ชีวิต 650 วันในคุกทหารพม่า

เขาถูกจองจำในคุกพม่าเกือบ 2 ปี ประสบการณ์เหมือนลงนรกทั้งเป็น

“เขาบอกว่าผมจะไม่ได้เจอครอบครัวอีกแล้ว”  

ฌอน เทิร์นเนลล์ เป็นนักวิชาการชาวออสเตรเลียที่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจให้รัฐบาลพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ในเมียนมา ก่อนการรัฐประหารเมื่อปีที่แล้ว 

เขาเพิ่งได้รับการปล่อยตัวจากคุกโดยคณะทหารในการนิรโทษกรรมทั่วไปเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 

หลังจากติดคุกนานกว่า 650 วัน 

โดยถูกตัดสินจำคุก 3 ปี ฐานละเมิดกฎหมายว่าด้วยความลับของรัฐบาลเมียนมา 

ทั้งๆ ที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลที่นำโดยพรรค NLD ภายใต้การนำของอองซาน ซูจี

                    ฌอน เทิร์นเนลล์ ได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พร้อมกับชาวต่างชาติอีก 3 คน คือ โทรุ คูโบต้า จากญี่ปุ่น, วิคกี้ โบว์แมน ชาวอังกฤษ และจ่อ เต อู ชาวอเมริกัน 

ร่วมกับนักโทษทั้งหมด 5,774 คน ที่ได้รับการปล่อยตัวในวันแห่งชัยชนะแห่งชาติ 

เทิร์นเนลล์ในวัย 58 เคยเป็นรองศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย Macquarie University ที่นครซิดนีย์

เทิร์นเนลล์บอกว่า การที่เขาถูกจับขังคุกและต่อมามีการนิรโทษกรรมนั้น เป็นแค่ “ละครสัตว์” ที่รัฐบาลทหารใช้เพื่อจะสร้างความชอบธรรมกับนานาชาติ

และเพื่อจะรักษาอำนาจเผด็จการต่อไปเรื่อยๆ เท่านั้นเอง

พอออกจากคุก นักวิชาการออสเตรเลียคนนี้ก็เปิดใจกับสื่อต่างประเทศหลายสำนัก

เป็นครั้งแรกที่เราได้ยินได้ฟังเรื่องราวจากคุกพม่าที่มีชื่อเสียงด้านความโหดร้ายเหี้ยมเกรียมมายาวนาน

                    คนพม่าและต่างด้าวอื่นที่เคยผ่านคุกพม่ามาก่อนมักจะไม่เล่ารายละเอียดชีวิตข้างหลังห้องกรงมากนัก เพราะกลัวจะถูกตามไล่ล่าอีก

แต่สำหรับเทิร์นเนลล์ เขาเชื่อว่าการเปิดโปงความเลวร้ายในคุกพม่าเป็นพฤติกรรมของรัฐบาลทหารพม่านั้น เป็นความจำเป็นเพื่อที่จะระงับยับยั้งการกระทำทำนองนี้ต่อไปอีก

หนึ่งในบทสัมภาษณ์นั้น เขาเล่ารายละเอียดให้กับ RFA ว่าด้วยสภาวะที่สุดแสนจะยากลำบากที่เขาต้องเผชิญระหว่างถูกคุมขัง

                อีกทั้งยังบอกกล่าวถึงความเห็นของเขาเกี่ยวกับสถานะของวิกฤตการณ์ทางการเมืองของเมียนมานับตั้งแต่การยึดอำนาจของทหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ปีที่แล้ว

เริ่มต้นด้วยการบอกว่าเขารู้สึกดีและมีความสุขมากที่ได้รับอิสรภาพ

“แต่ก็ต้องพึงระลึกไว้เสมอว่าหลายคนยังอยู่ในคุก รวมทั้งเพื่อนชาวพม่าของผมอีกหลายคนที่ยังคงถูกคุมขังอยู่...”

ไม่แต่เท่านั้น เขามองว่า “คนทั้งประเทศพม่าก็ยังคงถูกจำคุก ภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหาร...”

