ว่าด้วยความแก่-ความชรา

วูบๆ วาบๆ...แวบเดียวก็ใกล้จะหมดเดือนธันวา. เดือนส่งท้ายปีเก่าเพื่อต้อนรับปีใหม่ หรือใกล้ๆ จะผ่านพ้นไปอีกปี อันเป็นอะไรที่ ใกล้เข้ามาทุกที สำหรับบรรดาผู้ที่อยู่ในช่วง ในวัย ใกล้จะแง้มฝาโลงทั้งหลาย

การใช้ชีวิตที่ เหลืออยู่เพียงน้อยนิด ให้เกิดประโยชน์โพดผลต่อตัวเองและผู้อื่น ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

จึงย่อมไม่ได้ถือเป็นเรื่องง่ายๆ แต่อย่างใด อาจต้องคิดโน่น คิดนี่ คิดหน้า-คิดหลัง อยู่พอสมควรเหมือนกัน...

หรืออย่างที่คุณพี่ เสรี รุ่งสว่าง ท่านเคยโหยหวน ครวญคราง เป็นบทเพลงลูกทุ่ง อันมีชื่อว่า เรียกพี่ได้ไหม ไว้ค่อนข้างนานพอสมควรแล้วนั่นแหละว่า... “เกิดนานไปนิด-หัวใจยังหนุ่มกระชวย กระชุ่ม ฉกรรจ์-อยู่ได้เพียงแค่สามหมื่นวัน-ท่านยมบาลจะให้ไปไหนก็ไป” คือโดยวัน โดยเวลา และโดยวัย ยังไงๆ...มันคงไม่น่าจะเกินไปกว่านั้น หรือเกินไปกว่า สามหมื่นวัน มากมายซักเท่าไหร่ ด้วยเหตุนี้...ยิ่งวัน ยิ่งเวลา มันลดน้อยถอยลงยิ่งขึ้นไปเท่าไหร่ ความจำเป็นที่จะต้อง พิถีพิถัน กับการใช้ วัน ใช้ เวลา ให้เหมาะสม สอดคล้อง กับ วัย จึงเป็นอะไรที่บรรดาคนแก่-คนชราทั้งหลาย พึงต้องคิดโน่น-คิดนี่ หรือคิดให้มากๆ เข้าไว้ นั่นแหละดี...

เท่าที่ฟังๆ จากคนแก่บางราย...อย่างเช่น อาจารย์ สมเกียรติ โอสถสภา เต๊กเฮงหยู ผู้ซึ่งน่าจะแก่ น่าจะชรา มิใช่น้อย ท่านได้โพสต์เอาไว้ใน เฟซบุ๊ก ของท่าน ก็ออกจะเป็นอะไรที่ เข้าท่า อยู่พอสมควรเหมือนกัน คือท่านพยายามชี้แนะ ชี้นำ ให้ทำตัวปานประหนึ่งคล้ายๆ กับ อากาศ อะไรประมาณนั้น หรือแม้จะไม่โดดเด่น โด่งดัง ไม่มีใครคิดจะหยิบมาพูดถึง เอ่ยถึงมากมายซักเท่าไหร่ เผลอๆ...อาจลืมๆ ไปเลยก็ไม่แน่!!! แต่ท้ายที่สุดแล้ว...ด้วยคุณประโยชน์ หรือคุณลักษณะแห่งความเป็นอากาศนั่นเอง ที่ไม่ว่าใครก็เถอะ...ย่อมมิอาจ ขาดได้ เป็นอันขาด หรือถึงแม้ไม่มีคุณค่า ราคา ชนิดสามารถนำมาชั่ง-ตวง-วัด มากำหนดราคาแบบประเภทเพชรดี-มณีแดง-เขียวใสแสงมรกต ฯลฯ ใดๆ ก็ตามที แต่ถ้าหากลองขาดเสียซึ่งสิ่งที่เรียกว่าอากาศแล้วล่ะก็ ย่อมต้องซี้ม่องเซ็ก ย่อมเด๊ดสะมอเร่ย์ อิน เดอะ เท่งทึง อย่างมิพึงต้องสงสัย...

นี่...ต้องเรียกว่า ออกจะเป็นอะไรที่น่าคิด น่าฟัง มิใช่น้อย ชนิดอาจถือเป็นเข็มทิศ เป็นแนวทาง สำหรับบรรดาคนแก่ คนชรา ทั้งหลาย ทั้งปวง เอาเลยก็ว่าได้ เพราะเอาเข้าจริงๆ แล้ว...ความเด่น ความดัง ความเป็นผู้ได้รับยกย่อง สรรเสริญ เยินยอ มันน่าจะเป็นอะไรที่...งั้นๆ !!! สำหรับผู้ที่แก่แล้ว หรือผู้ที่เคยผ่านพ้น ประสบการณ์ ไม่รู้กี่ชนิดต่อกี่ชนิด จนน่าที่จะรู้สึกเฉยๆ หรือรู้สึกงั้นๆ ได้มั่งแล้ว ด้วยเหตุเพราะสิ่งต่างๆ ที่ว่านี้ ย่อมมีขึ้น-มีลง มีลาภ-ก็เสื่อมลาภ มียศ-ก็เสื่อมยศ เอาแน่-เอานอนอะไรแทบไม่ได้ แบบเดียวกับมีเกิด-ย่อมมีตาย แบบอะไรก็ตามที่เกิดขึ้น-ตั้งอยู่-ย่อมหนีไม่พ้นต้องดับไปตามสภาพ อันเป็นสิ่งที่บรรดาผู้ใกล้จะแง้มฝาโลงทั้งหลาย น่าจะ เข้าถึง และ เข้าใจ ได้ยิ่งขึ้นไปเท่านั้น... 

