กระบวนการวิวัฒนาการกับสังคมในอนาคต

อภิมหาพระอย่าง ท่านพุทธทาสภิกขุ ...ท่านเลือกใช้ถ้อยคำพื้นๆ-ง่ายๆ ในการอรรถาธิบายถึงกระบวนการ วิวัฒนาการ แห่งความเป็นไปของโลก ชนิดที่ฟังแล้วพอนึกภาพ เห็นภาพ ขึ้นมาได้มั่งรางๆ นั่นคือคำว่า เข็ดฟัน หรือความรู้สึกเสียวๆ ปลาบๆ ทั้งเจ็บ ทั้งปวด ทั้งระบม อะไรทำนองนั้น ที่อาจมีผลต่อ อารมณ์-ความรู้สึก ของผู้คน ชนิดลึกลงไปถึง จิตสำนึก เอาเลยก็ไม่แน่ อันเป็นตัวช่วยผลักดันให้กระบวนการวิวัฒนาการสามารถพลิกจากด้านหนึ่งไปสู่อีกด้านหนึ่งขึ้นมาจนได้...

คือจากการหมกมุ่น สนุกสนาน เพลิดเพลิน อยู่กับ วิวัฒนาการทางวัตถุ กลับมาเห็นดี เห็นงาม เห็นถึงความจำเป็นของการ วิวัฒนาการทางจิต อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธ อันเนื่องมาจากกระบวนการ

วิวัฒนาการทั้งสองนั้น เป็นสิ่งที่ก่อรูป ก่อร่าง พร้อมๆ กับ ความเป็นมนุษย์ มาโดยตลอด เพียงแต่มันจะโน้มเอียงไปทางด้านหนึ่ง-ด้านใด ก็ขึ้นอยู่กับ สภาพแวดล้อม ในแต่ละยุค-แต่ละสมัย อย่างที่ทำให้เกิดการแยกแยะช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ออกเป็นยุคหิน-ยุคสัมฤทธิ์-ยุคเหล็ก-ยุคอุตสาหกรรม-ยุคเทคโนโลยี อะไรประมาณนั้น ไม่ต่างไปจากยุคที่เคยนับถือผี นับถือบรรพบุรุษ นับถือภูเขา แม่น้ำ ท้องฟ้า ฯลฯ หรือบรรดาสิ่งทั้งปวงทางธรรมชาติทั้งหลาย ก่อนที่จะกลายมาเป็น ศาสนา ในชุมชนแต่ละชุมชน จนกระทั่งกลายมาเป็นศาสนาแห่งรัฐ และ ศาสนาสากล กันไปตามสภาพ...

และด้วยความหมุนเวียนเปลี่ยนไปของ สภาพแวดล้อม นั่นเอง ที่ทำให้กระบวนการวิวัฒนาการทั้งสอง เกิดความโน้มเอียง หรือการหนักไปในทางด้านหนึ่ง-ด้านใด ได้เสมอๆ โดยถ้าหนักไปทาง วัตถุ ก็แทบไม่ต้องเสียเวลานึกภาพ เพราะอย่างที่เราๆ-ทั่นๆ สามารถพบเห็นกันอยู่ในโลกสมัยใหม่ โลกยุคปัจจุบันนั่นแล ถึงความเจริญเติบโต ก้าวหน้า ก้าวไกล ของบรรดา เทคโนโลยี ทั้งหลาย ที่ทำให้ใครต่อใครหรืออะไรต่อมิอะไร ต่างต้องถูก Disruptive หรือต่างถูก ถีบ ให้ต้อง ตกรุ่น เอาง่ายๆ ส่วนเมื่อไหร่ที่หนักไปทางด้าน จิต ก็เคยได้ก่อให้เกิด พระอรหันต์ หรือ พระศาสดา หรือ ผู้นำทางจิตวิญญาณ ในแต่ละศาสนาปรากฏตัวขึ้นมา จนเป็นที่ยึดเหนี่ยว ยึดมั่น ศรัทธา ต่อปวงประดาผู้คนทั้งหลาย จนตราบเท่าทุกวันนี้...

แต่โดย กระบวนการวิวัฒนาการทางวัตถุ นั้น...เมื่อถึงจุดจุดหนึ่ง ย่อมหนีไม่พ้นต้องเกิดอาการ เข็ดฟัน ขึ้นมาจนได้!!! โดยเฉพาะถ้ามันเกิดล้ำหน้า เลยหน้า เตลิดเปิดเปิง ไปจน กระบวนการวิวัฒนาการทางจิต ตามไม่ทัน การหวนกลับมาหา ศีลธรรม ก่อนหรือหลังที่ โลกา...จะวินาศ เลยกลายเป็น ข้อเท็จจริงที่เอ็งมิอาจปฏิเสธ ไปจนได้นั่นแหละทั่น เหมือนอย่างที่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านเทศน์ ท่านตรัส หรือท่านได้วาดจินตนาการเอาไว้ในห้วงระยะเวลา 7 วัน หรือที่เรียกๆ กันว่า สัตถันตรกัปป์ นั่นแล คือช่วงระยะเวลาที่มวลมนุษย์ทั้งหลายต่างมี ศัตราวุธอันคมกริบ อยู่ในมือ และต่างมองมนุษย์ด้วยกัน ว่าเป็นแค่ เนื้อ (มิคสัญญา) ไม่ได้เห็นลึกเข้าไปถึงจิต ถึงวิญญาณ แต่อย่างใด การหันมาเข่นฆ่ากันและกันตลอดช่วงระยะเวลานั้น เลยทำให้เกิดคำเรียกขานห้วงระยะเวลาดังกล่าวว่า มิคสัญญียุค ในเวลาต่อมา...

