
ครั้งแรกที่มีโอกาสไปสักการบูชาองค์หลวงพ่ออี๋ หรือ พระครูวรเวทมุนี พระเกจิอาจารย์ชื่อดังในภาคตะวันออก ที่วัดสัตหีบ หรือ วัดหลวงพ่ออี๋ ของอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และเพิ่งได้รับรู้เรื่องราวว่า หลวงพ่ออี๋เป็นที่กล่าวขวัญกันในเรื่องความเป็นผู้เชี่ยวชาญการวิปัสสนากรรมฐาน และปลุกเสกเครื่องรางของขลัง สมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านได้ปลุกเสกเครื่องรางของขลังต่างๆ เช่น ผ้ายันต์ ผ้าพันหมวกทหารเรือ และปลัดขิก ซึ่งเป็นที่กล่าวขานกันมากที่สุดว่า ปลัดขิกที่ท่านปลุกเสกนั้นจะช่วยให้ทำค้าขายเจริญรุ่งเรือง เป็นที่เสาะหาของบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่หวังจะทำมาค้าขึ้น
นอกจากนั้นยังมีเรื่องเล่าในหน้าประวัติศาสตร์ถึงความมหัศจรรย์ของหลวงพ่ออี๋ เมื่อครั้งสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อำเภอสัตหีบซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือสัตหีบ ถูกฝ่ายสัมพันธมิตรส่งเครื่องบินมาทิ้งระเบิดอย่างหนักหน่วง
แต่เมื่อหลวงพ่ออี๋เดินมายืนบริกรรมคาถากลางลานวัด และโบกผ้าเหลืองสะบัดไปมา กลับทำให้ระเบิดทั้งหมดปลิวไปตกในทะเล ทำให้ฐานทัพเรือสัตหีบและชาวบ้านในอำเภอสัตหีบอยู่รอดปลอดภัยจากภัยสงคราม กิตติศัพท์ของท่านเป็นที่เลื่องลือ นักท่องเที่ยวนิยมเข้ากราบไหว้ขอพร ปิดทองรูปหล่อหลวงปู่อี๋ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
แต่ที่มนุษย์ป้าประทับใจจนต้องมาขยายต่อ ก็เห็นจะเป็นบรรยากาศของวัดแห่งนี้ ที่ดูเป็นระเบียบงดงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเสร็จภารกิจการกราบสักการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด เดินออกมาแล้วพบว่า รองเท้าของตัวเองที่ถอดไว้ตอนเดินเข้าไปในอาคารวัดนั้น ถูกจัดวางเป็นระเบียบเรียบร้อย หันเข้าหาเท้าเจ้าของและหันออกไปให้พร้อมเดินได้ทันที (จินตนาการเหมือนเวลาเราไปกินอาหารในร้านญี่ปุ่นที่ต้องถอดรองเท้า พอออกจากห้องพนักงานก็จะจัดรองเท้าให้เรานั่นแหละ)
ที่วัดแห่งนี้ เรียกว่าทุกคนที่กำลังเดินออกมาแล้วก้มหารองเท้า จะอุทานเป็นเสียงเดียวกันว่า..ใคร?!? มาจัดรองเท้าให้นี่ น่ารักจังเลย!! แล้วมนุษย์ป้าก็ต้องตอบคำถามเพื่อนๆ ว่า เจ้าหน้าที่ของวัดเป็นคนจัด นางไม่ยอมรับสินน้ำใจที่เราหยิบยื่นให้ด้วยนะจ๊ะ โดยนางบอกว่า ให้นำไปหยอดใส่ตู้บริจาคเพื่อค่าเล่าเรียนเด็กยากจน ตรงประตูทางออกนั่นแหละ
อย่างไรก็ตาม มนุษย์ป้าก็ไม่ยอมละลด บอกกับพนักงานคนจัดระเบียบรองเท้าว่า เธอรับไปหยอดใส่ตู้เองละกัน เพราะถือเป็นบุญที่เธอทำเองกับมือ เพราะป้าตั้งใจให้เธอ
ภาพสุดท้ายที่เห็นคือ นางนำเงินหยอดใส่ตู้โดยไม่ลังเลเลย...สาธุค่ะ ..แล้วก็ได้รับรู้ว่า นางพึงพอใจกับเงินเดือนที่ทางวัดจ่ายให้ทุกเดือนอยู่แล้ว ส่วนเกินอื่นๆ เธอขอร่วมทำบุญกับหลวงพ่ออี๋ทั้งหมด ..งดงามเจริญหูเจริญตาและเจริญใจจริงๆ ค่ะ.
'ป้าเอง'
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ร้องเพลงก็ได้สุขภาพ ..เรื่องจริงที่หลายคนมองข้าม
งานวิจัยด้าน Music Psychology และ Psychoneuroimmunology รวมถึงงานศึกษาการร้องเพลงกับระดับ salivary immunoglobulin A (sIgA)
น้ำท่วมกรุงฯ แต่กรุงเทพฯ ยังมีเรื่องให้ยิ้ม
ฝนตกหนัก น้ำท่วมถนน รถติดจนแทบขยับไม่ได้ บางเส้นทางกลายเป็นคลองชั่วคราว แต่ในความวุ่นวายของคนกรุงเทพฯ กลับมีเรื่องให้ยิ้มได้เสมอ เพราะเมื่อรถไปไม่ได้ คนก็พร้อมจะหาวิธีใหม่ๆ ในการเดินทางแบบไม่ต้องรอใครมาบอก
ดีใจหลายกับหลานเนเน่
ทั้งโลกโซเชียลในประเทศไทย เมื่อสายของวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา หรือคืนวันที่ 23 กันยายน (ตามเวลาสหรัฐ) ไม่มีพื้นที่ไหนที่ไม่มีคำว่า “เนเน่..สุดยอดดดดด!!”
ร้องเพลงให้สุขภาพดี!
หลายคนร้องเพลงเพราะชอบ บางคนร้องเพื่อความสนุก ขณะที่บางคนใช้เสียงเพลงเป็นวิธีผ่อนคลายหลังจากเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน แต่เบื้องหลังความเพลิดเพลินนั้น งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์พบว่า “การร้องเพลง” อาจส่งผลต่อทั้งร่างกายและจิตใจมากกว่าที่คิด
บนเส้นทางสู่อายุ 80
อายุ 70 ถือเป็นวัยที่สำคัญของชีวิต ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน คนอายุเกิน 70 ก็ถือว่าแก่แล้ว ในช่วงเวลานี้พระอาทิตย์ตกดินอันงดงามกำลังใกล้เข้ามา และชีวิตที่มีสีสันก็ใกล้จะสิ้นสุดลงเช่นกัน จากข้อมูลสาธารณะอย่างเป็นทางการ มีเพียง 44% ของบุคคลธรรมดาเท่านั้นที่สามารถก้าวผ่านเกณฑ์อายุ 70 และหันหลังเดินบนเส้นทางสู่อายุ 80 ได้
ศรัทธา vs งมงาย เส้นบางๆจากความเชื่อ
ความเชื่อเป็นเรื่องที่อยู่กับมนุษย์มานาน โดยเฉพาะเมื่อชีวิตต้องเผชิญความไม่แน่นอน ความกลัว หรือสิ่งที่เกินกำลังควบคุม หลายคนจึงมีพระเครื่อง มีสิ่งยึดเหนี่ยว หรือเคารพครูบาอาจารย์ เพื่อให้อุ่นใจและมีกำลังในการดำเนินชีวิต

