จับตายอดใช้พลังงานปี 66

ใกล้เข้าช่วงเทศกาลสงกรานต์ของปี 2566 แล้ว ช่วงนี้ก็มักจะเห็นผู้คนเริ่มเตรียมแผนเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัด ไปท่องเที่ยว หรือวางแผนใช้ชีวิตในช่วงวันหยุดยาวกันบ้างแล้ว ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะเป็นหนึ่งในตัวสนับสนุนให้ภาพรวมการใช้พลังงานของไทยเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยหากอ้างอิงสมมุติฐานจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะเห็นว่าภาพรวมการใช้พลังงานในปี 2566 คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.8% อยู่ที่ระดับ 2,047 พันบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน แต่เมื่อมาดูยอดใช้งานในปี 2565 ที่แม้จะมีกิจกรรมทางสังคมที่เริ่มกลับมาเหมือนเดิมแล้ว แต่ยอดใช้พลังงานขั้นต้นนั้นลดลง 

แต่เป็นการลดลงเล็กน้อยเพียง 0.1% ซึ่งทางสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว โดยสรุปได้ว่าภาพรวมการใช้พลังงานขั้นต้นอยู่ที่ระดับ 1,990 พันบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน

ลดลงเล็กน้อย 0.1% เมื่อเทียบกับปี 2564 โดยเป็นการลดลงจากการใช้ก๊าซธรรมชาติ 9.6% และสำหรับการใช้ถ่านหิน/ลิกไนต์ ลดลง 9.1% ในส่วนของการใช้ในภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากราคาถ่านหินปรับตัวสูงขึ้น แต่ในส่วนการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น 14.9% เนื่องจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะปกติเพิ่มมากขึ้น  

การใช้น้ำมันสำเร็จรูป ภาพรวมเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 14.4% อยู่ที่ระดับ 137.5 ล้านลิตรต่อวัน โดยเฉพาะน้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) เพิ่มขึ้น 87.7% มีปริมาณการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 9.2 ล้านลิตรต่อวัน จากการผ่อนคลายการเดินทางข้ามประเทศที่แทบจะกลับมาเป็นปกติแล้ว สะท้อนไปยังภาคการท่องเที่ยวด้วยที่มีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเริ่มเดินทางเข้ามาในไทยมากขึ้น ขณะที่คนไทยเองก็เริ่มเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน 

ขณะที่ด้านการใช้ไฟฟ้า ภาพรวมเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 3.5% อยู่ที่ 197,209 ล้านหน่วย จากการใช้ที่เพิ่มขึ้นในเกือบทุกสาขาเศรษฐกิจ ยกเว้นครัวเรือนและภาคเกษตรกรรม ทั้งนี้ ความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดในระบบ 3 การไฟฟ้า (พีกไฟฟ้า) ของปี 2565 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 เม.ย.2565 ณ เวลา 14.30 น. ที่ระดับ 33,177 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้น 6.9% เมื่อเทียบกับพีกของปี 2564 ที่ระดับ 31,023 เมกะวัตต์ โดยการใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่อยู่ในภาคอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น 2.5% สำหรับภาคธุรกิจ เพิ่มขึ้น 11% โดยกลุ่มธุรกิจสำคัญที่มีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เช่น ธุรกิจโรงแรม เพิ่มขึ้น 44.3% ธุรกิจอพาร์ตเมนต์และเกสต์เฮาส์ เพิ่มขึ้น 14.1% และธุรกิจห้างสรรพสินค้า เพิ่มขึ้น 10.2% เป็นต้น 