ด้วยการเข่นฆ่า คิดร้าย ปองร้าย ต่อกันและกันนั่นเอง...ที่จะทำให้บรรดาผู้ที่ เหลือรอด ไปจากฉากเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดความรู้สึก เกิดกิริยา อาการ ดังที่พระไตรปิฎก บท จักกวัตติสูตร ว่าไว้ นั่นคือ... “แล้วต่างร่าเริงยินดีที่รอดชีวิต ขับร้องอย่างดีใจเหลือเกิน และจักรำลึกถึงความสิ้นญาติครั้งใหญ่ ว่าเป็นเพราะสมาทานในอกุศลธรรม อย่ากระนั้นเลย เราควรบำเพ็ญกุศลกรรม ละเว้นอกุศลกรรม เริ่มด้วยควรงดเว้นปาณาติบาตเป็นเบื้องแรก” หรือเกิดอาการ เข็ดฟัน จี๊ดๆ จ๊าดๆ จนต้องหวนกลับมาหา ศีลธรรม จนได้ อันทำให้ กระบวนการวิวัฒนาการทางจิต ค่อยๆ ก้าวหน้า ก้าวไกล และเจริญเติบโต ไปสู่ ยุคพระศรีอาริย์ กันในท้ายที่สุด...

ดังนั้น...บรรดา ความเสื่อม ทั้งหลาย ที่กำลังปรากฏให้เห็นอยู่ในสังคมไทย หรือสังคมโลก ก็แล้วแต่ ไม่ว่าในทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม มันจะก่อให้เกิดอาการ เข็ดฟัน สำหรับใครต่อใครขึ้นมาบ้างแล้วหรือยัง??? อันนี้นี่แหละ...ที่ถือเป็น คำถาม ตัวโตๆ ซึ่งบรรดานักวิเคราะห์ นักวิแคะ ทั้งหลาย คงต้องลองไปค้นหา คำตอบ กันเอาเอง ถึงอาจจะพอวาดภาพ วาดจินตนาการ ถึงอนาคตของสังคมนั้นๆ ประเทศนั้นๆ ได้บ้างรางๆ หรืออาจพอมองเห็น จังหวะ และ โอกาส ว่าจะอุบัติขึ้นมาในตอนไหน? เมื่อไหร่? ไม่งั้น...ก็อาจต้องยอมเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า ทรมาน ทรกรรม อยู่กับ สภาพแวดล้อม ที่มันยังไม่ถึงจุดที่ทำให้เกิดอาการ เข็ดฟัน ขึ้นมาอย่างเป็นจริง-เป็นจัง ด้วยเหตุนี้นี่เอง...เลยคงมีแต่ อุเบกขาธรรม ลูกเดียวเท่านั้น ที่จะเป็นตัวช่วยประคับประคองความรู้สึกของใครต่อใครกันไปตามสภาพ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตั้งใจด่าเขา...แต่เราเสียหาย

มีคนไทยกลุ่มหนึ่งบอกว่า “ประเทศไทยขับเคลื่อนด้วยการด่า” พวกเขาจึงมีพฤติกรรม “สร้างวาทกรรมด่าคนไปทั่ว” โดยเฉพาะวาทกรรมด่ารัฐบาล เรื่องที่เขาด่านั้น จริงบ้าง เท็จบ้าง

'คาถาศักดิ์สิทธิ์'สำหรับโลกในช่วงระยะผ่าน!!!

เห็นข่าวเล็กๆ แต่น่าสนใจ น่าให้ความสำคัญมิใช่น้อย เมื่อช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา...คือข่าวที่นักธุรกิจระดับหมื่นล้าน อย่างคุณ สวัสดิ์ หอรุ่งเรือง เจ้าของคำขวัญ สโลแกน

เสริม'การข่าว'จชต.

เป็นอีกหนึ่งเหตุเศร้า สะเทือนขวัญในสถานศึกษาที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะภายในโรงเรียน ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นักเรียนชายระดับชั้น ม.3 ใช้อาวุธปืนยิงครู-นักเรียน เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

ว่าด้วย'สงคราม'และ'สันติภาพ'

ตอนคุณพ่ออเมริกากับคุณปู่อิหร่านกลับมา รบ กันใหม่...เห็นว่า ราคาน้ำมัน พุ่งปรู๊ด พรวดเดียวขึ้นไปถึง 100 ดอลลาร์กว่าๆ ต่อบาร์เรล ทั้ง Brent ทะเลเหนือ และ WTI เท็กซัสของอเมริกา

ฤดูแต่งตั้งนายพล

เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ความว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา

'สุ-จิ-ปุ-ลิ'กับกระบวนการเรียนรู้และพัฒนา

คุณ โสภณ ซารัมย์ ท่านประธานรัฐสภาคนปัจจุบัน...คงต้องสารภาพว่าไม่เคยรู้จัก ไม่เคยมีโอกาสพบปะแบบเป็นตัวเป็นๆ แม้ว่าท่านคงต้องคลุกคลีกับชีวิตทางการเมืองจนบารมีแก่กล้าพอที่จะดำรงตำแหน่ง