
อาทิตย์นี้...ช่วงดึกๆ ดื่นๆ ตีสาม-ตี่สี่ ก็น่าจะพอรู้แล้ว!!! ว่าระหว่างทีม ฟ้า-ขาว อาร์เจนตินา ที่มีมนุษย์ต่างดาว ลิโอเนล เมสซี เป็นตัวยืน กับทีม ตราไก่-ฝรั่งเศส ที่มี คีเลียน เอ็มบัปเป มนุษย์ต่างดาวรายใหม่ หรือมาจากดาวดวงใหม่ เป็นจรวดทะลุทะลวง ใครจะสามารถคว้า แชมป์บอลโลก ปีนี้ โดยไม่ต้องรอให้ ศาลไทย พิพากษาว่าใครจะถ่ายทอดสด-ไม่ถ่ายทอดสด ใครจะต้องจ่ายเงินคืน 600 ล้าน หรือไม่? อย่างไร? อันเป็นอะไรที่มาล่า-มาเรือ แบบ ความยุติธรรม...ที่ล่าช้าก็คือความไม่ยุติธรรมทำนองหนึ่ง อะไรประมาณนั้น...
แต่เอาเป็นว่า...ด้วยความแก่ ความชรา ความเป็นไม้ใกล้ฝั่งเต็มที การมีโอกาสได้ดูฟุตบอลโลกเที่ยวนี้ คงต้องยอมรับว่าค่อนข้างผิดแผก แตกต่าง ไปจากครั้งที่ยังคงดำรงตนเป็น ผีบ้าบอล อยู่พอสมควร คือแม้ว่าจะมันแตก มันเยิ้ม ในบางคู่ หรือหลายๆ คู่ เท่าที่ผ่านมาและผ่านไปเป็นที่เรียบโร้ยย์ย์ย์ มีตำนาน มีเทพนิยาย ให้ใครๆ พอได้หยิบมาพูดเป็น ควันหลง กันต่อ แต่โดย อันตัวข้าพเจ้าเอง นั้น กลับแทบไม่เหลือช่วงจังหวะกรี๊ดๆ กร๊าดๆ บิดไป-บิดมา ส่งเสียง ตี-ตี-ตี แบบคุณป้า ปทุมวดี โสภาพรรณ หรือ ป๋าไฉน ผ่องสุพา เชียร์มวยช่วงขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ทำนองนั้น ไม่ใช่เพราะไม่สนุก แต่อาจมีอะไรที่อาจสนุกยิ่งกว่า น่าสนใจยิ่งกว่า และอาจกลายเป็นตัวดึงดูดให้เกิดข้อคิด ข้อสะกิดใจ จนเลยลืมเอ้อๆ-อ้าๆ เอะอะโวยวาย กรี๊ดๆ กร๊าดๆ บิดไป-บิดมา แบบที่เคยประพฤติปฏิบัติชนิดแทบถือเป็นวัตรปฏิบัติโดยปกติ ระหว่างที่มีโอกาสได้ดูบอลโลกในแต่ละครั้ง แต่ละคราว...
สิ่งที่กลายเป็นตัวดึงดูด หรือสร้างแรงดึงดูดในลักษณะที่ว่า...ก็คือบรรดา อารมณ์-ความรู้สึก ที่ปรากฏอยู่บนสีหน้า-สีตา หรืออยู่ในอากัปกิริยา-ท่าทาง ของบรรดา แฟนบอล แต่ละทีม แต่ละชาติ ที่แห่เข้าไปเชียร์ ทีมชาติ ของชาติใคร-ชาติมันอย่างชนิดไม่ต่างไปจากทวยไทยบ้านเราเวลาเชียร์คุณน้อง เมย์-รัชนก หรือเชียร์ทีมวอลเลย์บอลหญิง อะไรประมาณนั้น คือมีทั้งแหกปากร้องลั่น แทบตีอก-ชกหัวตัวเองในบางจังหวะ มีทั้งซึมกะทือเป็นไม้ท่อนปานประดุจญาติเสียในบางจังหวะ หรือมีทั้งสุขๆ-ทุกข์ สลับไป-สลับมา ขึ้นๆ-ลงๆ ในแต่ละแมตช์ แต่ละนัด ยิ่งถ้าหากมีการต่อเวลา ทดเวลาบาดเจ็บ ไปจนถึง ยิงลูกโทษ วัดตัดสินกันในวินาทีสุดท้ายด้วยแล้ว ยิ่งเป็นอะไรที่ขึ้นๆ-ลงๆ สลับไป-สลับมา สุขๆ-ทุกข์ๆ อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธ...
สำหรับผู้ที่สุขกาย-สบายใจ ก็น่ายินดี น่าปลาบปลื้มตามไปด้วย แต่สำหรับผู้ที่ทุกข์กาย-ทุกข์ใจ ต้องยอมรับความพ่ายแพ้ไปตามสภาพ ก็เป็นอะไรที่น่าเศร้า น่าสลดหดหู่ น่าเห็นใจ จนอยากจะเข้าไปปลอบประโลม ไปเช็ดหยดน้ำตา หยาดน้ำตา โดยเฉพาะพวก แฟนบอลเด็กๆ ที่ถึงกับปล่อยโฮ สีหน้าบูดเบี้ยว เหยเก จนทำให้พอมองเห็นอะไรบางอย่างที่อยู่ลึกลงไปกว่าความ สนุก ความมันซ์ซ์ซ์-ไม่มันซ์ซ์ซ์ แต่เพียงอย่างเดียว นั่นคือความ สุขๆ-ทุกข์ๆ ที่ซุกซ่อนอยู่เบื้องหลังความเป็นไปของสรรพสิ่งใดๆ ก็ตาม ที่ต่างต้อง เกิดขึ้น-ตั้งอยู่-และดับไป ด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งปวง นั่นแล...
อันนี้นี่แหละ...ที่ทำให้ความกรี๊ดๆ กร๊าดๆ ซี้ดๆ ซ้าดๆ อาการบิดไป-บิดมาทั้งหลายแทบ หายเกลี้ยง จากวัตรปฏิบัติโดยปกติ กลายเป็นความชืดๆ-ชาๆ เป็น อารมณ์-ความรู้สึก แบบประเภท มันเป็นเช่นนั้นเอง-มันเป็นพรรค์นั้นแหละ ไปจนได้!!! หรือทำให้เกิดความสงบ-เสงี่ยม ปานประดุจผ้าพับไว้ แม้จังหวะการถล่มประตูของฝ่ายหนึ่ง-ฝ่ายใด ทีมหนึ่ง-ทีมใดก็เถอะ อย่างมาก...ก็แค่อือๆ-อาๆ ไม่ถึงกับดิ้นพราดๆ เหมือนแต่เก่าเอาเลยแม้แต่น้อย โดยจะเรียกว่าเป็น ความสงบ-สว่าง-สะอาด หรือไม่? อย่างไร? ก็ยังยากที่จะสรุปได้ แต่ด้วยความรู้สึกทำนองนี้นี่เอง...ที่ทำให้เกิดความเห็นใจ สงสาร ต่อใครก็ตามที่ต้องตกเป็น ผู้แพ้ รวมทั้งเกิดความยินดี ปรีดา ต่อใครก็ตามที่สามารถผงาดขึ้นเป็น ผู้ชนะ ควบคู่กันไป หรือทำให้ไม่ได้รู้สึกถึงความผิดแผก-แตกต่าง ระหว่าง ผู้แพ้ และ ผู้ชนะ เอาเลยก็ว่าได้ แต่กลับรู้สึกว่าทุกๆ ฝ่ายๆ นั่นแหละต่างเป็น เพื่อนผู้ร่วมวัฏสงสาร ไปด้วยกันทั้งสิ้น...
จะโดย อารมณ์-ความรู้สึก ดังกล่าวหรือไม่? ก็ยังไม่แน่ใจ!!! ที่บรรดาพวก พระๆ ท่านพยายามชี้แนะ ชี้นำ ให้พยายามสะสมเพิ่มพูนให้มากๆ เข้าไว้ เพื่อที่จะได้ไม่ต้อง บวกๆ-ลบๆ กับสรรพสิ่งใดๆ ก็ตามที่จับตัวกันเป็นคู่ๆ หรือเป็น ของคู่ ภายใต้ ธรรมชาติแห่งการปรุงแต่ง ทั้งหมด ทั้งมวล โดยการที่ไม่ต้องไปมัวบิดไป-บิดมากับฝ่ายชนะ ไม่ต้องถึงกับต้องไปร้องห่ม ร้องไห้ กับฝ่ายแพ้ เอาไป-เอามา...กลับช่วยให้เกิดความรู้สึกดีๆ กับทุกๆ ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นความปลาบปลื้ม ยินดี ต่อความสุขกาย-สบายใจของผู้อื่น ไปจนความรัก ความเมตตา ความเห็นอก-เห็นใจ ควบคู่กันไป อันนี้นี่เอง...ที่ทำให้การมีโอกาสได้ดูบอลโลกคราวนี้ ช่างเป็นอะไรที่เหมาะสม สอดคล้อง กับความเป็นไปของโลก ของสถานการณ์บ้านเมือง และของความเป็น ไม้ใกล้ฝั่ง ของตัวกูเองเอามากๆ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คิดจะฟ้องไทย...ไงกลายเป็นหมาหัวเน่า
สันดานโจร สันดานคนโกหก กล่าวหาไทยด้วยข้อความเป็นเท็จ พูดจาด้วยท่าทีที่รุนแรง หวังที่จะฟ้องประชาคมโลกให้ช่วยรุมประณามไทย ดรามาว่าข้อพิพาทระหว่างเขากับเราในเวลานี้ ไทยเราเป็นคนเริ่มต้น ไทยเราเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กอย่างไร้มนุษยธรรม ดรามาทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร ใช้คนแก่
ความรู้-คู่-คุณธรรม
คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้...ว่าด้วยความ ก้าวหน้า-ก้าวไกล ของเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านการสื่อสารมันเลยทำให้บรรดา กูรู-กูรู้ ไม่ว่าในบ้านเราหรือในระดับโลกก็ตามที
'แคนดิเดต ผบ.' หวิดงานเข้า
จู่ๆ ก็เกือบงานเข้า บิ๊กไมค์-พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หนึ่งในแคนดิเดตชิงเก้าอี้ "ผู้นำสีกากี" ต่อจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก
เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม
ป้อมปราการที่มิมีผู้ใดจะตีแตก!!!
อย่างที่เคยพูดๆ เอาไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันรู้ผล เลือกตั้ง ครั้งสุดท้ายของบ้านเรานั่นแหละว่า...ไม่ว่าใคร? พรรคใด? ได้เสียงข้างมาก ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แต่ย่อมหนีไม่พ้นต้อง ซวยฉิบหาย-ซวยตายห่า
โละ 'บัญชีผี' กอ.รมน.
เอ๊ะ!!! ไม่รู้มีอะไรในกอไผ่มากกว่าหน่อไม้หรือไม่ เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา "4 แคนดิเดต" ชิงเก้าอี้ "ผบ.ตร." หรือ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" คนที่ 16 ต่อคิวจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์