แต่ล่าสุดในปี 2566 นั้น ที่มีการคาดการณ์ว่าการใช้พลังงานจะเติบโตขึ้นจากปีก่อน ก็เริ่มเห็นภาพสะท้อนในด้านนี้บ้างแล้ว แม้จะผ่านช่วงเวลามาแค่ 3 เดือน โดยจากข้อมูลของกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) ได้มีการเปิดเผยภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยเดือน ม.ค. เพียงเดือนเดียวอยู่ที่ 161.49 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.2% โดยการใช้กลุ่มดีเซลเพิ่มขึ้น 3.1% น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) เพิ่มขึ้น 102.7% น้ำมันเตาเพิ่มขึ้น 7.4% ก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์ (NGV) เพิ่มขึ้น 9% และการใช้กลุ่มเบนซินเพิ่มขึ้น 1.5%  

รวมถึงข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ก็มีการรายงานว่าสถานการณ์การใช้ไฟฟ้าในช่วงฤดูร้อนของไทยร้อนแรงอย่างมาก ส่งผลถึงปริมาณพีกไฟฟ้าในระบบของ 3 การไฟฟ้า คือ กฟผ. กฟภ. และ กฟน. ปีนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 แล้ว มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด 32,963 เมกะวัตต์ เมื่อเวลา 20.52 น. ของวันที่ 6 เม.ย.นี้ เนื่องจากอุณหภูมิในประเทศไทยร้อนจัด ส่งผลให้แต่ละบ้านเปิดเครื่องปรับอากาศ แอร์ และพัดลมคลายร้อนพร้อมๆ กัน จนทำให้เกิดไฟฟ้าพีก 

แม้จะผ่านไปเพียง 3 เดือนเท่านั้น แต่ความต้องการใช้พลังงานก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่าในเดือน เม.ย.นี้ ที่เป็นช่วงเทศกาล ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะสนับสนุนการใช้พลังงานให้เพิ่มขึ้นแน่นอน แต่ผู้ใช้อย่างเราๆ ก็ต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปด้วย เพราะมันเป็นต้นทุนในการใช้ชีวิต ทางที่ดีก็อยากจะให้ใช้อย่างพอควร และช่วยกันประหยัดพลังงานเพิ่มเซฟเงินในกระเป๋า และดูแลธรรมชาติไปในตัว. 

ณัฐวัฒน์ หาญกล้า 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยาแรงหรือแค่ยาแก้ปวด?

ท่ามกลางภาวะสุญญากาศทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไทยต้องเผชิญกับมรสุม "วิกฤตซ้ำซ้อน" มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่บาดแผลเรื้อรังจากโรคระบาดที่ยังไม่ทันสมานดี กลับต้องมาถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตพลังงานโลกที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งพุ่งทะยานอย่างควบคุมไม่ได้ สถานการณ์ในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การกำไรลดลง แต่คือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสภาวะที่ "สภาพคล่องติดขัด หนี้เสียติดหล่ม และหนี้นอกระบบกลายเป็นกับดัก"

กระตุ้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ภายหลังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก

โซลาร์รูฟท็อป ฝ่าวิกฤตค่าไฟฟ้าแพง

สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ซึ่ง คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งชาติ คาดการณ์ว่าสถานการณ์คงจะยืดเยื้อไม่จบภายในปี 2569 จะทำให้วิกฤตราคาพลังงานลากยาว ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับวิกฤตดังกล่าว

เมื่อ‘การมีงาน’ไม่ได้แปลว่า‘มั่นคง’?

เพิ่งจะผ่านพ้นวันที่ 1 พฤษภาคมไป ซึ่งแน่นอนว่า “แรงงาน” ในสังคมไทยนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในวันแรงงานปี 2569 คำถามของคนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจไม่ใช่เพียง “ยังมีงานทำหรือไม่” หากเป็น “รายได้ที่มีอยู่ วันนี้ยังพอรับมือกับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้แค่ไหน?”

หนึ่งทศวรรษค่าจ้างขั้นต่ำไทย

ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ‘ค่าจ้างขั้นต่ำ’ ของประเทศไทยถูกวางบทบาทให้เป็นทั้งเครื่องมือคุ้มครองแรงงานและกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนภาพของความก้าวหน้าในเชิงนโยบาย

เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก

ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง