทยทั้งสิ้น แต่ทุกวันนี้ที่เราต่างมีละครชมผ่านแพลตฟอร์ม สตรีมมิงต่างๆ ที่ผู้ชมมีจำนวนมากขึ้น และไม่ใช่เฉพาะผู้ชมในประเทศอย่างเดียว มีจำนวนผู้ชมนับรวมไปถึงต่างประเทศ โดยเฉพาะผู้ชมชาวจีนที่ชื่นชอบละครไทยอย่างมาก มันจึงเป็นโอกาสใหม่ๆ ที่เราต้องพัฒนาการสอนหรือฝึกการทำงาน โดยต้องคิดไปถึงสเกลที่ใหญ่กว่าผู้ชมในประเทศ หรือด้านการศึกษาวิจัยต่างๆ ก็ต้องคำนึงถึงตลาดโลก และนี่ก็เป็นโอกาสที่ดีในภายภาคหน้าที่เราจะได้เห็นความร่วมมือระหว่างไทยและจีน ศึกษาผู้บริโภคของทั้งสองประเทศร่วมกันเพื่อสร้างสรรค์งานที่ดีต่อไปในอนาคต
มาดูอีกหนึ่งความเห็นปิดท้ายกันจากนายตฤนธัฬห์ ดนพ ผู้กำกับซีรีส์และภาพยนตร์ ภายใต้บริษัท จินเล่อ มีเดีย เวิร์ค จำกัด กล่าวว่า วิสัยทัศน์หลักขององค์กรคือการเปิดโลกที่ไร้พรมแดน ซึ่งมีความคล้ายกับวัฒนธรรมบนออนไลน์แทบจะทุกประเทศ ที่มักมีเทรนด์ มีกระแส มีการทำตามกัน หรือมีการแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นรวดเร็วในสื่อใหม่ๆ ซึ่งสิ่งนี้กลายเป็นเรื่องที่ดีสำหรับ New Media ที่หากเราต้องการทำละครสักเรื่องหนึ่ง ไม่ใช่แค่ว่าเราจะคิดถึงคนดูเฉพาะในประเทศไทยหรือจีนได้อย่างเดียว อาจต้องมองถึงคนดูทั่วโลกด้วยซ้ำ รวมทั้งอาจต้องดูในแง่ของเทรนด์ที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย เช่น สมัยก่อนละครจีนในไทยส่วนใหญ่เป็นเรื่องกำลังภายในหรือราชสำนัก แต่ปัจจุบันจะเห็นแฟนซีรีส์เนื้อหาวัยรุ่นมากขึ้น เพราะถ้าจับกระแสได้อย่างหนึ่งจะทำได้ทั้งสร้างกระแส เป็นผู้นำกระแส หรือเอากระแสที่มีอยู่เดิมมาใช้ได้ และสามารถสร้างละครที่เป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วโลกได้เช่นกัน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยาแรงหรือแค่ยาแก้ปวด?
ท่ามกลางภาวะสุญญากาศทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไทยต้องเผชิญกับมรสุม "วิกฤตซ้ำซ้อน" มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่บาดแผลเรื้อรังจากโรคระบาดที่ยังไม่ทันสมานดี กลับต้องมาถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตพลังงานโลกที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งพุ่งทะยานอย่างควบคุมไม่ได้ สถานการณ์ในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การกำไรลดลง แต่คือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสภาวะที่ "สภาพคล่องติดขัด หนี้เสียติดหล่ม และหนี้นอกระบบกลายเป็นกับดัก"
กระตุ้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ภายหลังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก
โซลาร์รูฟท็อป ฝ่าวิกฤตค่าไฟฟ้าแพง
สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ซึ่ง คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งชาติ คาดการณ์ว่าสถานการณ์คงจะยืดเยื้อไม่จบภายในปี 2569 จะทำให้วิกฤตราคาพลังงานลากยาว ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับวิกฤตดังกล่าว
เมื่อ‘การมีงาน’ไม่ได้แปลว่า‘มั่นคง’?
เพิ่งจะผ่านพ้นวันที่ 1 พฤษภาคมไป ซึ่งแน่นอนว่า “แรงงาน” ในสังคมไทยนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในวันแรงงานปี 2569 คำถามของคนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจไม่ใช่เพียง “ยังมีงานทำหรือไม่” หากเป็น “รายได้ที่มีอยู่ วันนี้ยังพอรับมือกับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้แค่ไหน?”
หนึ่งทศวรรษค่าจ้างขั้นต่ำไทย
ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ‘ค่าจ้างขั้นต่ำ’ ของประเทศไทยถูกวางบทบาทให้เป็นทั้งเครื่องมือคุ้มครองแรงงานและกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนภาพของความก้าวหน้าในเชิงนโยบาย
เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก
ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง

