
“ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีสิ่งใดที่ตำรวจไทยทำไม่ได้”
เนี่ย..ไม่รู้เจ้าของคำขวัญนี้จะหมายรวมถึง “คลิปตำรวจไทย ที่กำลังเป็น Viral ในประเทศจีนเอาไว้ด้วยหรือไม่?
แต่จะรวม-ไม่รวม ใครที่เห็น “คลิป” สาวจีนทดสอบใช้บริการตำรวจไทย ไปรับถึงประตูเครื่องบิน เดินนำทาง ยกกระเป๋า เปิดประตูรถให้ ขับรถนำเปิดไฟฉุกเฉินไซเรนล่ะก็..
ย่อมที่จะรู้สึก ทั้งอาย(แทน)-ทั้งสมน้ำหน้ากับตำรวจไทยที่คอยเป็นเบ๊-ขี้ข้า ทาสรับใช้ให้นักท่องเที่ยวเพื่อแลกกับเศษเงิน!
อย่างงี้จะลงโทษสถานไหนก็ไม่อาจฉุดดึงเกียรติยศ-ศักดิ์ศรีตำรวจไทยคืนกลับมาได้ ยิ่งแค่ “สั่งย้าย” ก็คงจะจิ๊บๆ..
โทษความผิด..ทำเสื่อมเสียร้ายแรงต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้อง “สั่งปลด” สถานเดียว!
เออ..แต่ที่ยังจะ “ทวงคืนกลับมาได้” ก็เรื่องของ “ดาวเทียม” ซึ่งเวลานี้นอกจาก ดร.นิว, ม.จ.จุลเจิม ยุคล, คุณศรีสุวรรณจะออกหน้าทวงคืนแล้ว..
คุณหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ก็อีกคนที่พยายามอย่างแรงกล้า ล่าสุดก็ได้โพสต์..
“ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านกิจการดาวเทียมของประเทศ มีข้อมูลที่น่าสนใจหลายประเด็นที่ประชาชนเจ้าประเทศต้องรับรู้
1.การส่งมอบดาวเทียมดวง 4 และดวง 6 จนขณะนี้ยังไม่สามารถฝึกอบรมบุคลากรของรัฐให้บังคับดาวเทียมได้จริง แต่ฝ่ายรัฐที่มีอำนาจก็ไม่จริงจังกับสัญญาสัมปทานที่หมดอายุ
2.มีการขายอุปกรณ์ จานรับสัญญาณดาวเทียมของรัฐ ราคาหลักร้อยล้านบาท แต่ขายให้เอกชนแค่หลักแสนบาท ทั้งๆ ที่คุณภาพการใช้งานยังใช้งานได้
3.ตำแหน่งดาวเทียมอินเทอร์เน็ตของไทย ถือว่าเป็นตำแหน่งของราชาดาวเทียม เพราะครอบคลุมทั้งอินเดีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ประมาณ 1 ใน 3 ของพื้นโลก
และคลุมประชากรมากที่สุดในโลก เศรษฐกิจใหญ่ของโลก เป็นที่หมายปองของทุกชาติ
4.การที่ให้เอกชนไปทำกิจการดาวเทียมจึงอันตรายต่อชาติ เพราะอาจมีปัญหาเรื่องความมั่นคง การจารกรรม สมรู้กับต่างชาติ เพราะของเรานั้นเป็นที่หมายปอง
5.ขณะนี้มาเลเซียกำลังจะยิงดาวเทียมอินเทอร์เน็ตขนาด 100 gigabit per second และอินโดฯ ก็กำลังจะยิงอีก 2 ดวง ซึ่งของอินโดนีเซียจะมีศักยภาพถึง 300 gigabit per second ทุกอย่างรัฐบาลทำเองหมด
แต่ของเราให้เอกชนทำ และรัฐบาลไทยเรามีของใช้แค่ 400 megabits per second ซึ่งในโลกอนาคต รัฐบาลไทยจะสู้ประเทศเหล่านี้ไม่ได้เลย
6.ดาวเทียมอินเทอร์เน็ตของไทยใช้ประโยชน์แก่คนไทยแค่ 8% และในราคาที่แพงกว่าที่เขาขายต่างชาติมาก
7.ปกติแล้วอายุดาวเทียมอินเทอร์เน็ต หนึ่งดวงประมาณ 15 ปี สามารถสร้างรายได้ประมาณ 150,000 ล้านบาท แต่ประมูลสิทธิ์ไปหลักร้อยล้าน
8.หน่วยงานรัฐมีศักยภาพในการดูแล และบริหารกิจการดาวเทียมได้ แต่ถูกทำให้อ่อนแอ ถึงขนาดคนของรัฐให้การต่อศาล (ที่กำลังถูกขอคุ้มครองชั่วคราวเรื่องดาวเทียม) ว่า
หน่วยงานรัฐดูแลกิจการดาวเทียมไม่ได้ แต่ถูกหักล้าง จากหนังสือที่เป็นหลักฐานว่า หน่วยงานรัฐมีความพร้อมที่จะดำเนินกิจการดาวเทียมได้เอง
9.โลกอนาคตเป็นโลกดิจิทัล อุปกรณ์เครื่องใช้เป็น iot (internet of things) ของใช้จะถูกสั่งการผ่านมือถือ ต้องอาศัยอินเทอร์เน็ต ทั้งแบบผ่านสายและผ่านดาวเทียม จะมีความสำคัญมาก
และถ้าเป็นของเอกชนราคาจะสูง แต่ถ้ารัฐดำเนินการราคาจะถูกลง
10.ดาวเทียมอินเทอร์เน็ตจึงมีความสำคัญต่อศักยภาพประเทศ ทุกประเทศรัฐบาลเป็นผู้ดูแล อนาคตอินเทอร์เน็ตจะเป็นพื้นฐานชีวิตทั้งในป่า เขา ทะเล เกาะ เครื่องบิน เรือ รถ
ถ้ารัฐไม่ดำเนินการเอง การพัฒนาประเทศในอนาคต เราจะแพ้มาเลเซียและอินโดนีเซียแน่นอน”
ครับ..ช่วยกันคนละไม้ละมือ เชื่อ “สมบัติพ่อ” ต้องได้คืน!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แว่วยินหมอดูทัก!
จะว่าเกิดไม่ทันก็คงไม่ใช่.. ผมหมายถึง นางกาญจนี วัลยะเสวี หรือ “ติ๊งต่าง” เจ้าของฉายาไฮโซสปอร์ตคลับและแกนนำกลุ่มแม่ยกพรรคประชาธิปัตย์น่ะ!
สุดแท้แต่กรรมเวร!
เดี๋ยวนะ.. คิดดีๆ อีกที..เงินตั้ง 1,300 ล้านบาทเชียวนา ที่ ครม.มีมติอนุมัติให้ กสทช.ดำเนินการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 น่ะ!
นึกว่า.. ‘คนจริง’!
“ไปจำศีลมา 8 เดือน”! นี่..ตีความได้ว่า จากนี้ นายทักษิณ ชินวัตร ก็จะละศีล พร้อมที่จะออกมาลุยในยุทธจักรการเมืองอีกต่อไปสินะ และที่บอกกับนักข่าว.. “ตอนนี้จำอะไรไม่ได้แล้ว” นั้น..
แสบยิ่งกว่าซีม่า
ไม่ใช่แผนเปิดประเด็นสร้างกระแส! แต่..เป็นความจริงที่ทำให้เกิดการถกเถียง-วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง กรณี สส.พรรคประชาชน คุณไอซ์-รักชนก ศรีนอก โพสต์เมื่อวันก่อน..
ระวัง.. ‘หมาหัวเน่า’!
เนี่ย..เพิ่งจะได้เข้าใจ! ว่า.. “กองทุนสวัสดิการของอดีต สส.และ สว.” เป็นกองทุนที่สมาชิกรัฐสภาเป็นผู้พิจารณากฎหมายและออกระเบียบกันเอง
ชาวพะงัน..อย่ารำคาญ
ปัจจุบันไม่มีตำแหน่งแห่งหน.. แต่..คุณชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช..

