เมื่อ 14 ล้านเสียงคบ 'เด็ก' สร้างบ้าน

คงต้องยอมรับเอาจริงๆ นั่นแหละว่า...14 ล้านเสียง 14 ล้านคนนั้น ย่อมมิใช่น้อยๆ สำหรับสังคม ประเทศ ที่มีผู้คนพลเมืองอยู่ประมาณ 60-70 ล้านคน ด้วยเหตุนี้...การที่จำต้องอยู่ร่วมในสังคมเดียวกันกับผู้คนประมาณ 14 ล้านเสียง 14 ล้านคนที่ว่า จึงเป็นอะไรที่ออกจะ โชคดี...ที่ตายก่อน เอาเลยจริงๆ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่พร้อมดำรงตนเป็น ไดโนเสาร์ มาโดยตลอด อย่าง อันตัวข้าพเจ้าเอง เป็นต้น

แต่ก็นั่นแหละ...บรรดา 14 ล้านเสียง 14 ล้านคนที่ว่า เอาเข้าจริงๆ แล้ว ย่อมต้องถือเป็นพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ฝูงๆ หรือกระทั่งเป็นญาติสนิทมิตรสหายไปด้วยกันทั้งนั้น ไม่ใช่คนอื่น-คนไกลซะที่ไหน

เผลอๆ...อาจรวมอยู่ภายในครอบครัวเดียวกัน สายเลือดเดียวกัน เอาเลยก็เป็นได้ แม้อาจต่างกันอยู่มั่งในแง่สปีชีส์ ไฟลัม ฯลฯ หรืออะไรต่อมิอะไรทั้งหลาย ไม่ว่าด้วยเหตุผลกลใด ก็ตามที ดังนั้น...การ คิดต่าง-เห็นต่าง ในเรื่องการบ้าน-การเมือง มันเลยมิอาจตัดขาด แยกขาด ไปจาก สัมพันธภาพ ด้านอื่นๆ ที่อาจมีคุณค่า มีคุณูปการ สูงส่งเสียยิ่งกว่าเรื่อง การเมือง ไม่รู้กี่ร้อย-กี่พันเท่า

แต่ครั้นเมื่อต้องนำมาซึ่งผู้ที่มีสถานะเป็น รัฐบาล อันเนื่องมาจากผู้คน 14 คน 14 ล้านเสียงนั่นแหละ อันนี้นี่เอง...ที่อาจก่อให้เกิดความ ยุ่งฉิบหาย-ยุ่งตายห่า ขึ้นมาอย่างมิอาจปฏิเสธได้!!! จะด้วยเหตุเพราะความปรารถนา ความต้องการที่จะตอบสนองอารมณ์-ความรู้สึกของผู้คน 14 ล้านเสียง หรือเพื่อตอบสนองความปรารถนา ความทะเยอทะยานของ ตัวกูเอง ก็แล้วแต่ ความเพียรพยายาม ความกระเหี้ยนกระหือรือที่จะแก้ไข ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ปฏิรูป ปฏิกูล อะไรต่อมิอะไรต่างๆ โดยแทบไม่คิดสนอก-สนใจ หรือไม่ได้ เข้าถึง-เข้าใจ ต่ออารมณ์-ความรู้สึก ของผู้คนอีกกว่า 30-40 ล้านเสียง มันเลยชักจะนำมาซึ่งความยุ่งฉิบหาย-ยุ่งตายโหงขึ้นมาจนได้ ถึงขั้นอาจ โชคดี-ที่ตายก่อน อย่างที่ว่าเอาไว้แล้วนั่นเอง

ไม่ว่าจะเป็นประเภทคิด แบ่งแยกดินแดน คิด เปลี่ยนวันชาติ ไปจนถึงคิด ชักศึกเข้าบ้าน ฯลฯลฯ อย่างที่ใครต่อใครนำมาพูดกันสนั่นเมืองจนตราบเท่าทุกวันนี้ ชนิดใครไปขัดอก-ขัดใจต่อความเพียรพยายาม ความกระเหี้ยนกระหือรือ ในลักษณะดังกล่าว อาจต้องเจอ ทัวร์ลง เจอกับ ส้นตีน จะซักกี่ล้านคู่ กี่ล้านตีน ก็ยังมิอาจสรุปได้ แต่เรียกว่า...มากันในระดับท่วมท้นโลกเสมือนจริง ท่วมเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ส่งผลให้ สัมพันธภาพ ระหว่างผู้คน 14 ล้านคน 14 ล้านเสียง กับผู้คนอีกซักกี่สิบล้านคนก็แล้วแต่ เลยเป็นอะไรที่ออกจะยุ่งเหยิง ออกจะชุลมุน-ชุลเก ยิ่งเข้าไปทุกที

คือถ้าหากเป็นพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ฝูงๆ ญาติสนิทมิตรสหาย ก็อาจพอ ทำใจ ได้โดยไม่ถึงกับลำบากยากเย็นซักเท่าไหร่ แค่หันไปพูดเรื่องอื่นๆ ที่ไม่ใช่เรื่อง การเมือง เปลี่ยนหัวข้อสนทนาจากเรื่อง ทิม-พิธา เรื่อง ธนาธร-ปิยบุตรและช่อ เรื่องคุณหลาน ตะวัน-แบมและหยก ฯลฯลฯลฯ ไปเป็นเรื่องดิน-ฟ้า-อากาศ เรื่องสุขภาพ เรื่องความสนุกสนาน โศกเศร้าเคล้าน้ำตา ภายใต้สัมพันธภาพที่เคยเป็นตัวเชื่อมโยง ผูกพัน บรรดาผู้คนทั้งมวล หรือทั้ง 60-70 ล้านคน ให้เป็นอะไรที่แทบไม่ต่างไปจาก ครอบครัวเดียวกัน บน แผ่นดินเดียวกัน มาโดยตลอด ทุกสิ่งทุกอย่างก็อาจพอ อยู่ๆ กันไปได้ ไม่ถึงกับต้องแยกขาด ตัดขาด สายใยที่เคยร้อยรัด หลอมรวม ให้เกิดความเป็นประเทศ เป็นสังคม ขึ้นมาจนตราบเท่าทุกวันนี้ หรือเพียงแค่รอการ เจริญเติบโต ไม่ว่าทางร่างกายและจิตใจไปตามลำดับขั้น รอให้ วัน-เวลา เป็นเครื่องพิสูจน์ เป็นตัวสมานบาดแผล ไม่ว่าแผลเล็ก แผลใหญ่ ไปตามสภาพ

แต่ถ้าหากเป็น รัฐบาล หรือผู้ที่มีสถานะอำนาจ สามารถปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข ปฏิรูป ปฏิกูล อะไรต่อมิอะไรก็ตามให้เป็นไปตามที่ตัวเองต้องการ หรือเป็นไปตามความคิด ความเห็น ของผู้คน 14 ล้านเสียงก็แล้วแต่จะอ้าง ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อยู่แล้วแน่ๆ แต่ครั้นจะหันไปฉุดกระชากลากถูผู้คน 30-40 ล้านเสียง ให้หันมาต่อต้าน คัดค้าน รัฐบาลที่มาจากผู้คน 14 ล้านเสียง ก็รังแต่ยุ่งฉิบหาย-ยุ่งตายห่า ยิ่งขึ้นไปใหญ่ เผลอๆ...อาจนำมาซึ่ง โศกนาฏกรรมทางประวัติศาสตร์ เช่น เหตุการณ์ไทยฆ่าไทย หรือเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เอาเลยก็เป็นได้!!!

ด้วยเหตุนี้...คงเหลือแต่ต้องรอให้ วัน-เวลา ช่วยสร้างการ เจริญเติบโต ขึ้นมาในหมู่ผู้ที่คิดจะเป็นรัฐบาล ผู้ที่คิดจะใช้พลังอำนาจเหล่านี้ ไปทำอะไรต่อมิอะไรตามที่ตัวเองต้องการ หรือคงต้องปล่อยให้เกิดการเรียน-รู้ตาม ประสบการณ์ ของใครของมันไปตามสภาพ โดยเอาเข้าจริงๆ แล้ว...คงไม่ถือเป็นการ ปล่อยเลย-ตามเลย แต่อย่างใด เพราะ บทเรียนขั้นแรก ว่าด้วยเรื่องการแย่งชิงตำแหน่งประธานรัฐสภา ไปจนตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็อาจพอช่วยให้เกิดการ เจริญเติบโต ในทางอุปนิสัยและวุฒิภาวะ ขึ้นมาในหมู่ผู้ที่กระเหี้ยนกระหือรืออยากจะปรับโน่น เปลี่ยนนี่ ไปตามแบบฉบับ คบเด็กสร้างบ้าน อะไรประมาณนั้น จนน่าจะพอรับรู้ได้บ้างแล้วว่า ระหว่าง โลกเสมือนจริง กับ โลกแห่งความเป็นจริง นั้นผิดแผก แตกต่าง แบบชนิดหน้ามือกับหลังตีนมาก-น้อยเพียงใด???.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คิดจะฟ้องไทย...ไงกลายเป็นหมาหัวเน่า

สันดานโจร สันดานคนโกหก กล่าวหาไทยด้วยข้อความเป็นเท็จ พูดจาด้วยท่าทีที่รุนแรง หวังที่จะฟ้องประชาคมโลกให้ช่วยรุมประณามไทย ดรามาว่าข้อพิพาทระหว่างเขากับเราในเวลานี้ ไทยเราเป็นคนเริ่มต้น ไทยเราเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กอย่างไร้มนุษยธรรม ดรามาทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร ใช้คนแก่

ความรู้-คู่-คุณธรรม

คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้...ว่าด้วยความ ก้าวหน้า-ก้าวไกล ของเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านการสื่อสารมันเลยทำให้บรรดา กูรู-กูรู้ ไม่ว่าในบ้านเราหรือในระดับโลกก็ตามที

'แคนดิเดต ผบ.' หวิดงานเข้า

จู่ๆ ก็เกือบงานเข้า บิ๊กไมค์-พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หนึ่งในแคนดิเดตชิงเก้าอี้ "ผู้นำสีกากี" ต่อจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์

แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก

เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม

ป้อมปราการที่มิมีผู้ใดจะตีแตก!!!

อย่างที่เคยพูดๆ เอาไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันรู้ผล เลือกตั้ง ครั้งสุดท้ายของบ้านเรานั่นแหละว่า...ไม่ว่าใคร? พรรคใด? ได้เสียงข้างมาก ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แต่ย่อมหนีไม่พ้นต้อง ซวยฉิบหาย-ซวยตายห่า

โละ 'บัญชีผี' กอ.รมน.

เอ๊ะ!!! ไม่รู้มีอะไรในกอไผ่มากกว่าหน่อไม้หรือไม่ เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา "4 แคนดิเดต" ชิงเก้าอี้ "ผบ.ตร." หรือ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" คนที่ 16 ต่อคิวจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์