เขาจึงต้องพูดเพื่อแสดงความกังวลอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านมนุษยชนในประเทศพม่า

ถามว่าเขาคิดว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เขาได้รับการปล่อยตัวจากคุกครั้งนี้

อาจารย์เทิร์นเนลล์ยอมรับว่า แม้จะเป็นคำถามที่ต้องหาคำตอบ แต่เขาก็ยอมรับว่าเหตุผลจริงๆ ยังไม่ชัดเจนทั้งหมด 

ส่วนหนึ่งก็อาจจะมาจากแรงกดดันต่อรัฐบาลทหารพม่าที่มาจากคนทั่วโลก รวมถึงสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย

“เพราะทุกคนคงจะรู้ดีว่าสถานการณ์ของพม่าวันนี้อยู่ในภาวะที่ย่ำแย่มาก เศรษฐกิจก็พังพินาศไปด้วย...ดังนั้นผมเชื่อว่ารัฐบาลทหารพม่ากำลังรู้สึกอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนัก...”

การปล่อยนักโทษการเมืองรอบนี้ก็น่าจะมีเป้าหมายเพื่อลดทอนแรงกดดันจากนานาชาติบางส่วน

แต่เขาก็เชื่อว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียงละครหลอกลวงทางการเมืองเท่านั้น

เพราะการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงและการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ยังไม่เกิดขึ้น 

ที่เห็นอยู่นี้เขาเรียกมันว่า “ละครสัตว์” เท่านั้น

ชีวิตในคุกพม่าน่ารันทดเพียงใด ต้องฟังจากอาจารย์ออสเตรเลียคนนี้

สรุปประโยคสั้นๆ คือ “มันแย่มาก” 

และเขาเชื่อว่าหลายคนที่รับทราบข้อมูลจากเขานั้นอาจมีประสบการณ์จริงมาก่อน และมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าเรือนจำในเมียนมาเป็นอย่างไร 

มันคือความน่ากลัวที่อธิบายเป็นคำพูดได้ยาก

ขนาดอาจารย์ออสเตรเลียนคนนี้คิดว่าความเป็นต่างด้าวของเขาอาจจะทำให้เขาได้รับการปฏิบัติที่อ่อนเบากว่านักโทษพม่าเอง

แต่มันก็ยังน่ารันทดอยู่ดี

อาจารย์เทิร์นเนลล์บอกว่า “ในระดับส่วนตัว ผมคิดว่าผมอาจได้รับการปฏิบัติค่อนข้างอ่อนโยนกว่าคนอื่น อย่างน้อยก็ระดับหนึ่ง ผมเชื่อว่าผมได้รับการปฏิบัติที่ดีกว่าคนพม่าทั่วไปเล็กน้อยในเรือนจำ...”

แต่กระนั้นมันก็ยังเป็นฝันร้ายที่ยากจะลืมเลือน

“เงื่อนไขในคุกค่อนข้างแย่มาก อาหารไม่อร่อยและติดโรคได้ง่ายมาก ดังนั้นผมจึงติดเชื้อโควิด 5 ครั้งในขณะที่อยู่ในนั้น...”

เขาบอกว่าระหว่างอยู่ในการจองจำนั้นก็อยู่กับนักโทษการเมืองพม่าหลายคน

น่าชื่นชมว่าเพื่อนร่วมคุกที่เป็นชาวพม่านั้นมีขวัญและกำลังใจที่ดี และต่างคนต่างช่วยเหลือเกื้อกูลให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

เขาบอกว่านักโทษการเมืองพม่าที่อยู่ในคุกด้วยกันมีความรู้สึกเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและความเห็นอกเห็นใจกันอย่างยิ่ง

“และเขาเหล่านั้นก็ดีกับผมมาก พวกเขาช่วยให้ผมรอดชีวิตมาได้เพราะมีบรรยากาศแห่งความเป็นมิตรในบรรดาผู้รับเคราะห์กรรมด้วยกันอย่างดียิ่ง...”

เขากล่าวถึงอองซาน ซูจี ซึ่งก็เป็นนักโทษการเมืองเช่นกันว่า เธอมีกำลังใจดี  แข็งแกร่งมาก สงบมาก 

“… พวกเรารู้จักเธอดีมาตลอด เธอยังคงเป็นเช่นนั้นอยู่ เธออาจใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการดูแลประคับประคองและรักษาสภาพจิตใจของทุกคนรอบตัวเธอมากกว่าที่จะกังวลเกี่ยวกับตัวเอง...”

ในความรู้สึกของบรรดานักโทษการเมืองนั้น มีความเห็นตรงกันว่า ในระยะยาว ประชาชนชาวพม่าจะต้องชนะและความสงบสุขจะกลับมา ณ จุดใดจุดหนึ่ง

มีคำถามว่าระหว่างติดคุกเขาเคยโดนทรมานบ้างไหม?

                    อาจารย์เทิร์นเนลล์บอกว่า ในภาพรวมเขาได้รับการปฏิบัติค่อนข้างแย่แม้จะไม่ถูกทรมานโดยตรง

“แต่ผมได้เห็นและได้ยินการทรมานที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัวผม...ผมเองไม่ได้รับการทรมานทางกายโดยตรง ยกเว้นทางจิตใจ...”

อาจารย์เทิร์นเนลล์บอกว่า เขาถูกขังเดี่ยวเป็นเวลาหลายเดือน

ไม่ได้รับอนุญาตให้อ่านหนังสือหรือทำกิจกรรมอะไรทำนองนั้นได้เลย

“ผมเรียกมันว่าเป็นการจงใจสร้างการทรมานทางจิตใจ แต่เพื่อนชาวเมียนมาของผมที่ถูกจับได้นั้นถูกทรมานทางร่างกายจริงๆ … พวกเขามีอิเล็กโทรดติดอยู่และถูกไฟฟ้าดูด บางคนถูกทุบตี มีรอยฟกช้ำและแผลเป็นจากการถูกเฆี่ยนตี....”

เขาบอกว่ารัฐบาลทหารพม่าไม่ยี่หระเกี่ยวกับเรื่องสิทธิมนุษยชนใดๆ เลย 

“… พวกเขาไม่สนใจกฎหมายของตัวเองด้วยซ้ำ ตัวอย่างเช่น ในท้ายที่สุด ผมถูกตัดสินภายใต้กฎหมายที่ไม่เกี่ยวอะไรกับผมเลย แต่พวกเขาไม่ได้สนใจว่ามันผิดหลักการและละเมิดกติกาแห่งความยุติธรรมแต่อย่างใด …”

(พรุ่งนี้: “ผมรักพม่า แต่ผมเกลียดเผด็จการทหารพม่า”).

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกลับนายทหารอากาศมะกัน: เตรียมสงครามกับจีนใน 2 ปี!

สหรัฐฯ เตรียมทำสงครามกับจีนจริงหรือ? ถ้าจริง สงครามนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่และในสถานการณ์ใด? ดูเหมือนนักยุทธศาสตร์ทางทหารของสหรัฐฯ จะกังวลเรื่องจีนบุกไต้หวัน ว่าอาจจะเป็นสาเหตุที่จะทำให้สองยักษ์ใหญ่เผชิญหน้ากันทางทหาร

สัญญาณอันตรายจาก ไร่ฝิ่นที่สามเหลี่ยมทองคำ

สัญญาณเตือนภัยประเทศไทยมาจากสามเหลี่ยมทองคำล่าสุด...เมื่อสหประชาชาติแจ้งว่า การผลิตฝิ่นในเมียนมาเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในปีที่แล้ว

สมรภูมิยูเครน: หลังรถถัง Leopard เครื่องบินรบ F-16 ก็จะตามมา?

หลังจากการต่อรองและกดดันซึ่งกันและกันมาหลายเดือน ท้ายที่สุดสหรัฐฯกับเยอรมันนีก็พบกันครึ่งทางเรื่องส่งรถถังหนักให้ยูเครนทำสงครามกับรัสเซีย

จีนเปิดประเทศจะช่วย เศรษฐกิจโลกเพียงใด?

การปลดพนักงานครั้งใหญ่ของธุรกิจด้านเทคโนโลยีและสื่อยักษ์ในสหรัฐฯกำลังบอกอะไรเราเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกและอนาคตของธุรกิจที่เกี่ยวโยงกับเทคเนโลยี?