
เมื่อพูดถึงโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 เป็นโครงการเพิ่มขีดความสามารถของท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อรองรับความต้องการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นในอนาคต เป็นการก่อสร้างท่าเทียบเรือสำหรับจอดเรือน้ำลึกและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ รวมทั้งการพัฒนาศูนย์การขนส่งสินค้าทางรถไฟที่ท่าเรือแหลมฉบัง ก่อสร้างท่าเทียบเรือชายฝั่ง (ท่าเทียบเรือ A) ปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรภายในท่าเรือ ตลอดจนโครงข่ายและระบบการขนส่งต่อเนื่องที่จำเป็นในเขตพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบังที่จะเชื่อมต่อกับภายนอกให้เพียงพอ และพร้อมรองรับการขยายตัวของปริมาณเรือและสินค้าประเภทต่างๆ
เพื่อเป็นการเร่งรัดโครงการให้เดินหน้าตามเป้าประสงค์ หลังล่าช้ามานาน
ล่าสุด นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ติดตามและเร่งรัดการก่อสร้างโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 หลังจากการตรวจเมื่อเดือน พ.ย.2566 ที่ผ่านมาได้เดินทางมาตรวจ พบว่ามีความล่าช้า จึงสั่งการด่วนให้รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เร่งสปีดโดยด่วน เพื่อให้การก่อสร้างแล้วเสร็จตามแผนคือ มิ.ย.2569
ผ่านไปเกือบ 7 เดือน งานก่อสร้างงานทางทะเล มีกิจการร่วมค้า CNNC เป็นผู้รับจ้าง มูลค่างานรวม 21,320 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยงานถมทะเลทั้งหมดประมาณ 2,846 ไร่ หรือ 4.5 ล้านตารางเมตร งานขุดลอกร่องน้ำและแอ่งจอดเรือให้มีระดับความลึก 18.5 เมตร และงานเขื่อนกันคลื่น สามารถเร่งรัดได้เนื้องานเพิ่มขึ้นกว่า 17% แต่ก็ถือว่าล่าช้ากว่าแผน
ซึ่งผู้รับจ้างยืนยันว่าการก่อสร้างงานทางทะเลจะดำเนินการแล้วเสร็จตามแผนภายในมิถุนายน 2569 แน่นอน และจะไม่กระทบกับสัญญาของบริษัทเอกชนคู่สัญญาบริษัท จีพีซี อินเตอร์เนชั่นแนล เทอร์มินอล จำกัด ที่การท่าเรือแห่งประเทศไทย หรือ กทท. จะต้องมีการส่งมอบเฉพาะพื้นที่งานถมทะเลท่าเทียบเรือ F1 ปัจจุบันมีความคืบหน้าการถมไปกว่า 97% คาดจะแล้วเสร็จภายในกรกฎาคม 2567 นี้
หลังจากนั้นจะมีเวลาอีกประมาณ 1 ปีเศษ ที่จะต้องการตรวจสอบการปรับปรุงคุณภาพพื้นที่ เพื่อเตรียมส่งมอบให้กับบริษัท จีพีซี ได้ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568
ขณะที่งานส่วนที่ 2 งานก่อสร้างอาคาร ท่าเทียบเรือ ระบบถนน และระบบสาธารณูปโภค ได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างแล้วเสร็จเมื่อเร็วๆ นี้ โดยบริษัท ไชน่า ฮาร์เบอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด เป็นผู้ชนะการประกวดราคา ที่วงเงิน 7,298 ล้านบาท ซึ่งเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางประมาณ 160 ล้านบาท กทท.สามารถลงนามในสัญญาได้ภายในต้นกรกฎาคม 2567
งานส่วนที่ 3 งานก่อสร้างระบบรถไฟ มูลค่า 799 ล้านบาท และส่วนที่ 4 งานจัดหาประกอบและติดตั้งเครื่องจักร อุปกรณ์สำหรับขนย้ายสินค้า พร้อมออกแบบประกอบและติดตั้งระบบเทคโนโลยีสำหรับบริหารท่าเรือและโครงสร้างพื้นฐาน มูลค่า 2,257 ล้านบาท ทั้ง 2 ส่วนอยู่ระหว่างการสรรหาผู้รับจ้างจัดทำเอกสารประกวดราคา คาดว่าจะเปิดประมูลได้ในช่วงปลายปี 2567 นี้
อย่างไรก็ตาม หลังจากโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 แล้วเสร็จและเปิดให้บริการ จะสามารถรองรับปริมาณการขนส่งตู้สินค้าได้เพิ่มขึ้นอีก 7 ล้านทีอียูต่อปี ประกอบด้วยท่าเรือ F1 จำนวน 2 ล้านทีอียูต่อปี ท่าเรือ F2 จำนวน 2 ล้านทีอียูต่อปี ท่าเรือ E จำนวน 3 ล้านทีอียูต่อปี ซึ่งเมื่อรวมกับขีดความสามารถเดิมของท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 1 และ 2 ที่ 11 ล้านทีอียูต่อปี จะทำให้ท่าเรือแหลมฉบังมีขีดความสามารถในการรองรับตู้สินค้าได้ถึง 18 ล้านทีอียูต่อปี
ซึ่งจะทำให้เพิ่มปริมาณการขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟและท่าเรือชายฝั่ง รวมถึงการเชื่อมโยงการขนส่งทางรางกับท่าเรือบกให้เพิ่มมากขึ้นด้วย และยังเป็นการเพิ่มศักยภาพและรองรับการขยายตัวสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ การลงทุนของประเทศอย่างมหาศาล และยังช่วยสนับสนุนให้ท่าเรือแหลมฉบังเป็นศูนย์กลางการขนส่งของภูมิภาค อีกทั้งช่วยสนับสนุนการลดต้นทุนการขนส่งโดยรวมของประเทศ จาก 14% ของ GDP เหลือ 12% ของ GDP สอดรับนโยบายของรัฐบาลที่ตั้งเป้าหมายลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ มุ่งให้ไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งของภูมิภาคต่อไป
คงต้องจับตาดูว่าขนาดนายกฯ เศรษฐาลงพื้นที่จี้ เจ้ากระทรวง "สุริยะ" ด้วยตัวเอง จะแล้วเสร็จตามแผนหรือไม่.
กัลยา ยืนยง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ละครแนวตั้ง’โอกาสใหม่ศก.ครีเอทีฟ
การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังทำให้ ‘อุตสาหกรรมสื่อ’ ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคไม่ได้ยึดโยงอยู่กับเวลา สถานที่ หรือช่องทางการรับชมแบบเดิมอีกต่อไป
โค้งสุดท้ายท่องเที่ยวไทย
สถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในจังหวัดน่าน ยังคงเป็นโจทย์สำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งบริหารจัดการ ทั้งในมิติการช่วยเหลือประชาชน การฟื้นฟูพื้นที่ และการเยียวยาความเสียหาย โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับทุกส่วนราชการเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและทำให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด พร้อมเน้นย้ำว่า กระบวนการเยียวยาจะต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว ครอบคลุมความเดือดร้อน และไม่ปล่อยให้ผู้ประสบภัยต้องรอการช่วยเหลือเป็นเวลานาน
แนะSMEคว้าโอกาส3ปีทอง
แม้สงครามการค้าระหว่างมหาอำนาจ สหรัฐ และ จีน อาจจะดูผ่อนคลายลง แต่ความจริงคือ การแข่งขันกำลังเข้าสู่เฟสใหม่ ย้ายสนามแข่งขันจากกำแพงภาษีเป็นการแยกห่วงโซ่อุปทาน การเร่งพัฒนาเทคโนโลยี และการช่วงชิงความได้เปรียบทางเศรษฐกิจ แม้จะเป็นความเสี่ยงของผู้ประกอบการไทย แต่ก็ถือเป็น โอกาส สำหรับธุรกิจที่ปรับตัวได้เร็ว โดยเฉพาะ 3 ปีจากนี้ไป ถูกมองเป็นช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านสำคัญของเศรษฐกิจโลก เมื่อสหรัฐเร่งลดการพึ่งพาจีน ขณะที่จีนเดินหน้าสร้างแต้มต่อใหม่ผ่านเทคโนโลยีและตลาดเกิดใหม่ ท่ามกลางการจัดระเบียบห่วงโซ่อุปทานโลกครั้งใหญ่ สร้างสมดุลใหม่ของการค้าโลก
‘AI’ กำลังเปลี่ยนตลาดแรงงานโลก
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของโลกการทำงานเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ จากเดิมที่ความกังวลมุ่งไปที่การเข้ามาแทนที่แรงงานของเทคโนโลยี วันนี้โจทย์สำคัญกลับขยับไปสู่คำถามว่า ‘คนทำงาน’ จะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้ยังคงมีบทบาทในตลาดแรงงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่องค์กรทั่วโลกต่างเร่งนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ทำให้คุณสมบัติและทักษะที่นายจ้างมองหาจากบุคลากรก็เริ่มเปลี่ยนไปพร้อมกัน
ความภูมิใจของคนไทย
ประเทศไทยสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่บนเวทีโลก หลัง “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น แหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม แห่งใหม่ของไทย ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-29 กรกฎาคม 2569 ณ นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณค่ามรดกทางวัฒนธรรมของประเทศสู่การยอมรับในระดับสากล
BKS(บขส.)อัปเกรดให้บริการ
ท่ามกลางความต้องการเดินทางของประชาชนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ระบบขนส่งสาธารณะของไทยกำลังเร่งยกระดับคุณภาพการให้บริการ ทั้งด้านความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และมาตรฐานของรถโดยสาร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการ ล่าสุด บริษัท ขนส่ง จำกัด (BKS) หรือ บขส. เดินหน้าปรับโฉมการเดินทางระหว่างจังหวัด ด้วยการนำรถโดยสารรุ่นใหม่เข้ามาให้บริการในหลายเส้นทาง พร้อมยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้ทันสมัย สะดวก และตอบโจทย์ผู้โดยสารมากยิ่งขึ้น