ส่วนบรรดาผู้ที่ยังไม่ถึงกับผ่านพ้น ประสบการณ์ ต่างๆ มากมายซักเท่าไหร่...ก็คงต้องปล่อยให้เขา เกิดขึ้น และ ตั้งอยู่ ไปตามวัย ตามสภาพ ตามเงื่อนไขและเหตุปัจจัย ของใคร-ของมันเอาเองก็แล้วกัน เพราะท้ายที่สุดแล้ว...ไม่วันใด-วันหนึ่ง หรือไม่น่าจะเกินไปกว่า สามหมื่นวัน ดังที่คุณพี่ เสรี รุ่งสว่าง ได้โหยหวน ครวญครางเอาไว้ หรือเมื่อการ ดับไป ใกล้จะมาถึง ทุกสิ่งทุกอย่างก็น่าจะกลายเป็นคำตอบ คำอธิบาย ได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องเสียเวลาไปดุ ด่า ว่ากล่าว หรือไปสรรเสริญ เยินยอ ไปชโลมชเลียร์ ให้ต้อง ขนติดปาก โดยใช่เหตุ...

ความเป็นผู้มีประโยชน์...ไม่ว่าต่อตัวเองหรือผู้อื่น โดยไม่จำเป็นต้องโดดเด่น โด่งดัง ชนิดไม่ต่างอะไรไปจาก อากาศ อย่างที่อาจารย์ สมเกียรติ โอสถสภา ท่านว่าไว้ จึงเป็นอะไรที่น่าจะ เข้าท่า มิใช่น้อย ชนิดอาจต้องหยิบเอามาใช้เป็น แนวทาง สำหรับ วัน-เวลา ที่เหลืออยู่ โดยจะอีกซักกี่สิบวัน ร้อยวัน หรือกี่ต่อกี่ร้อยวันก็แล้วแต่ ของบรรดาผู้ที่เริ่มรู้สึกว่าตัวเองชักจะแก่แล้วทั้งหลาย และนั่นเอง...ที่อาจพอช่วยให้เกิดอาการ กระชวย-กระชุ่ม-ฉกรรจ์ ในแต่ละวัน ยิ่งกว่ารับประทานกล้วยน้ำว้าวันละ 3 หวีเอาเลยก็ไม่แน่!!! หรือทำให้วัน-เวลาในแต่ละวัน แต่ละนาที หรือแม้แต่วินาที ย่อมเป็นอะไรที่มีค่า มีราคา ที่จะต้องใช้ให้คุ้มแสนคุ้ม เพื่อไม่ให้ต้อง แก่แล้ว-แก่เลย เอาง่ายๆ...

ด้วยเหตุนี้...เอาเป็นว่า ไหนๆ ก็ใกล้จะส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่เข้าไปทุกที เลยคงต้องขออนุญาตไปนำเอาข้อคิด แนวทางที่อาจถือเป็นอนุสติ เป็นอุทาหรณ์สอนใจ ของอาจารย์วัยชรา อย่างอาจารย์ สมเกียรติ โอสถสภา เต๊กเฮงหยู มาเผยแพร่ให้เป็นที่รับรู้ รับทราบ หรืออาจถือเป็น พรปีใหม่ เอาไว้ ณ ที่นี้ เพราะอย่างน้อย...ก็อาจพอช่วยให้ความแก่-ความชรา ไม่ถึงกับเป็นอะไรที่น่าเกลียด น่าชัง มากมายเกินไปนัก หรืออาจพอช่วยให้ไม่ถึงกับต้อง แก่เพราะกินข้าว-เฒ่าเพราะอยู่นาน ไปจนตราบเท่าวินาทีสุดท้าย โดยไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์โพดผลใดๆ ขึ้นมามั่งเลย...

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คิดจะฟ้องไทย...ไงกลายเป็นหมาหัวเน่า

สันดานโจร สันดานคนโกหก กล่าวหาไทยด้วยข้อความเป็นเท็จ พูดจาด้วยท่าทีที่รุนแรง หวังที่จะฟ้องประชาคมโลกให้ช่วยรุมประณามไทย ดรามาว่าข้อพิพาทระหว่างเขากับเราในเวลานี้ ไทยเราเป็นคนเริ่มต้น ไทยเราเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กอย่างไร้มนุษยธรรม ดรามาทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร ใช้คนแก่

ความรู้-คู่-คุณธรรม

คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้...ว่าด้วยความ ก้าวหน้า-ก้าวไกล ของเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านการสื่อสารมันเลยทำให้บรรดา กูรู-กูรู้ ไม่ว่าในบ้านเราหรือในระดับโลกก็ตามที

'แคนดิเดต ผบ.' หวิดงานเข้า

จู่ๆ ก็เกือบงานเข้า บิ๊กไมค์-พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หนึ่งในแคนดิเดตชิงเก้าอี้ "ผู้นำสีกากี" ต่อจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์

แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก

เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม

ป้อมปราการที่มิมีผู้ใดจะตีแตก!!!

อย่างที่เคยพูดๆ เอาไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันรู้ผล เลือกตั้ง ครั้งสุดท้ายของบ้านเรานั่นแหละว่า...ไม่ว่าใคร? พรรคใด? ได้เสียงข้างมาก ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แต่ย่อมหนีไม่พ้นต้อง ซวยฉิบหาย-ซวยตายห่า

โละ 'บัญชีผี' กอ.รมน.

เอ๊ะ!!! ไม่รู้มีอะไรในกอไผ่มากกว่าหน่อไม้หรือไม่ เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา "4 แคนดิเดต" ชิงเก้าอี้ "ผบ.ตร." หรือ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" คนที่ 16 ต่อคิวจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์